บริหารคน บริหารความแตกต่าง

MBA CREATIVE ภาพ : ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม

ผศ.ดร.พลิศา รุ่งเรือง

บริหารคน บริหารความแตกต่าง

การทำธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะมีเงินทุน เทคโนโลยี หรือทรัพยากรอื่นๆ ในบริษัทมากแค่ไหนก็ตาม ทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดขององค์กรนั่นก็คือ ทรัพยากรบุคคล พนักงานคือผู้ที่จะสร้างนวัตกรรมต่างๆ ขึ้นมา ดังนั้นบุคลากรที่มีคุณภาพจะช่วยตอบโจทย์และสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจได้ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เมื่อบริษัทสามารถสรรหาคนเก่งและดีมาร่วมงานได้แล้ว ก็ต้องพัฒนาบุคลากรเหล่านั้น และสุดท้ายคือการรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพให้อยู่กับองค์กรต่อไปนานๆ ไม่ออกไปทำงานให้กับบริษัทอื่น โดยเฉพาะบริษัทคู่แข่ง

ผศ.ดร.พลิศา รุ่งเรือง ผู้ช่วยคณบดีงานวิชาการ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงความสำคัญของการสรรหาและคัดเลือกพนักงานไว้ว่า “หากจะพิจารณาในแง่ของตัวเลขแล้ว บริษัทไมโครซอฟท์ได้ประมาณการค่าใช้จ่ายที่บริษัทจะต้องจ่ายให้กับพนักงานแต่ละคนตลอดช่วงอายุการทำงานของพนักงานนั้นๆ ว่าอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมถึงหุ้นที่ให้กับพนักงาน) ซึ่งนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายนี้แล้ว การได้คนที่ ‘ไม่ใช่’ มาทำงานยังก่อให้เกิดต้นทุนแฝงอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ ความล่าช้าในการดำเนินงาน ความไม่พึงพอใจของลูกค้า และหากองค์กรมีอัตราการลาออกของพนักงานสูง มีขวัญและกำลังใจของพนักงานอยู่ในระดับที่ต่ำ โอกาสที่เราจะดึงดูดผู้สมัครที่มีคุณภาพก็จะเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น

gmbiz-content02

“เมื่อเราได้คนที่ใช่มาร่วมงานแล้ว เราก็ต้องพัฒนาให้เขาเก่งและดียิ่งขึ้น หลายท่านคงจะได้เห็นจากโซเชียลมีเดียถึงบทสนทนาระหว่าง CFO และ CEO โดย CFO ถามว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราลงทุนในการพัฒนาคนของเรา และพวกเขาลาออก?” CEO ตอบว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่ทำ และพวกเขาอยู่?” นอกเหนือจากการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันหลายองค์กรให้ความสำคัญกับเรื่องของการสอนงาน (Coaching) และเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring) มากยิ่งขึ้น

“สุดท้ายคือการรักษาพนักงาน เพราะเมื่อพนักงานออกจากบริษัทไป ไม่ใช่แค่เราสูญเสียพนักงานที่มีคุณภาพ หรือองค์ความรู้ของพนักงานเท่านั้น หากเป็นพนักงานที่ทำงานในส่วนที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เมื่อพนักงานออกจากบริษัทไป เราอาจจะสูญเสียลูกค้าซึ่งติดตามพนักงานท่านนั้นไป รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในเรื่องของการฝึกพนักงานคนใหม่ หรือค่าใช้จ่ายนับตั้งแต่การรับสมัครและคัดเลือกแล้ว”

การจะรักษาทรัพยากรบุคคลให้อยู่กับองค์กรได้นั้น ไม่ได้มีเพียงปัจจัยเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ผู้บริหารหรือหัวหน้างานต้องรู้ว่าพนักงานมีความคาดหวังอะไร เพราะแต่ละคนมาทำงานด้วยเหตุผลแตกต่างกัน บางคนอาจมีความต้องการด้านปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก แต่บางคนที่มีครบแล้วอาจจะต้องการใช้ศักยภาพของตัวเองในมุมอื่นๆ ด้วย

ผศ.ดร.พลิศา ยกตัวอย่างพนักงานบางคนที่ทำงานเป็นวิศวกร เขาสามารถทำงานเทคนิคหน้างานได้ดี แต่เขาเป็นคนชอบสอนและแบ่งปันประสบการณ์ ดังนั้น อาจจะให้เขามาช่วยเป็นพี่เลี้ยงเมื่อมีพนักงานเข้าใหม่ หรือเชิญเขาเป็นวิทยากรในการอบรมสัมมนาขององค์กรก็ได้ เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้ใช้ความสามารถด้านอื่น โดยที่บริษัทก็ได้ประโยชน์ด้วย เป็นต้น

การบริหารพนักงานระดับผู้จัดการและระดับปฏิบัติการนั้นก็มีความแตกต่างกัน ในระดับผู้จัดการ ซึ่งได้รับเงินเดือนที่มั่นคงพอแล้ว สิ่งที่เขามองหาจากการทำงานอาจเป็นเรื่องของความท้าทาย อำนาจในการตัดสินใจ หรือโอกาสก้าวหน้า โอกาสได้เรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพ

ในขณะที่พนักงานระดับปฏิบัติการ อาจต้องการสิ่งอื่นมากกว่า เช่น ความยืดหยุ่นของเวลางาน บรรยากาศในการทำงานที่ดี ความมั่นคงในการทำงาน โบนัส และสวัสดิการต่างๆ ทั้งนี้ก็มิได้หมายความว่าพนักงานระดับปฏิบัติการจะไม่ต้องการความก้าวหน้า หรือความท้าทายในการทำงาน

“สิ่งที่พนักงานต้องการหรือความคาดหวังของพนักงานแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน ซึ่งเราจะทราบได้ก็ต่อเมื่อเราได้คุย ได้ถาม ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจพนักงาน สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและใช้ความพยายาม กว่าเราจะสร้างความเชื่อใจให้เกิดขึ้น เราไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ถ้าเราไม่รู้ว่าพนักงานของเราคือใคร และเขาต้องการอะไร เพราะฉะนั้นการเป็นหัวหน้าที่ดีก็ควรที่จะรู้จักกับพนักงานในระดับรายบุคคล

“ความยากในการบริหารจัดการคน ก็คือการรู้จักคน เข้าใจธรรมชาติของคน แล้วถ้าเป็นไปได้อยากจะให้เข้าใจถึงปัจเจกของแต่ละคนจริงๆ

“ถ้าวันหนึ่งพนักงานระดับปฏิบัติการกำลังได้รับการโปรโมตขึ้นเป็นพนักงานระดับผู้จัดการหรือมีตำแหน่งบริหาร การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหน้างานอีกต่อไปแล้ว แต่ต้องเป็นผู้ที่มีความรอบรู้กว้างขึ้น เป็นผู้ประสานงาน สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์มากขึ้น ดังนั้นการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเขาอาจจะไม่ได้ดูแลแค่พนักงานในสายงานเท่านั้น แต่จะต้องดูแลพนักงานที่มาจากหลายๆ แผนก ว่าที่ผู้บริหารหลายคนจึงขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมและเสริมสร้างศักยภาพของตนผ่านหลักสูตรปริญญาโท”

ผศ.ดร.พลิศา ยกตัวอย่างหลักสูตร General Management ของภาคอินเตอร์เนชั่นแนล หรือหลักสูตรการจัดการธุรกิจของภาคภาษาไทย วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับผู้ที่กำลังก้าวสู่ตำแหน่งบริหาร หรือผู้บริหารปัจจุบันที่ต้องการบริหารอย่างเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยหลักสูตรนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นนักบริหารรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ เสริมสร้างและพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการที่จำเป็นในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ การตัดสินใจ การวางแผนธุรกิจ การกำหนดกลยุทธ์ การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง รวมถึงทักษะที่เราต้องใช้ เมื่อทำงานร่วมกับผู้อื่น อาทิ ภาวะผู้นำ การเจรจาต่อรอง เป็นต้น

“เมื่อองค์กรมีบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ ความชำนาญ มีความสุข ในการทำงาน มีความผูกพันต่อองค์กร พนักงานเหล่านี้จะทำงานผิดบ่อยไหม…ก็คงไม่ จะทำงานด้วยใจรัก ทุ่มเทให้กับบริษัทไหม…คำตอบคือใช่ งานที่เขารับผิดชอบในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการตลาด การเงิน การผลิต การขนส่ง หรืออื่นๆ ก็จะมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล และสิ่งที่เขานำเสนอออกมาไม่ว่าจะเป็นในรูปของสินค้าหรือบริการก็ตาม จะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพราะเขาหาข้อมูลมาอย่างดี ทำมาด้วยใจ คิดวิเคราะห์ และทำงานร่วมกัน

“ขั้นถัดมา เมื่อเรานำเสนอสินค้าและบริการที่ดีเหล่านั้น แน่นอนว่าลูกค้าคงจะต้องถูกใจ พอใจ แล้วก็มีการบอกต่อไปถึงคนอื่นๆ ทำให้สินค้าของเรา องค์กรของเราเป็นที่รู้จัก นอกเหนือจากลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ลูกค้าเดิมก็ยังคงให้การสนับสนุนบริษัท และพูดถึงบริษัทแต่ในด้านดีๆ อันนำไปสู่ยอดขาย ผลกำไร และที่สำคัญที่สุดก็คือความยั่งยืนขององค์กร ทุกอย่างเริ่มมาจากบุคลากรที่ดี ที่เก่งทั้งสิ้น”

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d