เวธัส โพธารามิก FOUND IN TRANSLATION

เวธัส โพธารามิก FOUND IN TRANSLATION

เพราะหนังสือดีมีค่ามากกว่าจะอ่านเพียงลำพัง ไผ่-เวธัส โพธารามิก ชายหนุ่มวัย26 ปี จึงตัดสินใจศึกษาภาษากรีกโบราณเพื่อแปลบทประพันธ์ชิ้นสำคัญของ เพลโต (Plato) นักปรัชญาชาวกรีกผู้ทรงอิทธิพลตลอดกาลของโลกตะวันตก โดยที่ผ่านมาไผ่ได้เคยฝากผลงานแปลบทสนทนาว่าด้วยแรงดลใจของกวีไว้ในไอออน (Ion) ก่อนที่เขาจะใช้เวลา 4 เดือนสำหรับ รีพับลิก (Republic) วรรณกรรมเก่าแก่ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 2,500 ปี เพื่อให้นักอ่านทุกคนได้ตั้งสมมติฐานต่อปัญหาสุดคลาสสิกของมนุษย์ตั้งแต่ เหตุใดเราจึงควรทำดี ระบอบประชาธิปไตยมีข้อดีข้อเสียอย่างไรจิตวิญญาณของมนุษย์ประกอบด้วยสิ่งใด ตายแล้วไปไหน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการผลิตและเผยแพร่รีพับลิกเป็นการจัดทำบนแผนที่ความฝันของโครงการ ‘Unlimited Literature’ หรือ ‘วรรณกรรมไม่จำกัด’ ซึ่งเป็นรูปแบบการระดมทุนแบบคราวด์ ฟันดิง (Crow Funding) ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มนักอ่านไทยได้ร่วมเดินทางสร้างสรรค์คุณค่าและความหมายให้แก่วรรณกรรมแปลเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยเวลานี้ทั้งการผลิตต้นฉบับและการระดมทุนได้บรรลุผลสำเร็จแล้ว 100% คาดว่าผู้สนับสนุนและผู้ที่สนใจจะได้อ่านสำนวนการแปลของผู้ชายคนนี้ในไม่ช้า gmbiz-interview จุดกำเนิดของการแปล ผมมีความสนใจด้านภาษาศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก ตอนเรียนมัธยมปลายผมชอบไปซื้อบทกวีภาษาอังกฤษจากร้านหนังสือมือสองมาอ่าน โดยหนังสือปรัชญาเล่มแรกที่เริ่มอ่านคือ การตีความความฝัน (The Interpretation of Dream) ของ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) และวันหนึ่งลุงเจ้าของร้านหนังสือได้พูดขึ้นประมาณว่า อ่านแบบนี้แล้วจะรู้เรื่องอะไร ทำไมเด็กสมัยนี้ไม่ยอมศึกษาปรัชญาตั้งแต่แรก แล้วแนะนำให้ผมไปอ่าน รีพับลิก (Republic) ของ เพลโต (Plato) และอภิปรัชญา (Metaphysics) ของ อริสโตเติล (Aristotle) ซึ่งตอนนั้นผมยังงงว่าคืออะไร แต่สุดท้ายได้ไปหามาอ่าน เพราะผมไม่ชอบทำอะไรที่คนอื่นทำได้ สุดท้ายจึงหันมาศึกษาภาษาที่ตายแล้วอย่าง กรีกโบราณ งานแปลที่ดีที่สุดไม่มีอยู่จริง! ผมเชื่อว่าการแปลหนังสือจากภาษาหนึ่งมาสู่ภาษาหนึ่งจะมีคำบางคำที่ผู้แปลเก็บความได้ไม่ครบ และมีคำบางคำที่ภาษาที่ใช้แปลไม่สามารถเก็บความได้ แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่างานแปลที่ดีที่สุดควรจะมีแค่หนึ่งเดียว และสามารถกินความได้ทั้งหมด ซึ่งผมกลับมองว่างานแปลที่ดีที่สุดไม่มีอยู่จริง เพราะงานแปลทุกชิ้นผ่านการตีความจากผู้แปล ดังนั้นการแปลจึงเป็นเหมือนการตีความของผู้แปล ฉะนั้น วงการงานแปลทั้งหมดจะเติบโตได้จึงต้องมีหลายๆ สำนวน จะคาดหวังให้มีพระเอกขี่ม้าขาวคนหนึ่งมาแปลแล้วได้ความสมบูรณ์นั้นเป็นไปไม่ได้ ผมมองว่าปัจจัยที่ทำให้งานแปลแต่ละชิ้นมีความต่างกันมีอยู่ 3 ข้อ คือ ต้นฉบับโบราณที่ใช้เป็นของใคร ผู้แปลตีความอย่างไรในแต่ละคำแต่ละบรรทัด และสุดท้ายผู้แปลต้องการรักษาคำไว้มากแค่ไหน ความเป็นนิรันดร์ของจิตวิญญาณ ผมคิดว่ามนุษย์มักถูกจำกัดด้วยกรอบ 3 อย่าง คือ อายุ การศึกษา อาชีพ เช่น เด็กไม่รู้อะไรหรอกผู้ใหญ่รู้เยอะ คนจบดอกเตอร์มาต้องเก่ง และถ้าคุณไม่ใช่หมอคุณจะอ่านหนังสือแพทย์ทำไม แต่ผมอ่านหนังสือจิตเวชตั้งแต่อยู่ ม.ปลาย เพราะผมไม่เชื่อในกรอบทั้ง 3 ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่า เวลาอ่านหนังสือแล้วได้เป็นตัวของตัวเองมาก ตอนแปลไอออนผมรู้สึกเฉยๆ แต่พอมาแปลรีพับลิกรู้สึกว่าซีเรียส เพราะแรงกดดันเยอะ และมีเวลาเพียงแค่ 4 เดือน สิ่งแรกที่ผมทำก่อนเริ่มแปลรีพับลิกคือ กลับไปเปิดดัชนีฉบับภาษาอังกฤษดู แล้วค้นว่าคำไหนสำคัญในระบบคิดของเพลโต จากนั้นระบุว่าจะแปลอย่างไร พอแปลมากเข้าผมรู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับเพลโตมากขึ้น จนคิดว่าผมเหมือนกับเพลโตตรงที่อยากให้จิตวิญญาณยังคงอยู่ เวลาผมแปลงานผมจะทำเชิงอรรถไว้อย่างละเอียดประมาณ 200 จุด และเชื่อไหมว่ามีอยู่จุดหนึ่งที่ผมแก้ตรรกะของเพลโตไม่ออก ด้วยความที่เป็นกรีกโบราณจึงมีตรรกะบางอย่างที่ประหลาดๆ จนฟังไม่รู้เรื่อง สุดท้ายผมจึงไปนอนแล้วฝันว่าเพลโตมาไขปริศนาให้ แล้วผมก็ตื่นขึ้นมากลางดึก รีบลุกจากเตียงมาพิมพ์เชิงอรรถเก็บไว้ the-project อุดมการณ์ในการแปล อุดมการณ์อย่างหนึ่งของผมคือ ต้องแปลงานให้คนธรรมดาที่ไม่รู้ปรัชญาเลยอ่านรู้เรื่อง เพราะผมมองว่าหนังสือปรัชญาส่วนใหญ่ในเมืองไทยมักแปลด้วยคำศัพท์ที่สวยหรูมากจนหลุดออกไปจากชีวิตประจำวันและอ่านไม่รู้เรื่อง โดยเจาะกลุ่มเฉพาะนักวิชาการไม่ถึงหมื่นคนในเมืองไทยซึ่งจริงๆ แล้วยังมีคนอีกตั้ง 60 ล้านคน ทำไมไม่มีใครลองเจาะไปที่คนเหล่านี้ผมมองว่าแท้จริงแล้วเป้าหมายของปรัชญาคือการนำสิ่งรอบๆ ตัวมานิยามใหม่ แล้วสร้างขอเสนอขึ้นมาว่าถ้านิยามแบบนี้แล้วโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร ดังนั้น ตามความเห็นของผมถ้าจะแปลหนังสือทางปรัชญานักแปลควรประดิษฐ์คำใหม่ให้น้อย แล้วเลือกใช้คำที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันให้มาก เพราะประสบการณ์ตรงสามารถทำให้ปรัชญาเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้ง่ายโดยนักแปลควรหันมาให้ความสนใจกับผู้อ่านที่ไม่มีความรู้ทางปรัชญามากกว่าประสบการณ์ของผู้อ่านที่เป็นโปรเพสเซอร์ เผยแพร่ในแบบวรรณกรรม ‘ไม่จำกัด’ วันหนึ่งพี่โย-กิตติพล สรัคคานนท์ ถามผมว่าสนใจคราวด์ ฟันดิง (Crowd Funding) ไหม ซึ่งตอนแรกผมยังไม่ทราบเลยว่าคืออะไร มารู้ทีหลังว่าเป็นรูปแบบการระดมทุนจากผู้อ่านเพื่อสนับสนุนการแปลงานวรรณกรรม โดยไอเดียวรรณกรรมไม่จำกัดคือ ให้ผู้อ่านเลือกหนังสือที่ต้องการอ่าน หลังจากนั้นทางสำนักพิมพ์จะเป็นคนกลางจัดการหาคนแปล คนพิสูจน์อักษรคนออกแบบรูปเล่ม ซึ่งคำว่าไม่จำกัดในที่นี้หมายถึง หลังจากผู้สมทบทุนทุกคนได้รับตัวเล่มปกแข็งเรียบร้อยแล้ว งานแปลชิ้นนั้นจะถูกเผยแพร่ลงในอินเตอร์เน็ตให้ทุกคนสามารถโหลดอ่านฟรีภายใต้สัญญาครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons) ความจริงเมืองไทยมีรูปแบบการระดมทุนเกิดขึ้นตลอดแต่มักล้มเหลว ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าอาจเป็นเพราะการโปรโมท นอกจากการรอให้ผู้อ่านเดินเข้ามาหาแล้ว ยังต้องคิดด้วยว่าจะทำยังไงให้หนังสือเข้าไปหาผู้อ่านได้ง่าย ถ้าวางเกมให้ดีน่าจะประสบความสำเร็จ
เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d