Consumer Trends That Change the World

HENRY MASON

กรรมการผู้จัดการ Trendwatching.com

Consumer Trends That Change the World

ณ จุดนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาด นักโฆษณา ครีเอทีฟ เจ้าของกิจการ หรือผู้บริโภค เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินคำว่า เทรนด์ (Trend) กันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งเทรนด์กินคลีน เทรนด์การออกกำลังเพื่อสร้างซิกแพคในหมู่สาวๆ เทรนด์ชื่นชอบกล้องมือถือที่ต้อง ‘Capture’ ก่อนเซลฟี่ ยังไม่นับรวมเทรนด์การใช้ชีวิตแบบสโลว์ลีฟวิ่ง แบบฮิปสเตอร์ และอีกมากมาย

Cambridge Dictionary ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า

Trend = The general direction of changes or developments แปลเป็นไทยคร่าวๆ ว่า ทิศทางหรือกระแสความเปลี่ยนแปลง

คำนี้ถูกนำไปใช้ในหลายภาคส่วน ทั้งในวงการแฟชั่น วงการรถยนต์ แม้กระทั่งวงการค้าปลีก เราจึงได้ยินคำว่าเทรนด์แฟชั่น เทรนด์เทคโนโลยี เทรนด์โซเชียลมีเดีย เทรนด์เศรษฐกิจ และอีกหลายต่อหลายเทรนด์

แต่ในวันนี้เราขอตีกรอบให้แคบลงมาอยู่ที่เรื่องของ เทรนด์ผู้บริโภค (Consumer Trend) และเป็นที่มาของการพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ เฮนรี่ เมสัน (Mr. Henry Mason) กรรมการผู้จัดการของ Trendwatching.com คีย์แมนผู้อยู่เบื้องหลังการปลดล็อก และเปิดมุมมองธุรกิจใหม่ๆ ให้กับหลากหลายบริษัทและองค์กรทั้งในระดับ Icon รวมทั้งสตาร์ทอัพน้อยใหญ่มาแล้วทั่วโลก

trendwatching001

GMBiZ : ความหมายของเทรนด์ผู้บริโภคในมุมของคุณ

Henry : เทรนด์ผู้บริโภค คือ พฤติกรรม ทัศนคติ และความคาดหวังแบบใหม่ๆ ของผู้คนในเรื่องของสินค้าและบริการที่จะมาช่วยตอบสนองความต้องการพื้นฐานของคนเรา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกธุรกิจควรจะต้องใส่ใจและให้ความสำคัญ

GMBiZ : เทรนด์สำคัญอย่างไร ทำไมธุรกิจต่างๆ ต้องสนใจและให้ความสำคัญ

Henry : ทุกวันนี้โลกหมุนไปเร็วมาก ทุกอย่างทะยานไปข้างหน้า ถ้าจะพูดในเชิงเศรษฐศาสตร์ เราจะเห็นได้ว่า ทั้งอุปสงค์และอุปทาน (Demand and Supply) ของการอุปโภคบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล

ในแง่อุปสงค์ เรามีสินค้าและบริการต่างๆ หลั่งไหลเข้าสู่ตลาด ทั้งจากบริษัทหรือธุรกิจที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว สตาร์ทอัพอีกนับไม่ถ้วน มีนวัตกรรมเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งก็ได้อานิสงส์จากอินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก

ส่วนทางด้านของอุปทาน ชนชั้นกลางมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีกำลังซื้อมากขึ้น แต่ที่เรามักจะมองข้ามก็คือ มีผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ต้องการสินค้าและบริการที่ดี มีมาตรฐาน

GMBiZ : มิติของเทรนด์ในปัจจุบันกำลังซัดเทไปในทิศทางใด

Henry : ผมมองว่าเทรนด์ผู้บริโภคในเอเชียกำลังเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะผู้บริโภคในอินโดนีเซียและในเมืองไทย คนกลุ่มนี้จะมีความคาดหวังสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเคยสัมผัสหรือได้เห็นได้ยินเกี่ยวกับแบรนด์ระดับโลก ก็เลยมีความคาดหวังที่จะได้รับบริการและประสบการณ์ที่ดีจากสินค้าและบริการที่ใช้มากขึ้นๆ และอาจจะมากเกินกว่าที่หลายๆ แบรนด์จะปรับตัวได้ทัน

Consumers’ expectations are set by the best in class.

นี่คือสิ่งที่สะท้อนภาพดังกล่าวได้ชัดเจนที่สุด ก็คือ คนทำธุรกิจส่วนใหญ่มักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคู่แข่งที่อยู่ในตลาดเดียวกัน ในธุรกิจเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเป็นร้านเสื้อผ้า คุณก็จะเปรียบเทียบร้านตัวเองกับร้านที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และจะมีให้เห็นมากขึ้นก็คือ ลูกค้าไม่ได้ใช้วิธีคิดแบบเดียวกับคุณหรอก ลูกค้าไม่สนใจหรอกว่า คุณเป็นร้านเสื้อผ้าแบรนด์ไทย เขาไม่ได้เปรียบคุณกับแบรนด์ไทยด้วยกันแค่นั้น แต่เขาจะเปรียบเทียบคุณกับแบรนด์อย่าง Uniqlo หรือ H&M หรือ Zara หรือลูกค้าอาจจะเปรียบเทียบประสบการณ์หรือบริการที่ได้รับจากแฟชั่นแบรนด์อย่าง Uniqlo, H&M, Zara กับสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น Air Asia หรือ Samsung ด้วยซ้ำไป

FYI

ในปัจจุบัน ผู้บริโภคจะได้ตื่นตาตื่นใจกับสินค้าและบริการที่หลากหลาย มีตัวเลือกมากมาย ซึ่งก็จะเป็นความท้าทายสำหรับคนทำธุรกิจ ทั้งนี้หากเราไม่เข้าใจหรือตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือ เราจะไม่สามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ให้เข้ามา และในขณะเดียวกันก็จะไม่สามารถรักษาลูกค้าเก่าให้อยู่กับเราได้

GMBiZ : บทบาทของ Trendwatching คืออะไร

Henry : เราจะคอยสอดส่องและรวบรวมเทรนด์ที่เกิดขึ้นในแวดวงธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างหนึ่ง และนำเสนอให้ธุรกิจประเภทอื่นๆ หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ได้รับทราบ เพื่อช่วยเปิดมุมมองและโอกาสทางธุรกิจจากการนำเทรนด์ต่างๆ เหล่านี้ไปปรับใช้และขยายผลกับธุรกิจของตัวเอง

เรามักจะบอกลูกค้าเสมอว่า ‘Don’t settle with the insight but be disruptive foresight.’ คือ เราไม่ได้แค่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภค แต่เราต้องการช่วยให้ธุรกิจได้เรียนรู้ทำความเข้าใจ และน้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หรือเทรนด์ผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ อยากช่วยชี้ให้เห็นช่องทางใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ด้วยสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพ และนำมาซึ่งประสิทธิผลที่ดียิ่งๆ ขึ้น จะได้นำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ

GMBiZ : Trendwatching เกิดขึ้นได้อย่างไร

Henry : เราเริ่มทำงานเรื่องเทรนด์กันอย่างจริงจังมากว่า 10 ปีแล้ว ย้อนกลับไปสมัยนั้น การศึกษาทำความเข้าใจผู้บริโภค มักจะทำโดยการวิจัยแบบดั้งเดิม อยู่ในวงจำกัด มีนักวิจัยคนหรือสองคนพากันไปสำรวจเก็บข้อมูลและประมวลผล แล้วก็นำมาเสนอให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในบริษัท

เราเห็นโอกาสตรงนี้ ประกอบกับเห็นช่องทางการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต เราก็เลยทำ Trendwatching ให้เป็นแหล่งข้อมูลฟรีออนไลน์ โดยเราจะเป็นศูนย์กลางเก็บรวบรวมข้อมูล เรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์ ผู้ที่เข้ามาในเว็บไซต์ สามารถเข้ามาอ่านข้อมูลได้ฟรี และในขณะเดียวกัน ก็สามารถส่งตัวอย่าง เรื่องราว กรณีต่างๆ ที่ได้ไปพบเจอมา ก็ค่อยๆ เริ่มจากคนอ่านหลักร้อย จนในปัจจุบันขยายวงกว้างเป็นเครือข่ายของคนอ่านกว่า 3,000 คนทั่วโลก

GMBiZ : ข้อมูลที่ได้จาก Trendwatching.com มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน

Henry : ผมมั่นใจ 100% กับเทรนด์ต่างๆ ที่เราได้นำเสนอออกมา

GMBiZ : อะไรทำให้คุณมั่นใจขนาดนั้น

Henry : หน้าที่ของเรา คือ เราจะคอยกวาดตาดูและจับสัญญาณอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ ทั้งในเอเชีย ในยุโรป ในแอฟริกา และทั่วทุกมุมโลก เราไม่ได้ดูแค่ในระดับประเทศเท่านั้น โดยเราจะใช้เครือข่ายของคนอ่านของเราที่อยู่ทั่วโลกช่วยแจ้งหรือยืนยันความเคลื่อนไหวของเทรนด์ที่เราเริ่มจับสังเกตได้ ก่อนนำมาเสนอต่อสาธารณชน

GMBiZ : พอจะมีตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัดๆ บ้างหรือไม่

Henry : ตอนนี้เราเริ่มเห็นผู้ให้บริการรับ-ส่งข้อความ หรือ Messaging Platform หรือเจ้าของแอปพลิเคชั่นแช็ตที่เราเรียกกันติดปาก หลายๆ รายหันมาให้บริการในเรื่องที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์กันมากขึ้น ซึ่งคนอ่านของเราในประเทศต่างๆ ก็จะแจ้งข้อมูลความเคลื่อนไหวต่างๆ ของบริการเหล่านี้ในประเทศนั้นๆ เข้ามา เช่น ในเมืองไทยตอนนี้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อของชำจากซูเปอร์มาร์เก็ตผ่านทาง LINE ได้

ขณะที่ในจีน WeChat ได้จับมือกับทางหน่วยงานราชการในเซี่ยงไฮ้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการติดต่อกับทางราชการ ลูกค้าสามารถนัดหมอ สมัครวีซ่า จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ผ่านทาง WeChat ได้ หรือในฟิลิปปินส์ ลูกค้าสามารถสั่งอาหารของ Food Panda ผ่าน WeChat ได้

ส่วนในสิงคโปร์ ลูกค้าสามารถขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำเรื่องการบ้านโดยผ่าน WhatsApp ได้ ซึ่งการจับความเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ มาจากการรายงานของคนในพื้นที่ ในประเทศ ในภูมิภาคนั้นๆ ที่เป็นผู้ให้ข้อมูล โดยเราจะวิเคราะห์และตรวจสอบเพื่อยืนยันความถูกต้องอีกขั้นตอนหนึ่ง

หลังจากนั้น ก็จะเขียนสรุปออกมาอย่างเป็นทางการ โดยไม่ต้องไปสัมภาษณ์ เก็บข้อมูล หรือทำ Focus Group กับคนหลายๆ พันคน วิธีการนี้ จริงๆ แล้วสามารถมองเป็นนวัตกรรมทางด้านการวิจัยตลาดและวิจัยผู้บริโภคเลยก็ว่าได้

GMBiZ : ในฐานะของผู้ชี้เทรนด์ ถือว่าคุณยืนอยู่ในจุดที่เสี่ยงมาก หากชี้ผิด คุณเคยพลาดบ้างหรือไม่

Henry : (หัวเราะเล็กน้อยก่อนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ) ไม่เคยนะ เพราะเทรนด์ในความหมายของเรามาจากการที่เราเห็นและจับต้องได้จริงๆ ว่า นี่คือปรากฏการณ์ ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในเรื่องของพฤติกรรม ความคาดหวังที่ยึดโยงกับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เพียงแต่เรานำเสนอเรื่องพวกนี้ก่อนใคร ตั้งแต่ยังอยู่ในระยะเริ่มๆ เพื่อชี้ให้คนอื่นๆ ในธุรกิจอื่นๆ ได้เห็น และใช้ประโยชน์จากเทรนด์เหล่านี้ เพื่อเปิดมุมมองและปลดล็อกกรอบความคิดเดิมๆ ที่มีอยู่ อันจะนำไปสู่โอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ

ตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องนี้ก็คือ Uber ซึ่งมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ในการเรียกรถแท็กซี่ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค จุดเด่นของ Uber อยู่ที่ฟังก์ชันที่ใช้งานง่าย สะดวก ซึ่งต่อมาก็มีบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมอื่นนำแนวคิดเรื่องการกดปุ่มหรือคลิกแค่ครั้งเดียวนี้ไปต่อยอด อย่างในฝรั่งเศส เมื่อลูกค้าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าไป และเครื่องเกิดมีปัญหา หรือลูกค้าต้องการคำแนะนำ ลูกค้าก็เพียงแต่กดปุ่ม แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่โทรฯ กลับมา หรือ Amazon Dash ของ amazon.com ซึ่งจะคอยวัดปริมาณกาแฟ หรือผงซักฟอกในเครื่อง พอของนั้นใกล้จะหมด เพียงแค่คุณกดปุ่มหรือคลิกทีเดียว คุณก็สามารถเชื่อมต่อเจ้าแท่งนี้เข้ากับบัญชีผู้ใช้งานของคุณ และทำการสั่งซื้อยี่ห้อที่คุณชอบจากห้างที่คุณช้อปให้เลย

GMBiZ : คุณกำลังจะบอกว่าจุดร่วมของเทรนด์ส่วนใหญ่ต่างโฟกัสที่การทำให้ชีวิตง่ายขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น

Henry : ถูกต้อง ผมมองว่าความต้องการสินค้าและบริการที่นำเสนอเรื่องความสะดวกสบายนั้นมีอยู่จริงและคงทน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ลูกค้าต้องการความสะดวกสบาย ปีนี้ก็ยังต้องการอยู่ และในอีก 10 ปี ข้างหน้า ลูกค้าก็ยังจะอยากได้ความสะดวกสบายอยู่ดี สำคัญตรงที่ ใครจะพัฒนาสินค้าและบริการได้ตรงและสอดรับกับสิ่งที่ผู้บริโภคอยากจะได้ ซึ่งประเด็นและความเคลื่อนไหวในลักษณะนี้แหละที่ Trendwatching อยากชี้ให้คนที่ต้องทำงานทางด้านสินค้าและบริการได้เห็น เข้าใจ และนำไปปรับใช้ ใครที่สามารถสร้างนวัตกรรมที่มาต่อยอดให้กับสินค้าและบริการของตัวเองได้ก่อน ก็จะชนะใจผู้บริโภคถ้าจะนิยามให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คงจะเป็น When I want something, I just want to press one button.

GMBiZ : ปัจจุบันมีความสับสนระหว่างนิยามของ Trend กับ Fad มากพอสมควร

Henry : เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันอย่างมากทีเดียว คือ นอกจากคำว่า Trend แล้ว ยังมีอีกคำที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน นั่นคือคำว่า Fad สองคำนี้คล้ายแต่ไม่เหมือน เพียงแต่มีลักษณะร่วมกันบางประการ กล่าวคือ ทั้ง Trend (ซึ่งในที่นี้จะขอใช้คำภาษาไทยว่า กระแสหลัก) และ Fad (หรือ กระแสวูบวาบ) จะเป็นอะไรใหม่ๆ นวัตกรรมต่างๆ มีความสดใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงและแตกต่างไปจากเดิม

ทว่า Trend นั้นยึดโยงกับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่มีความเป็นสากล กล่าวคือ เป็นที่ปรารถนาของผู้บริโภคโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด อยู่ที่ไหน ตามหลักประชากรศาสตร์ ในขณะที่ Fad นั้นไม่ได้มีรากฐานอยู่บนความต้องการที่ว่า แต่เป็นแค่ความต้องการผิวเผิน ให้ดูแปลกดูแหวกแนว ดังนั้น Fad จึงไม่คงทน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ประเดี๋ยวประด๋าว แล้วก็หายไป

กล่าวโดยสรุป เทรนด์จะมีองค์ประกอบหลักๆ 2 ประการ คือ ต้องเป็นอะไรใหม่ๆ พฤติกรรมใหม่ๆ แต่ต้องมีหลักอยู่บนความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ อาทิ ความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ต้องการความมั่นคง ความปลอดภัย ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกภาษาต้องการ

GMBiZ : คุณมักจะพูดเสมอว่า ‘เทรนด์จะไม่ดับสลาย แต่จะแตกหน่อและต่อยอด (Trends do not just die, instead they evolve.) ขยายความได้หรือไม่

Henry : จากประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้ ทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจกับวลีนี้พอสมควร ว่ามันเป็นจริง Pop-up Retail เป็นตัวอย่างซึ่งจะช่วยยืนยันคำพูดนี้ได้ดี ในเมืองไทย เราเพิ่งจะได้รู้จักปรากฏการณ์แบบฟู้ดทรัคเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แต่ Trendwatching เริ่มจับสัญญาณนี้ได้ และเป็นผู้บัญญัติคำว่า Pop-up Retail ไว้ตั้งแต่ปี 2004 เพื่ออธิบายวิธีการเปิดตัวหรือนำเสนอสินค้าและบริการโดยใช้ช่องทางและรูปแบบใหม่ๆ

10 ปีผ่านไป เราได้เห็น Air Asia ใช้ฟู้ดทรัคในการนำเสนอเมนู และประสบการณ์ในการรับประทานอาหารบนเครื่องให้ลูกค้าได้รู้จักและลิ้มลอง ซึ่งวิธีการแบบนี้ธุรกิจอื่นในอุตสาหกรรมอื่นก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ เช่น LINE อาจจะไปเช่าสำนักงานไว้สักสัปดาห์หนึ่ง และเปิดให้ลูกค้าได้เข้าไปใช้บริการทำธุรกรรมจริงๆ ที่นั่น เพื่อจำลองสถานการณ์ และแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนและกระบวนการทำธุรกรรม e-Commerce ที่ LINE จะเปิดให้บริการ

หรือสินค้าพวก Wearable ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เป็นสินค้ายอดนิยมในช่วง 2-3 ปีมานี้ ทั้งนี้ บรรดาแฟนๆ ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สินค้านี้ช่วยตรวจวัดการเคลื่อนไหวของร่างกาย คอยตรวจจับและรายงานว่า ผู้สวมใส่เดินไปกี่ก้าว เบิร์นไปได้กี่แคลอรีแล้วแต่หลังจากนี้ การขายแค่อุปกรณ์แต่เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอีกต่อไป อาจจะต้องมี app หรือมีฟังก์ชันที่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมการออกกำลังกาย หรือเชื่อมต่อกับเทรนเนอร์ส่วนตัวผ่าน Video Call หรือแอปพลิเคชั่นรับ-ส่งข้อความ เพื่อช่วยกระตุ้นหรือให้คำแนะนำกับผู้ใช้ด้วย

ช่วงท้ายนี้ เราขอล้วงลึกเข้าไปใน Trendwatching สักหน่อย

GMBiZ : ในแง่ขององค์กรธุรกิจ Trendwatching เป็นองค์กรแบบไหน และทำเงินได้อย่างไร

Henry : เราให้บริการข้อมูลในรูปแบบของ Crowdsourcing หมายความว่า 90% ของเนื้องานเราจะอยู่บนออนไลน์ รายได้หลักๆ ของเราก็จะมาจากค่าบริการสำหรับ Premium Service ที่เราเก็บจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นหน่วยงานทั้งรัฐบาล เอกชน แบรนด์ต่างๆ ธุรกิจน้อยใหญ่ เอเยนซี่โฆษณา และองค์กรต่างๆ กว่า 1,000 แห่ง เพื่อเข้ามาดูข้อมูลต่างๆ เรื่องเทรนด์ ข้อมูลพวกนี้จะลงลึกในรายละเอียด มีรายงานและเครื่องมือต่างๆ ประกอบ ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลที่เรานำเสนอไว้ในเว็บไซต์ให้คนทั่วไปได้อ่านฟรี

ส่วนงานอีก 10% ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องการจัดเวิร์กช็อป จัดสัมมนา ทั้งที่เป็นแบบจัดให้กับบริษัทเป็นการภายใน และแบบที่จัดสำหรับบุคคลทั่วไป ซึ่งแผนกหลักๆ ของเราก็มีฝ่ายข้อมูลที่จะคอยรวบรวม วิเคราะห์เทรนด์ ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ที่จะช่วยดูแลลูกค้า ฝ่ายการตลาด ฝ่ายพัฒนาและออกแบบเว็บ คล้ายกับบริษัทอื่นๆ ทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ก็มีความแตกต่างอยู่ตรงที่ความยืดหยุ่นขององค์กร กล่าวคือ เราคล่องตัวมาก แต่มีค่าใช้จ่ายน้อย เพราะเราไม่เหมือนธุรกิจแบบเดิมๆ ที่ต้องจ้างคนเยอะๆ ผลิตสินค้ามาขาย แต่กว่าจะขายได้ ปรากฏว่าก็มีค่าใช้จ่ายมารออยู่แล้ว เราผลิตและขายเนื้อหา ซึ่งก็ได้มาจากเครือข่ายคนอ่านกว่า 3,000 คน ที่ช่วยให้ข้อมูล ทำงานให้เรา แต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับทุกคน เราจะจ่ายค่าตอบแทนให้คนอ่าน ก็ต่อเมื่อเราใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เขาส่งเข้ามา โดยจะให้เป็นคะแนนสะสม ไว้แลกรับของรางวัล เช่น iPad หรือบัตรกำนัลต่างๆ เราจ้างพนักงานน้อยมาก แต่ก็สามารถมีสำนักงานในเมืองต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในสิงคโปร์ ลอนดอน ไนจีเรีย บราซิล อเมริกา และอื่นๆ

GMBiZ : แผนและเป้าหมายธุรกิจของ Trendwatching ในอนาคต

Henry : (หัวเราะเขินๆ ก่อนจะตอบ) ก็อยากให้บริษัทเติบโต ก้าวหน้า เหมือนกับบริษัทอื่นๆ โดยเราหวังที่จะเห็นลูกค้าและผู้อ่าน Trendwatching เติบโตก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน อยากเห็นเครือข่ายชุมชนของคนที่สนใจเทรนด์ขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ

GMBiZ : ทราบมาว่า ในวันที่ 3 มีนาคม 2559 Trendwatching จะจัดงานสัมมนาในเมืองไทยเป็นครั้งแรก

Henry : ปัจจุบัน Trendwatching ได้ร่วมมือกับ บริษัท จีเอ็ม มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจสำคัญของเราในเมืองไทย เพื่อจัดงานสัมมนาเกี่ยวกับเทรนด์ครั้งใหญ่นี้

ผมจึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านที่ติดตามเรื่องเทรนด์อยู่แล้ว และ/หรือที่เพิ่งเริ่มให้ความสนใจกับความเป็นไปหรือสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว ไม่ว่าคุณจะทำงานด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ ฝ่ายบริการลูกค้า ลูกค้าสัมพันธ์ เป็นเจ้าของกิจการ ทั้งสตาร์ทอัพ SME หรือ แบรนด์ใหญ่ๆ เป็นเอเยนซี่โฆษณา เป็นครีเอทีฟ คนออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัทให้คำปรึกษา และคนทั่วไปที่สนใจอยากเรียนรู้ มาเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อจะได้มาเปิดมุมมองใหม่ๆ ได้มาทำความเข้าใจปรากฏการณ์ของเทรนด์ที่เราจะนำมาเสนอ

ผมมั่นใจว่าคุณจะได้เนื้อหาสาระเต็มเปี่ยม เพราะเป็นข้อมูล Exclusive ที่ยังไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหน ไม่อยู่ในเว็บไซต์ เป็นข้อมูลลับเฉพาะ ที่ปกติลูกค้าแบบ Premium Service จะได้รับ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเนื้อหาที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง คุณจะได้แรงบันดาลใจ ได้มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และลงมือทำ ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ จะเข้าใจและมองผู้บริโภคและโลกธุรกิจสมัยใหม่เปลี่ยนไปจากเดิม ทุกท่านจะกลับไปพร้อมกับไอเดียสำหรับธุรกิจอย่างน้อยก็ 2-3 ไอเดีย และที่สำคัญก็คือ ทุกท่านจะเข้าใจเรื่องของเทรนด์อย่างถ่องแท้ และรู้วิธีชี้เทรนด์ได้โดยตัวเอง

‘เพราะเรายึดหลักการ ถ้าลูกค้าประสบความสำเร็จ ก็แปลว่า เราประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน’

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์ส่วนใหญ่ มักจะเกิดขึ้นบนพื้นฐานของการแข่งขันที่จะนำเสนอสินค้าและบริการ เพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ลูกค้าต้องการความสะดวกสบายยังไง ปีนี้ก็ยังคงต้องการอยู่ และในอีก 10 ปีข้างหน้า ลูกค้าก็ยังจะต้องการความสะดวกสบายที่เพิ่มมากขึ้นไปอีก” FYI

Trendwatching ไม่ได้นำเสนอแค่เพียงตัวเลขและข้อมูลดิบจากงานวิจัย เมื่อเราเริ่มเห็นเทรนด์อะไรใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบหรือสร้างแรงกระเพื่อม เราก็จะกลับมาศึกษาพิจารณากันว่า เทรนด์ที่เกิดขึ้นตรงนั้น สามารถนำไปสู่หน้าต่างบานใหม่ๆ ให้กับธุรกิจอื่นๆ ที่อยู่ในส่วนอื่นของโลกได้ไหม

————————————————————————————————————————— GMB#69 Vol.6 September 2015 BIZ TALK
BIZ TALK เรื่อง : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รัชดา เเดงจำรูญ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ
เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d