Startup ต้องการอะไร ?
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงาน ‘Startup Thailand’

“น้องๆ… นี่มันงานอะไรน่ะ? วันนี้พี่วนรถกลับมาส่งคนที่นี่ถึง 3 รอบแล้ว” น้องคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังถึงคำถามของแท็กซี่ขณะกำลังรอค่าโดยสาร

คำถามแบบนี้ไม่ใช่คำถามเดียวที่ได้ยินจากคนทั่วไป แต่เป็นหลายสิบคำถามที่ผู้คนมากหน้าหลายตาพูดถึงงาน ‘Startup Thailand’ งาน Startup ที่จัดขึ้นเพื่อ Startup โดยภาครัฐ นำโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับอีก 10 กระทรวง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 28 เมษายน – 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

งานนี้เป็นงานที่รวม Startup จากทั่วประเทศ จากใบสมัครทั้งหมดกว่า 400 ใบ คัดเลือกเหลือ 180 เพื่อมาแสดงผลงานและไอเดียภายในงาน โดยแบ่ง Startup ออกเป็นกลุ่มย่อยๆ เพื่อให้เดินได้ง่ายและทั่วถึง นั่นคือ FinTech & Service Enhancement (การเงินและการบริการ) e-Commerce & Logistics (การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการขนส่งสินค้า) HealthTech (เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ) Industry 4.0 & CleanTech (อุตสาหกรรมยุคใหม่และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม) AgriTech & FoodTech (เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและอาหาร) EdTech & GovTech (เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ) PropertyTech (เทคโนโลยีเพื่ออสังหาริมทรัพย์) Lifestyle & Personal Service (บริการเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่) TravelTech (เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวเดินทาง) Entertainment & Gaming (บริการเพื่อความบันเทิงและเกม)

13087338_10154116300450070_6909387617421989563_n

นอกจากนี้ยังมีบู๊ธของ Startup จากต่างประเทศ บู๊ธจากภาครัฐที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนเดียวกัน เพื่อให้ความรู้กับประชาชนเรื่องการสนับสนุน Startup มีบู๊ธของหน่วยงานเอกชนและธนาคารทั้งหมดรวมแล้วกว่า 50 บู๊ธ

ผลตอบรับที่ได้จากการจัดงานนี้ถือว่าเกินคาด เพราะมีคนให้ความสนใจเข้างานและลงทะเบียนมากกว่า 35,000 ราย จำนวนผู้บรรยายจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 ท่าน ทำให้งาน Startup Thailand กลายเป็นงาน Tech Startup ที่อาจจะเรียกได้ว่า ใหญ่ที่สุดในเอเชียก็เป็นได้

แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการเข้าไปเดินในงาน นอกจากการได้ฟังไอเดียดีๆ จาก พี่ๆ น้องๆ ในวงการ Startup แล้ว เราได้รู้ว่ามีคนให้ความสนใจกับคำว่า ‘Startup’ เป็นจำนวนมาก อยากรู้ว่ามันคืออะไร และทำงานอย่างไร

เราได้รู้ว่ามีคนไทย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เริ่มทำธุรกิจ Startup และซ่อนตัวไม่ปรากฏให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก เหล่านี้มีตั้งแต่นักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบ จนถึงนักวิจัยภาครัฐและดอกเตอร์

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ เราได้รู้ว่า มี Startup หรือคนที่อยากเป็น Startup แต่ยังขาดความรู้จำนวนมากด้วยเช่นกัน!! ตรงนี้ต้องไฮไลต์เลยครับ

สังเกตได้จากข้อมูลส่วนหนึ่งของงานจากส่วน ‘Mentoring Session’ หรือโซนของการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผมได้พูดคุยกับเหล่า Mentor หรือผู้ให้คำปรึกษาและพบว่ายอดจองคิวขอรับคำปรึกษานั้นเต็ม 100% ภายในเวลาตั้งแต่ 2 วันแรก ที่เปิดให้บริการ ส่งผลให้ต้องมีการเพิ่มจำนวน Mentor ในช่วงเวลาของการจัดงาน เพื่อเปิดบริการให้เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะกับคนที่เดิน Walk-in ซึ่งก็ยังเต็มและมีต่อคิวอยู่ตลอดทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาเรื่องการออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และกฎหมาย แต่หมวดของการให้คำปรึกษาที่ดูจะได้รับความสนใจมากที่สุดคือ ‘การตลาดและการดำเนินธุรกิจ’ ซึ่งนั่นรวมไปถึงการสร้างแบรนด์ การทำการตลาด การบริหารจัดการ ฯลฯ

เหตุผลก็เพราะ Startup ไทยหลายรายเริ่มต้นจากการเป็นนักพัฒนา เป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นดีไซเนอร์ แต่น้อยคนจะเก่งด้านธุรกิจ หลายคนมองไม่เห็นตลาด ไม่มีแผนการทำรายได้ที่ชัดเจน และไม่มีพื้นฐานของการจัดการ การบริหารรายรับ รายจ่าย

แน่นอนว่าเหล่านี้คือพื้นฐานที่สำคัญของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และ Startup ที่ไม่มีความรู้เหล่านี้ก็ไม่เป็น Startup ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนด้วยเช่นกัน

ดังนั้นหากจะถามว่า ถ้าเราต้องการผลักดัน Startup ไทยให้ก้าวไกล และเติบโตด้วยความรวดเร็ว ก้าวกระโดด อย่างที่หลายคนอยากให้เป็นนั้นจะต้องทำอย่างไร ผมเชื่อว่าการส่งเสริม Startup ด้วยเงินเพียงอย่างเดียวคงยังไม่พอ แต่การให้ความรู้ การศึกษาด้านการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก และขาดไม่ได้สำหรับประเทศไทยยุค 4.0 นี้

ความจริงแล้วในปัจจุบันมีภาคเอกชนเปิดสอนให้ความรู้แก่ Startup ในสาขาต่างๆ เช่น Wecosystem ของ ไวท์-ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล หรือ Disrupt University ของ กระทิง พูนผล แต่นั่นก็ยังถือว่าห่างไกลกับคำว่า‘เพียงพอ’

จบงานนี้เชื่อว่าจะมีหน่วยงานเอกชน และภาครัฐ ตื่นตัวกับคำว่า ‘Startup’ ไม่มากก็น้อย และเชื่อว่าคงจะมีงาน Expo หรืองานสัมมนาแนวนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราหวังว่าเราจะได้เห็นการมุ่งเน้นพัฒนา Startup ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา

ขออย่างเดียว!! อย่าส่งเสริม Startup ให้เป็นเพียงแค่งานโชว์สินค้า หรือแค่ขายของ ที่ไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและก้าวกระโดดอย่างที่ Startup สมควรจะเป็น…

STARTUPPER เรื่อง : สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d