TRUE SPHERE First Class Co-Working Space

ระยะเวลาเพียงครึ่งปี นับตั้งแต่ “ทรูสเฟียร์” (TrueSphere) เฟิร์สคลาสเลานจ์และโค-เวิร์กกิ้งสเปซ สาขาแรกเปิดตัวขึ้นมาในเดือนสิงหาคม 2559 จนถึงตอนนี้สามารถขยายไปได้ถึง 5 สาขาและมีแผนจะขยายเพิ่มอีก 10 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และในจังหวัดหัวเมือง จากเดิมที่มีแผนเปิดเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แผนใหม่นี้เป็นการการันตีความสำเร็จของแนวคิดการดูแลลูกค้าระดับพรีเมียมของกลุ่มทรู

ที่ผ่านมากลุ่มทรูทำ CRM ดูแลลูกค้าที่ใช้บริการทั้งทรูมูฟ เอช, ทรูออนไลน์ และทรูวิชั่นส์ ภายใต้โปรแกรมทรูยู (TrueYou) กว่า 26 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าที่ถือบัตรทรูแบล็กการ์ด มียอดค่าใช้บริการ 3,000 บาทขึ้นไปกว่า 170,000 ราย และคาดการณ์ว่าจะถึง 1 ล้านราย ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อยกระดับการให้สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น จึงเป็นที่มาของ ‘ทรูสเฟียร์’ 

ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ Chief Brand & Communication Officer บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทรูสเฟียร์เกิดจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนจากซีอีโอว่าเราเองต้องการที่ที่หนึ่งสำหรับลูกค้าที่มีรอยัลตี้สูง ก็คือกลุ่มแบล็กการ์ด พอเราได้โจทย์นี้มาเราก็มองลึกลงไปว่าประเทศไทยมีบริการอะไรมาตอบโจทย์ตรงนี้และเราจะทำอะไรให้ได้ดีกว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นจึงกลายเป็น Co-Working Space กึ่ง Lounge เป็น Co-Working Space ที่ไม่เครียดเกินไป และกล้าทำให้เป็น First Class Lounge ทั้งที่คนอื่นไม่ทำ เราเองเริ่มได้วิสัยทัศน์มาจากการที่เราอยากจะเอามูลค่าที่ดีกลับไปให้กับลูกค้าที่ถือทรูแบล็กการ์ด

เรามีแนวคิดว่าเราไม่ต้องการให้ลูกค้าแบล็กการ์ดเดินออกจากที่นี่ไปโดยที่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นที่มาของฟังก์ชันทุกอย่าง ถ้าเราไม่ต้องการจะให้เขาเดินออกไป เราต้องการให้เขาอยู่กับเรานานๆ และรู้สึกว่าเหมือนกับบ้านหรือเหมือนออฟฟิศ

เราจะให้มูลค่าเพิ่มที่ดีกับลูกค้าที่ถือแบล็กการ์ด โดยทั่วไปลูกค้าก็ต้องการบริการที่เร็ว ปกติเขามักจะมาหาเราเรื่อง After Sales Service เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทรูสเฟียร์ต้องมีแน่นอนเลยคือการบริการหลังการขายที่ดีและเร็ว และมีการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาไม่ต้องไปเข้าแถว  

อีกฟังก์ชันหนึ่งก็คือเรื่องของการที่เราต้องทำให้เขารู้สึกว่าที่นี่ไม่ได้เป็นการบริการตามเคาน์เตอร์ เราก็เลยเอาบริการ After Sales Service ทั้งหมดไปไว้ห้องด้านหลังซึ่งจะมีทีมงานที่ถูกเทรนมาในเรื่องบริการหลังการขายที่เก่ง ฉะนั้นเด็กที่ให้เซอร์วิสที่ดีก็เป็นลักษณะของการต้อนรับ นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง 

แต่สำคัญที่สุดเราไม่อยากให้ทรูสเฟียร์เป็นแค่เลานจ์ในลักษณะของการที่คุณมานั่งแล้วมารับบริการ สิ่งสำคัญที่สุดคือเราเป็น Knowledge Provider เพราะฉะนั้นพนักงานต้องเป็น Business Consultant ที่ดีด้วย เขาเองจะต้องถูกเทรนให้มีความรู้ทางด้านไอที หรือความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือโซลูชันต่างๆ ของทรูได้”

คอนเซ็ปต์ของทรูสเฟียร์ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นการออกแบบสถานที่ นับตั้งแต่โครงสร้างไปจนถึงการตกแต่งที่มีเส้นโค้งที่แผ่กระจายทั่วเพดานสื่อถึงเครือข่ายของทรู และให้ความรู้สึกเหมือนนี่คือพื้นที่ในห้วงจักรวาล บนเพดานตกแต่งด้วยลูกแก้วกลมสีใส ที่ห้อยลงมาเป็นเหมือนอะตอมต่างๆ ที่ประกอบกันเข้าเป็นจักรวาล

สีสันของทรูสเฟียร์ก็แตกต่างจากสีแดงซึ่งเป็นสีองค์กรของทรู กลายเป็นสีแดงคอปเปอร์ที่มีเหตุผลมากกว่าความสวยงาม 

“สีเป็นปัจจัยหนึ่งในการกำหนดเทรนด์ ผมคุ้นเคยกับเรื่องของการทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสวยงามได้จะต้องกำหนดสีที่เป็นเทรนด์ก่อน ซึ่งบางทีเราอาจจะต้องคิดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าเทรนด์สีจะเป็นอะไรด้วยซ้ำ เราก็ต้องติดตามเรื่องของเทรนด์สีให้ดี แล้วเราก็เห็นเทรนด์ของสีคอปเปอร์แต่มันมีหลายเฉด เราจึงใส่ใจในเรื่องของการ Airbrush หรือหาวัสดุเพื่อทำให้ได้สีที่กำหนดไว้ 

เรามีความคิดแม้กระทั่งว่าถ้าเราจะอัพทรูแบล็กการ์ดในอนาคต หลายคนมักจะนึกถึงซิลเวอร์หรือแพลตตินัม แต่เรามีความรู้สึกว่าสีที่ Extreme ที่สุดคือสีคอปเปอร์ วันหนึ่งสีนี้อาจจะเป็นสีที่เราฝันไว้ว่าคนที่ถือแบล็กการ์ดของเราที่จะพรีเมียมขึ้นไปอีก อาจจะขึ้นไปเป็นคอปเปอร์การ์ดได้ ถึงวันนั้นเราอาจจะต้องไปนั่งคิดอีกเยอะเลยว่าคอปเปอร์การ์ดเราจะต้องทำอะไรที่มันดีกว่าFirst Class Co-Working Space”

นั่นเป็นเรื่องในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้า แต่อนาคตที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้คือแผนการขยายสาขา 10 สาขา ซึ่ง 2 สาขากำลังจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ ที่เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ และบลูพอร์ต หัวหิน รวมถึงตามจังหวัดหัวเมืองอื่นอีกในอนาคต

“ตอนแรกเราไม่ได้คิดที่จะเปิดที่ต่างจังหวัด แต่ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้ประเทศไทยเล็กลงเพราะการเดินทางสะดวกขึ้น ประกอบกับลูกค้าต่างจังหวัดก็เรียกร้องมาก เราจึงมีแผนนี้ขึ้นมาทันทีเพื่อรองรับลูกค้าที่สามารถเดินทางไปได้ทุกที่

ผลตอบรับที่รวดเร็วแบบนี้ ผมต้องให้เครดิตกับทีมงาน ทรูทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพีอาร์ทีม แบรนด์ทีม หรือแม้กระทั่งโปรดักต์แอนด์เซอร์วิสทีม ซีอาร์เอ็มทีม รวมไปถึงเอสเอ็มอี หรือลูกค้าองค์กรต่างๆ แล้วก็อีกหลายส่วน ทุกคนมารวมกันภายใต้คอนเซ็ปต์ของทรูสเฟียร์ ที่บอกว่าทุกอะตอมมารวมกันเป็นยูนิเวิร์ส เราก็สามารถที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ โดยที่บุคลากรในองค์กรของเรามีความรู้สึกตื่นเต้นที่จะทำ และสร้างให้เกิดขึ้นได้โดยเร็ว เป็นอะไรที่ต้องใช้ความมุ่งมั่นและความมุมานะของทีมงานทรูทั้งหมด”

ลูกค้าทรูแบล็กการ์ด...ต่างพื้นที่ต่างไลฟ์สไตล์

กลุ่มเป้าหมายของทรูสเฟียร์คือกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตรทรูแบล็กการ์ดซึ่งมียอดการใช้จ่ายบริการทรูตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ซึ่งผู้ที่ถือแบล็กการ์ดจะมีสิทธิพิเศษมากมาย เช่น ได้ส่วนลดค่ากาแฟในร้านทรูคอฟฟี่หรือส่วนลดในร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งไม่แตกต่างจากสิทธิพิเศษของแบรนด์ต่างๆ แนวคิดเบื้องต้นของทรูสเฟียร์จึงเกิดจากการมองหาว่า ‘ลูกค้าแบล็กการ์ดจะได้รับบริการที่ดีกว่าได้อย่างไรบ้าง’

สาโรช เกียรติเฟื่องฟู  Director, Business Solution กล่าวว่า “นโยบายของซีอีโอบอกว่า เราอยู่ในโลกดิจิทัลเรามีอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่ทรูวางอยู่ทั่วประเทศ เรามีอุปกรณ์มือถือ เรามีทรูวิชั่นส์ จึงมีไอเดียว่าเราน่าจะทำให้ลูกค้าของทรูได้รับสิ่งที่ดีขึ้นคือให้ความรู้ว่ามีข้อมูลหรือโซลูชันใหม่ๆ น่าจะมาใช้ประสบการณ์ที่ช็อปทรูก่อน แต่ช็อปทรูในศูนย์การค้าปัจจุบันมีคนแน่นมาก เราจึงมาทำสถานที่ที่บริการเฉพาะลูกค้าทรูแบล็กการ์ด นั่นก็คือ ทรูสเฟียร์ 

เราไม่ได้พูดถึงการให้เครื่องดื่มฟรีกับลูกค้าแบล็กการ์ด นั่นเราถือว่าเราเป็นเจ้าของบ้านแล้วเอาไว้ต้อนรับลูกค้า แต่คุณมีโอกาสที่จะได้ข้อมูลใหม่ๆ จากทางทรู คุณมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้โลกดิจิทัลใหม่ๆ จากทรู”

เหตุผลอีกประการของการเปิดทรูสเฟียร์เกิดจากการที่ทรูช็อปปกติให้บริการหลังการขายไม่ทัน ทรูสเฟียร์จึงเป็นตัวช่วยสำหรับให้บริการลูกค้าทรูแบล็กการ์ด เป็นการดึงคนกลุ่มหนึ่งออกมาให้รับบริการที่ดี

การเปิดทรูสเฟียร์ในพื้นที่ต่างกันอย่าง เอ็มควอเทียร์, เซ็นทรัลเวสต์เกต, เมกา บางนา, เดอะมอลล์ บางกะปิ และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ต่างต้องรองรับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน อาทิ กลุ่มลูกค้าของเอ็มควอเทียร์จะเป็นพนักงานออฟฟิศ เป็นผู้ที่ต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและมีความเป็นปัจเจก เป็นกลุ่มที่ใหญ่มากสำหรับคนเมือง ส่วนลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการที่สาขาเซ็นทรัลเวสต์เกตหรือเมกา บางนา มักจะมีคนสูงอายุเข้ามาในวันธรรมดา และมีกลุ่มครอบครัวเข้ามาในวันเสาร์-อาทิตย์ จะเห็นได้ว่าแต่ละพื้นที่ลูกค้าก็จะมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน เป็นสิ่งที่ทีมงานทรูสเฟียร์ต้องเรียนรู้หลังจากที่เปิดให้บริการแล้ว

“เราจะเรียนรู้ลูกค้าในแต่ละที่ว่าเขาต้องการอะไรเป็นหลัก อย่างเช่นเครื่องดื่ม มีเครื่องดื่มที่ชื่อแปลกๆเก๋ไก๋ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้จะต้องการสิ่งใหม่ๆ ตลอด ถ้าไปที่เซ็นทรัลเวสต์เกตลูกค้าค่อนข้างมีอายุ เขาก็จะบอกว่ากาแฟน้ำตาลมันเยอะ เอาแบบไม่มีน้ำตาลมีหรือไม่ นอกจากนี้เซ็นทรัลเวสต์เกตจะมีเด็กเยอะ ลูกค้าก็จะบอกว่าเครื่องดื่มมีแต่ของผู้ใหญ่มีเครื่องดื่มสำหรับเด็กไหม เราก็จะรู้ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า  เวลาที่เราจะไปเปิดที่ไหนเราก็จะคิด”

ส่วนสาขาที่จะเปิดขึ้นที่บลูพอร์ต หัวหิน ซึ่งเป็นช้อปปิ้งมอลล์แห่งใหม่ในหัวหิน เป็นพื้นที่ที่มีลูกค้าทรูแบล็กการ์ดเยอะมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ทรูสเฟียร์จะเป็นตัวดึงดูดกลุ่มคนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีเพราะทรูมีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับธุรกิจเอสเอ็มอีและมีหน่วยงานที่ดูแลลูกค้าเอสเอ็มอีต่างหาก 

“ทรูสเฟียร์ หัวหิน จะใช้เป็นที่ดูแลลูกค้า คล้ายๆ กับเป็นคลับของเขา เป็นคอมมูนิตี้ที่ไปนั่งคุยกับเพื่อนหรือนั่งคุยธุรกิจ ทรูสเฟียร์จะเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาลูกค้าทรูไว้ได้ ถ้าเขามานั่งที่นี่ทุกวัน ได้กาแฟวันละ 1 แก้ว แต่คุณใช้จ่ายทรูไป 3,000 บาทมานั่งดื่มกาแฟที่นี่ทุกวัน คุณได้คืนไปแล้ว 1,000 กว่าบาท ใช้เน็ตได้ตลอด แล้วถ้าวันหนึ่งคุณบอกจะยกเลิกทรูไม่เอาแล้ว เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นก็อาจจะหยุดคิดนิดหนึ่งว่าบริการที่เคยได้มันจะไม่มี ก็จะรู้สึกเสียดาย ตอนนี้ถ้าเราไม่ทำแบบนี้แล้วปล่อยให้หลุดออกไป ถามว่าเราจะต้องไปตามเขากลับมาต้องใช้พลังงานเท่าไร

กลุ่มเป้าหมายของลูกค้าแบล็กการ์ดกว่า 170,000 รายทั่วประเทศ ตอนนี้เรามีทรูสเฟียร์ 5 สาขา ตามทฤษฎีมันไม่สามารถรองรับได้ทัน ผ่านมา 6 เดือนแล้ว ตอนนี้เสาร์-อาทิตย์ไม่มีที่นั่ง เขามาใช้บริการกันตลอด ถ้าถามว่าเราประสบความสำเร็จในแง่ไหน เราสำเร็จในแง่ที่ลูกค้าเข้ามาแล้วพนักงานของเรามีโอกาสได้คุยกับลูกค้าค่อนข้างเยอะแล้วสามารถที่จะรับรู้ได้ว่าจริงๆ แล้วตอนนี้ลูกค้าเขาพอใจกับสินค้าของเรามากน้อยแค่ไหน”

ทรูสเฟียร์กลายเป็นสถานที่ที่ทรูจะสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งในแง่การให้บริการหลังการขาย ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือแม้กระทั่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ลูกค้าพบเจอ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่กลายเป็นกุญแจสำคัญของการให้บริการที่ทรูสเฟียร์ ก็คือแนวคิดที่ว่า ‘เมื่อลูกค้าเข้ามาแล้วตอนที่เดินออกไปปัญหาทุกอย่างต้องได้รับการแก้ไข’ ซึ่งถึงแม้จะไม่สามารถให้คำตอบลูกค้าได้ทันทีก็มีโอกาสได้รับฟังและชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจ 

“ถ้าถามว่าที่นี่เน้นการขายไหม ช่วงนี้ยังเราต้องการให้ลูกค้าที่เข้ามารู้สึกว่าที่นี่เป็นที่ที่เขาสบายใจทุกครั้งที่จะเข้ามา เมื่อเขาดูโฆษณาในทีวีหรืออินเทอร์เน็ตแล้วเดินเข้ามาถามว่าที่ทรูสเฟียร์มีหรือยัง ลูกค้าก็จะเกิดคำถามว่าทำไมไม่เห็นวางขายข้างหน้าเลย นโยบายของเราคือไม่ต้องการขายของอย่างเดียว แต่เราจะค่อยๆ บอกกับลูกค้าเป้าหมายโดยตรงผ่านข้อความว่ามาที่นี่สิเรามีสินค้าชิ้นนี้ เราเน้นกลุ่มลูกค้าแบล็กการ์ด แมสมีเดียก็สู้กันไป แต่ถ้าเป็นลูกค้าแบล็กการ์ด มาซื้อไอโฟนที่นี่ อย่างน้อยที่สุดคุณได้อะไรดีๆกว่าซื้อข้างนอก อย่างน้อยที่สุดคุณได้ดื่มกาแฟฟรีแล้ว 1 แก้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าในเรื่องการบริการ”

การออกแบบด้วยเส้นสายแห่งเครือข่าย

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของทรูสเฟียร์ก็คือการออกแบบให้กลายเป็นสถานที่ระดับเฟิร์สคลาส โดยนักออกแบบระดับประเทศอย่าง บี-อมตะ หลูไพบูลย์ แห่ง Department of Architecture ที่ได้รับโจทย์จากทรูว่าอยากจะสร้างสถานที่แห่งใหม่ที่จะใช้เป็นทั้งเลานจ์และเป็นสถานที่ทำงานได้ด้วย ทรูสเฟียร์จะต้องมีความ Exclusive และ Privilege กว่าทรูช็อปหรือทรูคอฟฟี่

“สิ่งที่เป็นความเจ๋งของทรูก็คือการที่มีเน็ตเวิร์กที่ครอบคลุม ทางทรูก็อยากให้ทรูสเฟียร์เป็นสถานที่ที่ลูกค้าเข้ามานอกจากพักผ่อนก็สามารถมาพบปะและทำงานที่นี่ได้ ก็เลยคิดว่าถ้าลูกค้ามาเจอกัน เขาก็จะได้ต่อความเป็นเน็ตเวิร์กของเขาไปได้อีก เราตีความของความเป็น Networking ทั้งเน็ตเวิร์กในแง่ของสัญญาณเครือข่าย และเน็ตเวิร์กในแง่ของการพบปะผู้คน คำว่าเน็ตเวิร์กคือการเชื่อมจุด คำว่าจุดหรืออะตอมก็เปรียบได้กับลูกค้าของทรู มันจะเป็นการเชื่อมโยงกันเป็นเส้นสายเป็นเน็ตเวิร์ก”

จากจุดเริ่มต้นของคำว่าเน็ตเวิร์กนั่นเองเป็นที่มาของเส้นสายที่พาดจากผนังขึ้นสู่เพดาน หรือที่เรียกว่า ‘ฟิน’ ไปทุกทิศทางทั่วพื้นที่ของทรูสเฟียร์มีลักษณะของการคว้านทรงกลมของอะตอมให้เหลือเพียงครึ่งเดียว เน้นถึงความเป็นศูนย์กลางเพื่อสื่อถึงความเป็นศูนย์กลางเครือข่ายที่ดีของทรู

ส่วนในแง่ของการใช้สี ‘คอปเปอร์’ เพื่อนำเสนอความเป็นทรูที่หรูหราขึ้น พิเศษขึ้น ซึ่งสีของทรูคือสีแดง จะทำอย่างไรให้สีมีความหรูหราในขณะที่ยังมีความเกี่ยวเนื่องกับทรูอยู่ ซึ่งหากนึกถึงความหรูหราและประสบความสำเร็จ เรามักจะนึกถึงสีทอง เมื่อนำมารวมกับสีแดงของทรูจึงออกมาเป็นสีแดงคอปเปอร์นั่นเอง 

อมตะออกแบบทรูสเฟียร์ให้มีพื้นที่รองรับลูกค้าหลายโซน จากความคิดที่ว่าคนที่เข้ามาที่ทรูสเฟียร์ต่างมีความต้องการที่แตกต่างกัน บางคนมาเป็นกลุ่มเล็กๆ ต้องการแค่นั่งพักดื่มกาแฟ ก็จะมีส่วน Lounge Area เป็นโซฟานุ่มนั่งสบาย ลูกค้าบางส่วนเข้ามาเพื่อนั่งทำงานก็จะมีพื้นที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีฉากกั้นด้านข้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฟินที่เชื่อมต่อมาจากเพดานเพื่อให้สามารถทำงานอย่างเป็นส่วนตัว และมีลูกค้าที่อาจเข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อนั่งประชุมคุยงานกันอย่างจริงจัง ก็มีส่วนที่ออกแบบเป็นโต๊ะยาวสำหรับนั่งได้ 8-10 คน และบางสาขาจัดเป็นห้องเฉพาะสำหรับประชุม นอกจากนี้ยังออกแบบให้พื้นที่ทรูสเฟียร์ทั้งหมดสามารถจัดเป็นอีเวนต์ หรืองานสัมมนาได้ โดยปรับเปลี่ยนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านให้กลายเป็น Lecture Hall มีจอสำหรับ Video Conference ให้บริการ

อัจฉรา โสตถิพัฒนพงศ์ Director เล่าว่าทีมงานของทรูสเฟียร์ได้ทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เพื่อพัฒนาการออกแบบทรูสเฟียร์ ทั้งในเรื่องของคอนเซ็ปต์ เรื่องการออกแบบ เฟอร์นิเจอร์และฟังก์ชันการใช้งานในส่วนต่างๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากที่สุด

“เราจะเน้นความเป็น First Class Co-Working Space ตามคอนเซ็ปต์ของทรูสเฟียร์ ก็คือเราต้องคิดถึงลูกค้าที่สามารถเข้ามาใช้ฟังก์ชันนั่งทำงาน ประชุมที่ทำให้เขารู้สึกสะดวกสบายที่สุด เรามีทั้งในส่วนที่เป็นโซฟาที่เขาสามารถคุยสบายๆ ได้ หรือมีโต๊ะยาวที่สามารถคุยงานได้ในหลายๆ สาขา ตอนนี้มี Private Room 8-10 ที่ รองรับลูกค้าที่ต้องการประชุมหรือนั่งทำงานส่วนตัวก็ได้ 

ฟังก์ชันที่เราออกแบบ จะเน้นในเรื่องพื้นที่ที่ลูกค้าเข้ามานั่งทำงานหรือประชุม ต้องสะดวกสบาย รู้สึกเหมือนนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มก็เป็นจุดสำคัญที่เราต้องออกแบบฟังก์ชันเคาน์เตอร์กาแฟค่อนข้างดี เพื่อรองรับอุปกรณ์ที่เราลงทุนไปค่อนข้างสูงกว่าร้านกาแฟทั่วๆ ไป และเรื่องสุดท้ายที่ต้องคำนึงถึงคือฟังก์ชันการให้บริการลูกค้าแบบพรีเมียม โดยที่ลูกค้าไม่ต้องไปต่อคิวที่เคาน์เตอร์

วัสดุที่ใช้ที่นี่เราค่อนข้างที่จะคัดสรรคุณภาพมาก ถามว่าแพงไหม แน่นอนเรามีความแพง แต่เราก็ต้องดูว่าคุ้มค่าด้วย ต้องเหมาะสมกับฟังก์ชันและเข้ากับดีไซน์ เราคิดทุกอย่าง ต่อให้แพงแต่ใช้ประโยชน์ได้นานขึ้นกว่าช็อปทั่วๆ ไป 

โซฟาบางส่วนเราสั่งทำเฉพาะ โดยเลือกเกรดหนัง และการทำยากมากในบางโซน เพราะต้องขึ้นโครงสร้างอื่นๆ ให้เสร็จแล้วค่อยให้ช่างเฟอร์นิเจอร์มาวัดที่หน้างานจริงเพื่อให้ออกมาเรียบร้อยและดีที่สุด

แม้กระทั่งต้นไม้ที่นำมาจัดวางแต่ละโต๊ะก็ต้องคิด เราวางต้นไม้ไว้ในกระถางทรงกลมเพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์การเชื่อมต่ออะตอมและการตกแต่งโดยลูกแก้วทรงกลมเหนือเคาน์เตอร์กาแฟ โคมไฟทุกอย่างก็คิดหมด ทุกอย่างดูในคอนเซ็ปต์ดีไซน์ ตอนนี้เราพยายามพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ขึ้นเรื่อยไป เราจะปรับบาร์กาแฟใหม่ให้นั่งสบายมากขึ้น ให้ทุกอย่างดูสอดคล้องและเข้ากันกับคอนเซ็ปต์ดีไซน์ เพื่อให้ออกมาสวยและดีที่สุด”

First and Only ที่ทรูสเฟียร์

‘สิ่งที่อยู่ที่ทรูสเฟียร์ต้องมีความเป็น First Class คือไม่ First ก็ต้อง Best คุณจะหาได้ที่ทรูสเฟียร์’ นี่คือสิ่งที่ นิพพิชน์ นริญปพันธุ์ Expert บอกกับเรา

“ยกตัวอย่างที่เอ็มควอเทียร์เราจะมีจอทีวี ที่เราร่วมกับหัวเว่ย เป็น Video Conference 180 องศา คือการนำภาพของ 3 กล้อง มาผสมรวมกันให้เป็นภาพเดียว นี่เป็น First แล้วก็เป็น Only เกิดขึ้นที่ทรูสเฟียร์ ถ้าแอปเปิลมีอะไรใหม่ออกมาวันนี้คุณนึกถึงเลยต้องมาที่นี่ได้แน่นอน iPhone 7 plus เปิดตัวที่นี่ วันนี้ AirPods หูฟังไร้สาย มีที่นี่ก่อนคนอื่น

ที่เรามุ่งเน้นมากก็คือโซลูชันทางด้านธุรกิจ เพราะเรามองว่าลูกค้าที่มีศักยภาพที่เข้ามาใช้บริการ Co-Working Space ก็คือลูกค้าที่มานั่งมีธุรกิจของตัวเอง จะต้องทำอย่างไรให้ลูกค้าของเราได้รับสิ่งที่เหนือความคาดหมาย วันนี้เราไม่ได้พูดถึงว่าคุณใช้อินเทอร์เน็ตยี่ห้ออะไร เรากำลังก้าวไปอีกก้าวหนึ่ง คือเดตาเทคโนโลยี ทำอย่างไรที่จะมีทรูช่วยให้นักธุรกิจตัดสินใจได้อย่างแม่นยำขึ้น อย่างมีหลักการขึ้น อย่างประหยัดขึ้น และอย่างรวดเร็วขึ้น คำตอบก็คือ Watson จาก IBM ที่จะช่วยเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยอดขาย ต้นทุน กำไร สินค้าคงคลัง และพฤติกรรมลูกค้า ซึ่งเทคโนโลยีวันนี้มันถึงแล้ว ความพิเศษของ Watson คือเราสามารถเข้ามาเรียนรู้และนั่งฟังได้ที่นี่ ถ้าคุณเป็นลูกค้าทรูแบล็กการ์ด เรามี Template ที่ทำไว้เรียบร้อยแล้วให้คุณสามารถเป็น Startup ได้ทันที พร้อมกับเทรนนิงให้” 

ทรูสเฟียร์เป็น First Class Co-Working Space ดังนั้นจึงต้องมีการรองรับการใช้งานให้ทุกที่นั่งสามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็น ‘สัญญาณ’ ที่มองเห็นและมองไม่เห็น  สัญญาณที่มองไม่เห็นก็คือสัญญาณ Wi-Fi ความเร็วสูงที่แรงชัด และสัญญาณที่มองเห็นได้ คือปลั๊กไฟซึ่งมีทั้งเต้าเสียบแบบธรรมดาและแบบรองรับ USB 

“เราออกแบบพื้นที่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์แม้กระทั่งรายละเอียดของโต๊ะทำงาน แอปพลิเคชันทรูที่ใช้ตั้งแต่เข้ามาถึงจนกระทั่งสั่งอาหาร ทั้งหมดก็ทำผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องใช้กระดาษจดออร์เดอร์ และเก็บเป็นรายการโปรดว่าดื่มอะไรไปบ้าง และมีข่าวสารที่สามารถติดตามได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นข่าวจาก TNN หรือข่าวโปรโมชันจากทรูก็ตาม”

ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มก็มีความพิเศษไม่แพ้โซลูชันอื่นๆ ในร้าน อาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดจะ ดำเนินการโดยทรูคอฟฟี่ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของทรู โดยจะมีให้บริการทั้งเมนูของคาว เมนูของหวาน และเครื่องดื่ม

กรปภา วรประภาส Marketing Executive Manager กล่าวว่า “อาหารและเครื่องดื่มที่บริการที่นี่จะมีความพิเศษกว่าที่ทรูคอฟฟี่สาขาอื่นๆ โดยจะมีเมนูพิเศษที่มีเฉพาะทรูสเฟียร์เท่านั้นให้บริการด้วย เมนูพิเศษที่คิดค้นขึ้นใหม่นั้นจะต้องผ่านการคิดค้นและทำงานร่วมกับเชฟ ตั้งแต่การคิดสูตร การเทรนนิง และการควบคุมคุณภาพเพื่อให้ได้เมนูที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า

ซิกเนเจอร์เมนูที่มีให้บริการอยู่ในร้านก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จนกลายเป็นเมนูขายดีอันดับต้นๆ เช่น Iced Earl Grey Caramansi เป็นชามะนาวที่มีส่วนผสมจากผลส้มจี๊ดลูกเล็กๆ ที่ให้ความหอมและสดชื่นเมื่อได้ดื่ม

อาหารและเครื่องดื่มในร้านอาจจะไม่ใช่ปัจจัยหลักให้เกิดรายได้ในร้าน แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะสามารถให้บริการที่ดีที่สุด หรือ First Class Service แก่ลูกค้าได้ เราจึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเมนูต่างๆ มาลงที่ร้าน

เมนูทุกอย่างทั้งอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่ม ต้องตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เนื่องจากลูกค้าเรามีหลายกลุ่ม ความต้องการก็มีหลากหลายด้วย เราจึงต้องพยายามให้สินค้ามีความ Variety เราตั้งใจอยากได้ขนมหรืออาหารที่สวย น่ากิน ขนมที่ Photogenic เห็นแล้วอยากถ่ายรูปอัพขึ้นโซเชียล แต่รสชาติก็ต้องอร่อยและคุ้มค่าด้วย”

มนุษย์ที่ให้บริการมนุษย์

สิ่งสำคัญที่ทำให้ทรูสเฟียร์ดำเนินไปได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือบุคลากรที่ทำหน้าที่อยู่ภายในทรูสเฟียร์นั่นเอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ทีมบริการ นั่นคือ First Class Reception มีหน้าที่เป็นด่านแรกที่เจอลูกค้าทั้งต้อนรับและให้บริการด้านเครื่องดื่มและอาหาร ส่วนที่ 2 คือ Business Consultant ที่จะให้บริการลูกค้าในเรื่องผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของทรู และสุดท้ายคือคนที่คอยดูแลเรื่องบริการหลังการขาย แต่บุคลากรทั้งหมดจะให้บริการที่พิเศษกว่าพนักงานในทรูช็อปหรือทรูคอฟฟี่

ชนก ภัสราเยี่ยงยงค์ Acting Assistant Director กล่าวว่า การเทรนนิงพนักงานของทรูสเฟียร์จะสอนให้เป็นมนุษย์และสอนให้เป็นผู้ฟังที่ดี

“คีย์เวิร์ดคือปรับให้เขาเป็นมนุษย์ สอนให้เขาเข้าใจตัวเองก่อน พอเขาเข้าใจตัวเองเขาก็จะเริ่มเข้าใจผู้อื่น เขาก็จะเข้าใจลูกค้าว่าต้องการอะไร อีกอันหนึ่งที่สำคัญคือสอนให้เขาฟัง ฟังสิ่งที่คนรอบข้างพูด เราสังเกตว่าพนักงานขายร้านทั่วไปเขามักจะพูดในสิ่งที่เขาอยากจะพูด แต่นี่เราสอนกลับกัน คือพูดให้น้อยฟังให้มาก และพูดในสิ่งที่ลูกค้าอยากฟัง ที่เหลือเป็นเรื่อง Knowledge ทั้งนั้นเลย การเสิร์ฟอย่างไร บริการอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีมาตรฐานของมันอยู่แล้ว”

ซึ่งหลักสูตรการเทรนนิงพนักงานก็เกิดขึ้นจากการระดมสมองของผู้บริหารกลุ่มทรูและทีมผู้จัดการสาขาที่ล้วนถูกคัดสรรมาจากสายการบินชื่อดัง

“เมเนเจอร์ของเราทั้ง 5-6 คน มีส่วนช่วยคิดรูปแบบการบริการ เพราะเมเนเจอร์เรามาจากสายการบินหลายสายการบิน และเป็นเฟิร์สคลาสหมดเลย เขาก็จะมีรูปแบบที่ติดตัวมา เราก็เอามาเบลนด์รวมกัน ก็คือการรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน นี่คือข้อดีของการมีคนแบบนี้เข้ามา

โจทย์ของเราคืออยากได้คนที่มีพื้นฐานการบริการอยู่แล้ว เราทำงานบนความเชื่อมั่นว่าถ้าเรามี Service Mind ติดตัวมา ที่เหลือก็ใส่ได้หมดเลย แล้วเราก็มาใส่ความเป็นทรู ใส่ความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์เข้าไป แต่ถ้าเราเอาคนที่มีความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์เข้ามาแล้วมาใส่ Service Mind จะยากกว่า”

พนักงานทุกคนของทรูสเฟียร์จะต้องผ่านการพัฒนาบุคลิกภาพและการเทรนนิงจาก ครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ เพื่อให้เหมาะสมกับการให้บริการแบบ First Class

“โดยหลักๆ แล้วเราจะเตรียมให้เขาเรื่องของอินเนอร์ของคนที่ต้องให้บริการ เราจะเตรียม 2 อย่าง อันดับแรกคือให้เขาหาความสุขด้วยตัวเองให้ได้ก่อน เหมือนอินเนอร์ทางความคิดที่ทำให้ชีวิตเขามีความสุข รักในการทำงาน และมีแพสชันในการทำงาน คือปรับข้างในของเขาก่อน หลังจากนั้นเราจึงค่อยปรับไปถึงเรื่องของโหมดเซอร์วิสว่าในหน้าที่ของเราคืออะไร เราจะรักในงานเซอร์วิสของเราได้อย่างไร เราจะรักลูกค้าของเราได้อย่างไร มีวิธีคิดแบบไหนที่จะทำให้เขากับเราเป็นพวกเดียวกัน

เป็นการปรับเรื่องของความคิด ทัศนคติ จริงๆ แล้วไม่ว่าจะอยู่ในสายอาชีพไหน สำคัญที่สุดคือทัศนคติในการทำงาน แล้วก็การหาความสุขในการทำงานให้ได้ ว่าเราจะมีเทคนิคอะไรในการบู๊ตตัวเอง เพราะคนเรามีขึ้นมีลงอยู่แล้ว วันที่ขึ้นเราไม่ได้สนใจมันอยู่แล้ว แต่ถ้าวันไหนที่ลงเราจะมีวิธีทำให้มันขึ้นได้อย่างไร

ครูจะใช้หลักการของฝรั่ง เรื่องเกี่ยวกับจิตวิทยาการสื่อสาร แล้วก็จิตวิทยาการ Make Peace ทำให้ควบคุมอารมณ์ของคนอื่น ควบคุมอารมณ์ของตัวเอง และหลักของการแสดง เป็นการใช้หลายหลักเข้ามาผสมกัน เป็นเทคนิคการควบคุมอารมณ์ 

ส่วนเทคนิคการแก้ปัญหาเราต้องรู้ก่อนว่าปัญหามันเกิดจากอะไร ส่วนใหญ่งานบริการเป็นเรื่องของอารมณ์คน เราก็ต้องเรียนรู้เรื่องการควบคุมอารมณ์ ว่าอารมณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะจบอารมณ์ได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ของลูกค้า หรือแม้กระทั่งอารมณ์ของตัวเราเอง แล้วก็เวลาที่ปัญหามันเกิดขึ้นมีจิตวิทยาอะไรที่จะตอบโต้คำพูดของลูกค้า หรือมีปัญหาอะไรที่ต้องแก้ เราก็จะบอกขั้นตอนเลยว่าคิดอย่างไร ทำอย่างไร ปฏิกิริยาที่เราจะตอบกลับเขาไปจะต้องเป็นในรูปแบบไหน เขาโกรธมา เราไม่สามารถไปตอบเขาว่าให้เขาใจเย็น หรือไปพูดว่าให้ฟังเหตุผลของเราก่อน นั่นไม่ได้ มันก็จะมีเทคนิคของมันว่าเราจะทำอย่างไรที่จะลดความโกรธได้ เราก็ต้องรองรับอารมณ์โกรธของเขาก่อน ว่าสิ่งที่เขาโกรธเราเข้าใจ นั่นคือเป็นจิตวิทยาการสื่อสาร”

จากนางฟ้าสู่การเป็นผู้จัดการทรูสเฟียร์

นับตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กต์ทรูสเฟียร์เมื่อต้นปี 2559 ก็เริ่มมีการคัดเลือกบุคลากรเข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการสาขาของทรูสเฟียร์ โดยคัดสรรจากผู้ที่เคยให้บริการในสายการบินระดับ 5 ดาว หลายสายการบิน เพื่อเอาความรู้และมาตรฐานของทุกสายการบินเหล่านั้นมารวมกันและสร้างเป็นมาตรฐานของทรูสเฟียร์และร่วมกันคิดค้นเป็นคอร์ส Sphere Excellence Service (SES) เฉพาะเทรนนิงบุคลากรที่จะมาให้บริการในทรูสเฟียร์ มีการส่งต่อมาตรฐานการบริการนั้นจากรุ่นสู่รุ่น ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลทรูสเฟียร์แต่ละสาขาด้วย

สุนทรียญา เรืองพาณิช ผู้จัดการทรูสเฟียร์ สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ 

“เราเปรียบทรูสเฟียร์เหมือนเครื่องบินลำใหญ่  เรายกบรรยากาศและรูปแบบบริการจาก First Class บนฟ้า มาพร้อมให้บริการลูกค้าคนพิเศษด้วยบริการพิเศษ เราได้ใช้ประสบการณ์จากการเป็นแอร์โฮสเตสในการสอนน้องรุ่นต่างๆ ในเรื่องของรูปแบบการให้บริการ การเสิร์ฟ และทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า สำหรับคนเบื้องหลังอย่างแอมป์ มีความภูมิใจและมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้รับคำชม
จากลูกค้า สิ่งสำคัญตามมาที่เรามุ่งเน้นมากคือการรักษามาตรฐานของเราไว้ 

ในส่วนของกลุ่มลูกค้านั้น ที่สาขาบางกะปิส่วนใหญ่จะสนใจในการใช้ห้องประชุม ทางสาขาจึงได้เน้นการโปรโมตเรื่องการใช้ห้องประชุมเยอะหน่อย

เปรมิกา สุวรรณเนตร ผู้จัดการทรูสเฟียร์ สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

“ความภูมิใจของการร่วมงานกับทรูสเฟียร์คือการที่เราได้มีโอกาสได้แชร์มุมมอง ความคิดเห็นและประสบการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงได้รับโอกาสให้มีส่วนร่วมในการเซตอัพสาขาทั้ง 5 สาขาค่ะ เรียกได้ว่า
ทรูสเฟียร์นั้นเกิดขึ้นได้เพราะความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน ทั้งด้านการเตรียมความพร้อมของสถานที่และบุคลากร การเรียนการสอนทั้งด้านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้านบุคลิกภาพและการบริการ 

ในส่วนของสาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นั้น ลูกค้ามีหลายกลุ่มนะคะ ส่วนใหญ่แล้วช่วงเช้ามักเป็นลูกค้าช่วงวัยเกษียณและลูกค้าที่ตื่นเช้าไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแล้วแวะมาดื่มเครื่องดื่ม นั่งพักผ่อนสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ช่วงบ่ายมักเป็นลูกค้าครอบครัวพร้อมบุตรหลานที่มาเดินช้อปปิ้ง ทำธุระต่างๆ ช่วงเย็นจะเป็นพนักงานออฟฟิศ กล่าวได้ว่าที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นั้น เรามีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย บริการหลังการขายก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาใช้บริการ ระหว่างรอการทำรายการ หรือรอสินค้าและบริการ ลูกค้าสามารถนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ทางทรูสเฟียร์คัดสรรเป็นพิเศษมาให้บริการ 

 ทั้งหมดนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดของเราคือ ทีมงานค่ะ ทุกคนทุกหน้าที่ทุกตำแหน่งมีความสำคัญมาก เป็นโจทย์สำคัญที่อยากให้ทุกคนทำงานด้วยความสุข และอินเนอร์ของความสุขนั้นจะส่งผ่านไปยังการให้บริการ และเราตั้งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าให้ดีที่สุด ดั่งเป้าหมายของเรา นั่นคือ‘ลูกค้าจะกลับออกไปโดยที่ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้ว’”

ศศ หนูเทศ ผู้จัดการทรูสเฟียร์ สาขาเมกา บางนา 

“ลูกค้าของเมกา บางนา ก็จะเป็นครอบครัว คอนเซ็ปต์อาจจะเพิ่มขึ้นมาคือเราจะทำให้ลูกค้ารู้สึก Delight รู้สึก Beyond  เราจะใส่ใจรายละเอียด ถ้าลูกค้ามาแล้ว2 ครั้ง ต้องเรียกชื่อ เพื่อให้เรารู้สึกว่า
เราพยายามสื่อสารกับเขา และต้องใส่ใจว่าบางคนมารอรับลูก ลูกเขาดื่มเครื่องดื่มอะไร เพราะเทรนด์ของการตลาดปัจจุบันเป็นเรื่องของ Emotion ฟังก์ชันอย่างเดียวอาจจะอยู่ไม่ได้

และทั้งหมดนี้ เพื่อ Customer Satisfaction ที่คุณจะพบได้ที่ TrueSphere เท่านั้น”

จันทนีย์ แสงเสถียร ผู้จัดกีรทรูสเฟียร์ สาขาเซ็นทรัลเวสต์เกต

“เนื่องจากที่ตั้งของสาขาอยู่ในพื้นที่ที่มีหมู่บ้านจัดสรร โปรไฟล์ของลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นครอบครัวที่มีทั้งคุณพ่อ คุณแม่ ผู้สูงอายุและลูกหลาน หลายครั้งที่ทรูสเฟียร์ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลบุคคลสำคัญเหล่านี้ 

นอกจากนี้เรายังมอบความเชื่อมั่นในการให้บริการแบบ First Class Experience ด้วยการปลูกฝังจากทัศนคติภายในทั้งเรื่องความรู้ ความสามารถ พนักงานทุกคนจะต้องผ่านการเทรนและสอบวัดระดับความรู้ เพื่อทำหน้าที่ Knowledge Provider ให้ข้อมูลแก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น True Core Product, Business Solution, การอัพเดตข่าวสารทางเทคโนโลยี เราได้ Customize จากความต้องการของลูกค้าว่าเราจะสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าได้อย่างไร และทำอย่างไรลูกค้าจึงจะกลับมาให้เราสร้างความพึงพอใจในโอกาสต่อไป”

New Telecom Service Benchmark

ต่อพงศ์ วงศ์เสถียรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลิฟอันดามัน จำกัด 

“ผมเข้าไปใช้บริการมา 3-4 ครั้งแล้ว ที่เอ็มควอเทียร์ แล้วประทับใจ สมัยก่อนเวลาเราเข้าเลานจ์ที่อื่นมักจะรู้สึกเหมือน Business Class แต่ว่าการเข้าไปทรูสเฟียร์ผมคิดว่าเขาทำ First Class ได้ดี ทั้งในแง่ของพนักงานเรื่องการยิ้มแย้ม การใช้คำพูดสื่อสารกับลูกค้า ผมคิดว่าเหมือนเอาแอร์โฮสเตสระดับ 5 ดาว มาให้บริการเลยแล้วก็การจัดวางที่นั่ง บรรยากาศของเลานจ์ทำได้นั่งสบาย เพราะเขาไม่ทำสว่างมาก แสงกำลังดี มีการทำเมนูที่สวยงาม มีการจดจำลูกค้าและไม่ปฏิเสธ คือมันเป็นสิทธิประโยชน์เรื่องไลฟ์สไตล์ที่ดี เขาทำ Co-Working Space ให้กับลูกค้าแบล็กการ์ด เหมือนผู้ถือบัตรทองเข้าเลานจ์ได้ คล้ายคลึงกับการเข้าเลานจ์ของสายการบิน ทรูสเฟียร์กำลังเป็น Benchmark ที่เหนือขึ้นไปอีกของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม”

อัณทิกา ฤกษ์วิบูลย์ศรี ผู้จัดการฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ บริษัท ฮอท พอท จำกัด

“เมื่อเข้ามาที่ทรูสเฟียร์ รู้สึกว่าได้รับการบริการที่ประทับใจเป็นอย่างมาก พนักงานบริการเราด้วยความใส่ใจ และให้ความรู้สึกว่าเราเป็นบุคคลระดับวีไอพี สามารถนั่งทำงานได้อย่างเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เพราะว่าแพรเป็นประเภทแบบชอบนั่งทำงานเงียบๆ หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต บวกกับเชื่อมต่อทุก Device เข้าด้วยกันผ่านมือถือ iPhone และ iPad ของแพร ทำให้แพรมีที่นั่งทำงานที่เงียบสงบเป็นส่วนตัว นั่งวางแผนการบริหาร และคิดค้นสูตรอาหาร หรือแผนการบริการให้กับธุรกิจได้” 

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d