Community Mall ลมหายใจที่แผ่วลง

Community Mall

ลมหายใจที่แผ่วลง

เนื่องจากปัจจุบันได้เกิดการขยายตัวของแหล่งชุมชนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับวิถีชีวิตอันเร่งรีบในแต่ละวัน และประสบปัญหากับการจราจรที่ติดขัด ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ที่อาศัยอยู่ในแต่ละย่านไม่อยากเสียเวลากับการไปจับจ่ายซื้อของตามห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองหรือตั้งอยู่ห่างไกลจากบ้านมากเกินไป

คอมมูนิตี้มอลล์ (Community Mall) หรือศูนย์การค้าใกล้บ้าน จึงกลายเป็นความนิยมของคนกลุ่มนี้มากขึ้น

คอมมูนิตี้มอลล์ มีข้อดีตรงใช้พื้นที่ไม่มากเหมือนห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เพื่อรองรับความหลากหลายและครบครันของสินค้าไว้ดึงดูดผู้บริโภค แต่คอมมูนิตี้มอลล์จะเน้นการตอบสนองสินค้าและบริการที่ตรงต่อไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยโดยรอบ รวมถึงเป็นแหล่งนัดพบและใช้ชีวิตของคนละแวกใกล้เคียงไปในตัว

จากจุดเด่นตรงนี้ จึงเกิดเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถทำศูนย์การค้าขนาดเล็กได้ แม้ในพื้นที่เมืองนั้นๆ จะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่อยู่ก็ตาม ขณะที่กลุ่มทุนค้าปลีกยักษ์ใหญ่ล้วนมองข้ามสมรภูมินี้และมุ่งพัฒนาศูนย์การค้าครบวงจรที่เชื่อว่าผลตอบแทนทางการลงทุนดีกว่า ซึ่งเป็นการเปิดทางแก่ผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์ เจ้าของที่ดิน กลุ่มทุนหน้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาฯ บางแห่งที่หันมาใช้คอมมูนิตี้มอลล์เป็นแม่เหล็กและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการที่อยู่อาศัยเช่น กลุ่มสยามฟิวเจอร์ดีเวลลอปเมนท์ ที่ลงทุนโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ในโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต คลอง 1 ไปเมื่อไม่นานมานี้

gmbiz-community-mall2

คิดให้ดีก่อนเริ่มคอมมูนิตี้มอลล์

แม้คอมมูนิตี้มอลล์จะเป็นโมเดลค้าปลีกที่นักลงทุนหน้าใหม่เริ่มสนใจและแห่กันมาโฟกัส แต่หากได้ลองพิจารณามุมมองของ ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ผู้อำนวยการสมาคมค้าปลีกไทย นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องการค้าปลีก อาจจะทำให้นักลงทุนต้องกลับมาคิดทบทวนให้ดีก่อนจะตัดสินใจปักเสา

มุมมองของ ดร.ฉัตรชัย อ้างอิงมาจากรายงานการศึกษาเรื่องคอมมูนิตี้มอลล์ จากผู้ประกอบการค้าปลีก รายใหญ่ของประเทศรายหนึ่ง (ขอไม่ระบุที่มา) เผยว่า จากคอมมูนิตี้มอลล์ที่ทำการศึกษาอยู่ 129 แห่ง ประกอบด้วยคอมมูนิตี้มอลล์ที่ดำเนินการอยู่แล้ว 103 แห่งและกำลังเปิดใหม่ในปีนี้ 26 แห่ง

มีคอมมูนิตี้มอลล์ที่จัดอยู่ในเกณฑ์ดีเพียง 9% หรือ 12 แห่งเท่านั้น ส่วนอีก 31 แห่ง จัดอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และที่เหลืออีก 60 แห่ง จัดอยู่ในเกณฑ์ลำบากถึงขั้นวิกฤติ ขณะเดียวกัน ในจำนวนคอมมูนิตี้มอลล์ที่มีแผนการเปิดภายในปีนี้อีก 26 แห่ง กลับไม่มีแห่งใดที่อยู่ในเกณฑ์ดีเลย

ฉะนั้นคอมมูนิตี้มอลล์ที่คนส่วนใหญ่พูดกันเป็นเสียงเดียวว่าเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนและเป็นเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ถ้าพิจารณาจากข้อมูลตรงนี้น่าจะทำให้ต้องหยุดคิดกันก่อนเริ่มลงทุนจริง ยิ่งไปกว่านั้นในทัศนะของ ดร.ฉัตรชัย ยังเผยถึงคอมมูนิตี้มอลล์ที่ประสบความสำเร็จจริง ยังมีไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างน่ากลัว

แน่นอนว่า การจะทำให้คอมมูนิตี้มอลล์ประสบความสำเร็จ ควรจะมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่คอนเซ็ปต์ของโครงการที่ต้องชัดเจนและแตกต่างจาก คู่แข่ง ถัดมาคือทำเลที่ตั้งที่ประกอบด้วยความหนาแน่นของประชากรในช่วงกลางวันและที่อยู่อาศัยที่มากพอ สุดท้ายคือ การบริหารจัดการแบบมืออาชีพและต่อเนื่อง ไม่ใช่เปิดแล้วคิดจะเก็บแต่ค่าเช่า แต่ต้องหากิจกรรมการตลาดอีเวนท์ที่น่าสนใจมานำเสนออย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากข้อมูลวิจัยตลาดพื้นที่ค้าปลีกของบริษัทคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่าคอมมูนิตี้มอลล์มีสัดส่วนพื้นที่ค้าปลีกเป็น 2 รองจากศูนย์การค้า ซึ่งไตรมาสที่ 3 ปี 2557 มีพื้นที่รวมประมาณ 905,980 ตารางเมตร และ ณ สิ้นปี 2557 ก็เพิ่มขึ้นอีกเป็น 1,088,880 ตารางเมตร นั่นหมายความว่าหากมีคอมมูนิตี้มอลล์ที่ประสบความสำเร็จเพียง 10% ตามที่ ดร.ฉัตรชัย คาดการณ์ไว้ เท่ากับเราจะมีพื้นที่ค้าปลีกในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ที่อยู่ในสถานการณ์ลำบากถึง 9 แสนตารางเมตรกันเลยทีเดียว

DID YOU KNOW?

  • ควรออกแบบพื้นที่คอมมูนิตี้มอลล์ให้มีสัดส่วนของการพบปะพูดคุยปรึกษาหารืออย่างไม่เป็นทางการ
  • ต้องอยู่ในพื้นที่ชุมชนอยู่อาศัยไม่น้อยกว่า 3,000 ครัวเรือน
  • ตัวมอลล์ควรออกแบบให้เปิดโล่ง (Open Air)
  • ร้านอาหารต้องเป็นกลุ่มที่กินง่าย ไม่เป็นพิธีรีตอง
  • มีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาด 2,000 ตารางเมตร เพื่อจับจ่ายเพื่อเติมเต็มสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน
  • ออกแบบทางเข้า-ออกให้ง่าย
  • จอดรถสะดวกสบาย
  • มีต้นไม้ร่มรื่น
เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d