SME ธุรกิจเล็กของนักคิดช่างประดิษฐ์

SME เรื่อง : Rujrada ภาพ : ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม

ปรินทร์ ประกายเลิศลักษณ์ ธุรกิจเล็กของนักคิดช่างประดิษฐ์

หากสังเกตเรื่องเล็กน้อยรอบตัว บางทีเราอาจจะมองเห็นช่องทางทำเงินเหมือนกับปรินทร์ ประกาย-เลิศลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟนตาซีแลนด์ จำกัด บ้างก็ได้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทคืออุปกรณ์ที่ใช้ภายในครัวเรือนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะปรินทร์กล้าออกปากว่าอุปกรณ์ของเขา ‘เก่งกว่า’ ของที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้

เขาเริ่มธุรกิจนักประดิษฐ์ด้วยผลิตภัณฑ์ ‘เค-ตั้น’ อุปกรณ์เปิด-ปิดหน้าต่างโดยไม่ต้องเปิดมุ้งลวด, แถบกั้นเสริมนิรภัยในรถ Happy Belt

ล่าสุด เขาคว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและรางวัลสุดยอดนักประดิษฐ์ จากเวที‘7 Innovation Awards 2015’ จาก 2 ผลิตภัณฑ์

ชิ้นแรกคือ ทัพพี ‘นักคิด’ ที่มีคุณสมบัติป้องกันแมลงได้ สามารถตักข้าวแล้วไม่ติดด้วยผิวลักษณะพิเศษ มีระบบอบไอชื้นกันเชื้อแบคทีเรียด้วยน้ำแค่ 2 ช้อนโต๊ะ ล้างง่ายด้วยการใช้เพียงฟองน้ำ ใช้ 24 ชั่วโมงล้างเพียงครั้งเดียว ผลิตจากวัสดุที่สัมผัสอาหารได้ ปลอดภัยไร้สารพิษ

ชิ้นที่สอง ฝาและฐานรองครก ‘นักคิด’ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันไม่ให้อาหารกระเด็นเข้าตา ไม่เปื้อนเสื้อผ้า ไม่แสบร้อนมือ สามารถปิดกันฝุ่น กันแมลง ลดการกระจายกลิ่นอาหาร และใช้ได้กับครกทุกขนาด ส่วนฐานรองยังสามารถใช้รองเขียงได้ ป้องกันพื้นเป็นรอยและซับแรงกระแทก

ปรินทร์เล่าถึงเส้นทางนักคิดของเขาว่า “ผมพบว่าตัวเองชอบเป็นนักประดิษฐ์ เวลามีอะไรเสีย เราก็ดัดแปลง อุปกรณ์แรกที่เริ่มจดสิทธิบัตร คือ อุปกรณ์เปิดหน้าต่างโดยไม่ต้องเปิดมุ้งลวด หลังจากนั้นก็เริ่มคิดออกอีก แล้วก็จดสิทธิบัตรอีกเรื่อยๆ กว่า 70 ฉบับ

“ผมเคยคิดเรื่องใหญ่ๆ อย่างคิดส่งดาวเทียมไปเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากๆ นอกโลก แล้วบีมพลังงานส่งกลับมาใช้ที่โลก แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์ที่คิดมาแล้ว เราไปจดสิทธิบัตรไม่ได้ มีคนคิดก่อน แต่ถึงผมคิดได้ก่อนผมก็ไม่มีปัญญาทำ มานั่งทำของธรรมดาๆ ดีกว่า”

ปรินทร์ออกตัวว่าเขาถนัดเรื่องผลิตสินค้ามากกว่าทำการตลาด จึงไม่อยากให้มองเขาในฐานะนักธุรกิจ ในความคิดของปรินทร์ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีอาจจะคิดว่าเรื่องบางเรื่องทำไม่ได้ แต่นักประดิษฐ์จะคิดว่า‘ทำได้’ ไว้ก่อน นักประดิษฐ์จะไม่เน้นธุรกิจ แต่ทำสิ่งที่เป็นไปได้

“แต่ถ้านักประดิษฐ์ทำสิ่งที่ขายได้ขึ้นมา ก็จะมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ผมภูมิใจว่าผมเป็นนักประดิษฐ์ เราไม่ได้คิดขึ้นมาแบบเร็วๆ ง่ายๆ แต่ละอย่างที่คุณเห็น ผมพัฒนามาหลายปี พอจดสิทธิบัตรแล้ว เราก็ยังคิดต่อออกเป็นรุ่นใหม่ได้อีก”

แม้จะบอกว่าตัวเองไม่ถนัดเรื่องการตลาดนัก แต่เขามีช่องทางประชาสัมพันธ์สินค้าตัวเองได้เป็นอย่างดีด้วยการส่งเรื่องไปที่บริษัทเวิร์คพอยท์และให้สัมภาษณ์ในรายการเกมแก้จน เมื่อให้สัมภาษณ์รายการที่หนึ่ง ก็มีรายการอื่นมาติดต่อขอสัมภาษณ์อีก โดยที่ปรินทร์ไม่ต้องใช้งบการตลาดเลย หลังจากนั้นห้างค้าปลีกก็ติดต่อเข้ามาเอาสินค้าไปจำหน่าย หรือบางครั้งปรินทร์เป็นคนติดต่อขอวางสินค้าก็สามารถตกลงกันได้ง่ายๆ เพราะสินค้าของเขาเป็นสินค้ามีสิทธิบัตร หากไม่ซื้อของเขา ก็ไม่สามารถหาจากที่อื่นได้

“มีคนเคยถามว่าวางเป้าหมายไว้อย่างไร ผมก็วางเป้าว่าจะขายได้ประมาณหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ตรงเป้าที่ตั้ง เพราะเป็นสิ่งประดิษฐ์ ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพราะฉะนั้นผู้บริโภคก็จะไม่มีประสบการณ์เลย ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นที่ออกมาเป็นเรื่องใหม่ บางทีเราคิดว่าตัวนี้จะขายได้ในพื้นที่นี้ แต่กลับขายไม่ได้เลย ในขณะที่บางตัวเราคิดว่าคงไม่ค่อยมีคนสนใจ กลับขายได้มาก”

แม้ปรินทร์จะบอกว่าการทำธุรกิจเป็นเรื่องยากกว่าการประดิษฐ์ แต่ดูเหมือนว่าธุรกิจของเขาก็ไปได้ดีมาเกือบ 10 ปี สินค้าแบบบ้านๆ ของเขาสามารถสร้างยอดขายได้หลายล้านบาทต่อปี เราจึงขอเคล็ดลับการทำธุรกิจในสไตล์ของเขาสักหน่อย

“ผมเชื่อว่าทุกคนจะต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง มองว่าตัวเองมีจุดเด่นตรงไหน จุดด้อยตรงไหน ถ้าคุณไม่รักงาน มันยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะธุรกิจมันยากมากที่จะไปถึงจุดที่สำเร็จ เพราะปัญหามันมาทุกวัน มารอบด้าน ถ้าไม่รัก เวลาเจอปัญหาก็จะท้อ”

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d