การสร้างผู้ประกอบการ

SME ในมุมมอง ของ ดร.สมคิด

ในการสร้างคนไทยรุ่นใหม่ๆ ให้มีโอกาส ให้มีความสามารถในการประกอบสัมมาอาชีวะควบคู่ไปกับการพัฒนายกระดับจิตใจของเขาเหล่านั้นให้มีธรรมะในหัวใจ ให้รู้จักการใช้คุณธรรมนำการประพฤติปฏิบัติแห่งชีวิต เมื่อได้ยินอย่างนั้นผมก็เรียนตอบไปว่า ผมยินดี เพราะว่าผมเชื่อว่าสิ่งนั้นแหละคือสิ่งที่จะทำให้สังคม ทำให้บ้านเมืองมีอนาคตสดใส และมีความสุขจริงๆ แต่อย่างไรก็ดี ผมก็ได้ถือโอกาสนั้นเรียนขอคณะผู้ก่อตั้งไปว่า ผมอยากให้ความหมายของสัมมาอาชีพนั้นครอบคลุมกว้างและลึกไปกว่านั้น
ประการแรก ผมได้ขอให้เขาตีความหมายของ “สัมมาชีพ” ว่าให้ครอบคลุมมากไปกว่าการสร้างความสามารถของอาชีพเท่านั้น แต่อยากให้สร้างโอกาสและช่วยเหลือเขาหรือเธอเหล่านั้นให้สามารถประกอบกิจการเพื่อตนเองในอนาคตข้างหน้า ไม่ว่ากิจการนั้นจะเล็กจะใหญ่ไม่สำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง หรือว่าชนบทก็ไม่สำคัญ จะทำแต่เพียงผู้เดียว หรือจะร่วมกันประกอบการชุมชนก็ยิ่งดีใหญ่ อยากให้ขยายขอบเขตเหล่านั้นไปสู่สังคมของผู้ประกอบการ

เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมมีความเชื่อว่า “การสร้างผู้ประกอบการ” นั้นก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้เพื่อหวังดอกผลในอนาคตข้างหน้า ยิ่งเรามีต้นไม้จำนวนมาก หลากหลายและรู้จักฟูมฟักมันอย่างดี อนาคตก็ย่อมมีผลที่จะตามมาที่สุกสมบูรณ์เพียงพอ ถ้าเราสามารถขยายการปลูกต้นไม้เหล่านั้นเป็นสวน ขยายเป็นป่าก็ยิ่งทำให้ทรัพยากรแห่งอนาคตนั้นสุขสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่มีทางเลยที่จะมีพายุไหนที่จะมาทำลายในคราวเดียวได้

ผมมีความเชื่อว่า การสร้างระบบเศรษฐกิจโดยที่มีผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย รายใหญ่ช่วยกันขับเคลื่อน สิ่งนั้นจะเป็นการสร้างพื้นฐานสังคมเศรษฐกิจที่มั่งคั่งและสมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ดี ประการที่สองกลับสำคัญกว่า นั่นคือเราไม่ต้องการผู้ประกอบการที่เห็นแต่เพียงว่า สามารถเลี้ยงดูตนเอง ครอบครัว เอาสุขสบายอย่างเดียว ผมอยากจะเห็นการเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับคนรุ่นใหม่ๆ ว่า ในชีวิตของเขานั้นไม่ใช่มีเพียงเขาและครอบครัว แต่มันยังมีสังคมและบ้านเมือง จิตสำนึกอันนี้สำคัญมากว่าชีวิตนึงเกิดขึ้นมา การเกื้อกูล การแบ่งปัน การรับผิดชอบต่อสังคมและความตั้งใจในการที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงสังคมให้มันดีขึ้นอย่างเป็นระบบ สิ่งนั้นเป็นภารกิจและเป็นหน้าที่ของเยาวชนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่ภารกิจเสริมที่ว่าสบายแล้วค่อยช่วยสังคม
แต่อยากจะปลูกฝังความคิดที่ว่า เมื่อเขาเกิดมา เขาเรียนหนังสือ เขาทำงาน เขาจะต้องมีจิตใจที่คิดถึงสังคมบ้านเมืองควบคู่กันไปด้วย
ความคิดอันนี้คือความคิดที่ผมอยากจะแนะนำกับผู้ก่อตั้งว่า มันสอดคล้องกับสิ่งที่ผมเรียกว่า “ผู้ประกอบการสังคม” หรือที่สากลเรียกว่า Social Entrepreneur ซึ่งในหลายปีมานี้กำลังเป็นกระแสที่คนหนุ่มสาวพากันกระโดดเข้าไปช่วยเหลือสังคม โดยไม่ต้องรอให้รัฐบาลเป็นคนทำพวกเขาเชื่อว่า ปัญหาสังคมนั้นเป็นหน้าที่ของภาคประชาชน หน้าที่ของภาคเอกชนสามารถเข้าไปช่วยได้เลย โดยการช่วยกันระดมสรรพกำลัง ระดมสมอง ระดมความตั้งใจเข้าไปจัดระบบอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ประเทศของเรานั้นอยู่ในระบบ “ทุนนิยม” ในระบบทุนนิยมนั้นสามารถสร้างให้คนสุขสบายนับล้านๆ คน สามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีงามเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน มีคนเป็นจำนวนอีกหลายเท่านักที่ถูกละทิ้ง เข้าไม่ถึง ประสบความยากลำบาก และมีทุกข์ ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในจำนวนนั้น ——————————————-
SMEs ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย
เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d