LIVE WITH DIGITAL

LIVE WITH DIGITAL

FACEBOOK PAGE

ในยุคดิจิตอลที่เราสามารถไปได้ทุกๆ ที่ มีอิสระเสรีแบบนี้ คนส่วนใหญ่มีชีวิตประจำวันโดยมีอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตซึ่งเราก็เชื่อว่าในยุคนี้หลายคนน่าจะรู้จักกับคำว่า ‘ร้านค้าออนไลน์’ หรือ ‘Shop Online’ กันมาบ้างไม่มากก็น้อยแต่บางคนอาจจะรู้จักกันในฐานะที่ตนเป็นลูกค้าในแง่ของผู้บริโภค ซึ่งในวันนี้เราจะไม่ได้พูดถึงในแง่นั้น แต่ทางเราจะมาสอนให้คุณได้รู้จักกับการเปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเองง่ายๆ ในแง่ของเจ้าของหรือผู้ผลิตกันให้ทราบ ใครว่าจะมีแค่การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ทำได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้นกันล่ะ การสร้างร้านค้าออนไลน์ของตัวเองก็ทำได้ไม่ยากเช่นเดียวกัน

ช่วยสร้างร้านค้า Online ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว ‘ร้านค้าออนไลน์’ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งในแบบที่เป็นเว็บไซต์โดยตรงของร้าน มีช่องทางให้เลือกจับจ่ายซื้อของผ่านทางออนไลน์ หรือเป็นร้านค้าที่เปิดกันผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการเปิดร้านค้าอีกทอดหนึ่งและนอกจากนี้ก็ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งที่ในปัจจุบันเป็นอะไรที่ฮิตและฮอต เห็นผุดขึ้นมากันมากมาย นั่นก็เพราะเป็นสิ่งที่มีแต่ความง่ายให้กับเรา…ง่ายในการใช้งานให้กับผู้ขายและง่ายในการเลือกซื้อของลูกค้าซึ่งก็เป็นตัวช่วยในการเปิดร้านค้าออนไลน์ที่ในวันนี้เราอยากจะมาแนะนำให้ได้รู้จักก็คือ Facebook Page นั่นเองรวมไปถึงทริคเล็กๆ น้อยๆ กันด้วย ว่าแล้วก็ตามMarketingoops.com กับคอลัมน์ Live With Digital นี้ไปชมกันดูเลยดีกว่า

gm-coverstory004

ทำอย่างไรถึงจะมี Facebook Page สร้างร้านค้าออนไลน์? ก่อนอื่นเราต้องเข้าไปที่ https://www.facebook.com/pages/create.php เพื่อสร้าง Page สำหรับร้านค้าของเรากันก่อน โดยด้านในนั้นจะปรากฏให้เราเลือกว่าเพจที่ต้องการเปิดนั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งใด ในกรณีนี้ที่เราต้องการเปิดเป็นร้านค้าออนไลน์ สมมติว่าเรามีแบรนด์ของตัวเอง ต้องการจะเปิดร้านค้าสำหรับขายสินค้าแบรนด์ของเราเอง หรือตั้งชื่อร้านของเราก็ให้คลิกเลือกที่ ‘แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์’ เพื่อสร้างร้านค้าของเรากันก่อน เมื่อคลิกเรียบร้อยก็จะปรากฏให้เราเลือกประเภทสินค้าของเราและกำหนดชื่อแบรนด์ด้านล่าง ตรงจุดนี้ให้เราเลือกตามประเภทผลิตภัณฑ์ที่เราจะขายในร้านค้าออนไลน์ของเรา และใส่ชื่อแบรนด์หรือชื่อร้านค้าที่เราต้องการลงไป หลังจากนั้นทำตามขั้นตอนต่างๆ เราก็จะได้Facebook Page ของร้านค้าเราที่เราจะใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารและขายของกับลูกค้าของเรากันแล้ว

การใช้งาน Facebook Page ยากหรือไม่? แม้ว่าการเปิดร้านค้าจะดูเป็นเรื่องยุ่งยากแต่ร้านค้าบน Facebook Page นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากใครเล่น Facebook กันเป็นประจำจะรู้ว่าหน้าตาของเพจกับการใช้งาน Facebook ส่วนตัวนั้นคล้ายๆ กัน ทำความเข้าใจกันได้ ส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมาเด่นๆ เลยนั้นก็คือแผงควบคุมสำหรับผู้ดูแล ซึ่งจะมีไว้ให้ผู้ที่ดูแลเพจหรือเจ้าของร้านค้าได้ดูสถิติสำหรับการโพสต์สินค้าแต่ละอย่าง โพสต์ไหนเข้าถึงลูกค้าได้มากหรือน้อย การเข้าถึงมาก แสดงว่ามีคนเห็นสินค้าของเรามาก นั่นหมายความว่าเขาจะรู้จักสินค้าของเรา เป็นการโฆษณาไปในตัวนอกจากนั้นตรงจุดนี้ยังมีส่วนให้แก้ไขเพจสำหรับแอดมินหรือเจ้าของร้านอยากจะเพิ่มเติมให้ใครมาดูแลร้านร่วมกัน หรือ แก้ไขรายละเอียดต่างๆ ก็สามารถทำได้ที่เมนูนี้ และอีกเมนูหนึ่งที่มีไว้สำหรับวิเคราะห์และพัฒนา สังเกตการณ์กับโพสต์แต่ละครั้งของเราคือการดูข้อมูลเชิงลึก ซึ่งจะเป็นสถิติ กราฟ แสดงให้เห็นรายละเอียดการเข้าถึงอย่างละเอียด ไว้สำหรับให้เรามาวิเคราะห์และดูแนวโน้มลูกค้าว่าชอบโพสต์ประเภทไหน สินค้าแบบใดที่เขาสนใจจากเรามากที่สุด เป็นต้น

มีร้านค้าออนไลน์เรียบร้อยแล้วจะเรียกลูกค้าอย่างไรดีล่ะ? วิธีการเรียกลูกค้าให้สนใจสินค้า ตรงจุดนี้มีหลายวิธีการให้ดูน่าสนใจและดึงดูดลูกค้าเข้าหาสินค้าของร้านค้าเรา เคยเห็นไหมคะ บางครั้งสินค้าธรรมดา ทำไมคนถึงแห่กันไปซื้อ?นั่นเป็นเพราะเขามีวิธีการเรียกลูกค้าที่น่าสนใจและเปลี่ยนภาพลักษณ์สินค้าปกติให้ดูมีคุณค่ามากขึ้นยกตัวอย่างเช่น ร้านเสื้อผ้าออนไลน์ ซึ่งหากเป็นร้านค้าปกติ ถ่ายรูปเสื้อผ้าธรรมดาโพสต์ลงไปในหน้าเพจร้านค้าของเรา ความสนใจนั้นจะอยู่ในระดับที่ต่ำ ในขณะที่สินค้าชนิดเดียวกันแต่ถ่ายรูปสินค้าให้สวยงามและมีนางแบบสวมใส่ให้ดูสวย กลับกระตุ้นให้คนอยากซื้อสินค้าชิ้นนั้นกันเป็นแถว นั่นเป็นเพราะภาพลักษณ์คือสิ่งสำคัญในการเรียกลูกค้า ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เจ้าของร้านควรจะคำนึงถึงตรงจุดนี้ไม่น้อย เพราะจะเป็นสิ่งที่สร้างให้ลูกค้าสนใจในสินค้าของเราและทำให้ร้านค้าของเราดูมีความน่าเชื่อถือ นอกจากการจัดฉากโพสต์รูปภาพให้สวยงามแล้ว การเรียกลูกค้าวิธีอื่นๆ ก็ยังมี เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกัน ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วม เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้าหาร้านเรามากขึ้น หรือการโพสต์ภาพหรือข้อความตามละคร หรือกระแสที่เป็นอยู่ในขณะนั้น การโพสต์ภาพตลกๆ คำคม อินโฟกราฟิกก็เป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดลูกค้าให้สนใจได้เช่นเดียวกัน

3 สิ่งสำคัญที่ต้องมี เพื่อให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณได้ไปต่อ สิ่งสำคัญที่จะทำให้ร้านค้าของเราคงอยู่และขายดิบขายดีไปนานๆ ไม่ได้มีเพียงภาพ-ลักษณ์สินค้าที่ต้องดูดีเท่านั้น ยังจะต้องมีในเรื่องของความซื่อสัตย์ การบริการที่ดี และมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากร้านค้าออนไลน์ เปิดง่าย หน่ายเร็วก็มีมาก คนเราจะไม่เห็นสินค้ากันก่อนนอกจากภาพถ่าย ความระแวดระวังในฐานะคนซื้อว่าจะโดนหลอกก็จะมีมากพอสมควร ดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องมีคือความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเสียก่อนตัวร้านค้าจะต้องตั้งมั่น ไม่คิดคดโกง ซึ่งนั่นจะเป็นจุดแรกที่ทำให้ร้านค้าได้ไปต่อส่วนสำคัญสิ่งที่สองคือความน่าเชื่อถือ จากที่กล่าวไปการที่เราไม่มีหน้าร้าน ระดับความน่าเชื่อถือของเราจะลดลงเล็กน้อย ดังนั้นร้านค้าควรที่จะมีหลักฐานแสดงตัวตนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า ให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าได้รับสินค้าแน่นอน เช่น ภาพการส่งของ เลขรหัส EMS สำหรับการส่งของรายชื่อผู้ซื้อ และรีวิวต่างๆ จากลูกค้าที่ใช้จริง และสิ่งสำคัญสุดท้ายที่ต้องมีคือการบริการที่ดี ดูแล พูดคุยกับลูกค้าด้วยไมตรีจิตอยู่เสมอไม่ว่าลูกค้าจะเรื่องเยอะ ถามแยะ หรือมีปัญหาใดๆ มาให้ ร้านค้าควรตอบอย่างนอบน้อม มีไมตรี และมีเหตุผล หากร้านค้าร้านไหนมี 3 สิ่งนี้ แน่นอนว่าต้องได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากขึ้นและยังไปต่อได้

แม้จะมี Facebook Page แล้ว แต่ 1 ช่องทางสั่งซื้อสินค้าไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี ปกติแล้วร้านค้าจะใช้ส่วนข้อความไว้เป็นช่องทางinbox สั่งซื้อสินค้ากันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นส่วนตัวและมีเพียงร้านค้ากับลูกค้าที่จะมองเห็นข้อความซึ่งกันและกัน รวมไปถึงมีความเสถียรมากกว่าการโพสต์ลงใต้ข้อความหรือรูปภาพสินค้า เนื่องจากบางทีระบบของ Facebook ก็ไม่แจ้งเตือน ทำให้ทางร้านค้าจะมองไม่เห็นกันเป็นส่วนใหญ่ พลาดต่อการดูแลลูกค้าที่สนใจสินค้าของเราเองแต่ทำไมเราถึงบอกว่า 1 ช่องทางสั่งซื้อไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี? แม้การนำเสนอสินค้าของเราจะผ่าน Facebook Page เป็นหลักแต่ใช่ว่าเราต้องขายสินค้าผ่านทางเพจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยิ่งช่องทางการติดต่อสั่งซื้อสินค้าน้อย นั่นหมายความว่าการเข้าถึงร้านค้าของเราก็น้อยไปด้วย ร้านค้าควรมีตัวช่วยและช่องทางสั่งซื้อสินค้าให้หลากหลายเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ได้มีเพียงแต่เพจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งสำหรับช่องทางสั่งซื้อสินค้าที่ฮิตๆ กันนั้น ก็จะมี Line, WhatsApp, E-mail, เบอร์โทรศัพท์ Hot Line กันให้เลือกใช้ติดต่อเข้าถึงลูกค้าและลูกค้าสะดวกเข้าถึงร้านค้าได้หลายช่องทางด้วยเช่นเดียวกัน

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d