ทุนไทยแห่เทกสโมสรฟุตบอล จากมุมกูรู

สมชาติ ลีลาไกรศร : เจ้าของผลงานการแต่งหนังสือ‘คิดออกนอกหน้า’, กูรูกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ของธุรกิจ SME

ทุนไทยแห่เทกสโมสรฟุตบอล

วงการฟุตบอลเมืองไทยในยุคนี้ไม่ใช่แค่รุ่งเรืองในแง่ความนิยมของลีกและทีมชาติ แต่กลายเป็นยุคเฟื่องฟูของเหล่านักธุรกิจชาวไทยที่สนใจลงทุนกับสโมสรฟุตบอลทวีปยุโรปอย่างจริงจัง โดย 5 ปีหลังสุด เริ่มมีนักธุรกิจไทยทยอยเข้าเทกโอเวอร์ทีมฟุตบอลเล็ก-ใหญ่ในลีกอังกฤษอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าถือครองแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเหนือความคาดหมายเมื่อปี 2007

กลุ่มทุนคิง เพาเวอร์ เป็นอีกกลุ่มที่เข้ามาซื้อสโมสรดังอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ แถมยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักธุรกิจจากประเทศไทยมีศักยภาพพาทีมฟุตบอลประสบความสำเร็จได้อย่างจริงจัง โดยสามารถพาเลสเตอร์ฯ คว้าแชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และเลื่อนชั้นมาสู่ลีกสูงสุดหลังบริหารทีมไม่ถึง 5 ปี ถัดจากนั้นก็ตามมาด้วยการเข้าบริหารสโมสรที่มีชื่อเสียงในอังกฤษอย่าง เรดดิ้ง ในลีกแชมเปี้ยนชิพที่ คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ เข้าถือหุ้น และสโมสรเชฟฟีลด์เวนส์เดย์ ซึ่งมี เดชพล จันศิริ ผู้บริหารไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น กรุ๊ป เข้าไปถือครอง

ล่าสุดกับกระแสข่าว บี เตชะอุบล ผู้บริหารใหญ่ บริษัท ไพรม์ จำกัด และเจ้าของร่วมบริษัทจัดการแข่งขันฟุตบอล โกลบอล เลเจนด์ส ซีรีส์ ก็เป็นอีกรายที่มีข่าวเข้าเทกโอเวอร์ ‘ปีศาจแดง-ดำ’ เอซี มิลาน ในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ลีกสูงสุดแดนมะกะโรนี ซึ่งมี ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี อดีตนายกรัฐมนตรีผู้อื้อฉาวของอิตาลีเป็นประธานสโมสร โดยมีการยื่นข้อเสนอเงินจำนวนถึง 1,000 ล้านยูโร (35,000 ล้านบาท) แต่ข่าวนี้ก็เหมือนจะเป็นข่าวโคมลอยเท่านั้น

จนกระทั่งล่าสุด ‘กัชเซตตา เดลโล สปอร์ต’ สื่อกีฬายักษ์ใหญ่ของอิตาลี ออกมาเผยข้อมูลว่า ซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี อดีตนายกรัฐมนตรีผู้อื้อฉาวของอิตาลี และเจ้าของทีม เอซี มิลาน ใจอ่อนยอมขายหุ้นเป็นมูลค่า 30% ให้กับนักธุรกิจไทยรายนี้ เป็นมูลค่า 250 ล้านยูโร (8,750 ล้านบาท) ซึ่งการซื้อ-ขายหุ้นในครั้งนี้น่าจะกินเวลานานไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมปีนี้

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากมองในเชิงของธุรกิจแล้ว การเข้าบริหารธุรกิจฟุตบอลในยุโรปต่างมีข้อดีหลายด้าน เช่น รายได้จากการซื้อ-ขายนักเตะ ค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขัน สปอนเซอร์ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และรายได้จากการขายสินค้าที่ระลึก ซึ่งหากบริหารจัดการหรือแม้แต่สร้างทีมได้ดี เช่น สามารถสร้างนักฟุตบอลระดับโลกขึ้นมาได้จากสโมสรนั้นๆ ตัวสโมสรก็จะเป็นแบรนด์ที่สร้างความจงรักภักดีต่อแฟนๆ ที่เหนือยิ่งกว่าตราสินค้าที่คลั่งไคล้หลายเท่า และเจ้าของทีมซึ่งมีฐานธุรกิจอื่น ก็สามารถเปิดประตูไปให้คนจำนวนมากได้ทำความรู้จักกับตัวนักธุรกิจหรือประเภทธุรกิจนั้นๆ ตามมามากขึ้น

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d