Startup Conference

เรื่อง สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม

ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีงานใหญ่เกิดขึ้นหลายงานที่เกี่ยวข้องกับสตาร์ทอัพและการลงทุนในธุรกิจใหม่แห่งยุคดิจิทัล โดยในวันนี้จะขอพูดถึงงานในประเทศ 1 งาน และต่างประเทศอีก 1 งาน

งานแรก คือ Startup Thailand 2017 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6-9 กรกฎาคม โดยครั้งนี้ ตัวงานใช้คอนเซปต์ ‘Scale Up Asia’ หรือ การพัฒนาศักยภาพของสตาร์ทอัพไทยให้ก้าวไกลสู่ตลาดสากล มองเห็นถึงการเติบโตที่เพิ่มเติมมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ที่พูดถึงแค่การร่วมมือกันระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ทั้งภาครัฐและเอกชน

แน่นอนว่านี่คือปีที่ 2 แล้วของการจัดงานสตาร์ทอัพระดับชาติ เนื้อหาของงานจึงไม่ใช่เป็นการ Introduce แล้วว่า สตาร์ทอัพคืออะไร แต่จะเป็นการเน้นที่กิจกรรมของสตาร์ทอัพและนักลงทุนมากกว่า

ด้วยพื้นที่การเปิดบูธของสตาร์ทอัพไทยเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม และกิจกรรมของเหล่าสตาร์ทอัพที่หลากหลาย เช่น การประกวด Pitching หรือ Startup Thailand Entrepreneurs Under 35ที่เน้นแสดงผลงาน และการ Pitch ของสตาร์ทอัพไทยที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ทำให้งานมีสีสัน มี Activity ให้ร่วมสนุกร่วม Join มากขึ้น

หากใครได้มางาน Startup Thailand ในปีที่แล้ว (2016) และเมื่อเทียบกับปี 2017 นี้ จะพบว่ามีสตาร์ทอัพไทยหน้าใหม่หลายรายมาก และแน่นอนว่ามีสตาร์ทอัพไทยอีกหลายรายที่ไม่ได้มาร่วมงานในปีนี้ สิ่งนี้เป็นข้อสังเกตที่สามารถบอกได้ว่า สตาร์ทอัพไทยเกิดใหม่นั้นมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลาส่วนสตาร์ทอัพไทยรุ่นเก่านั้นมี 3 เหตุผลที่ไม่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ คือ 

  1. เน้นพัฒนาธุรกิจตนเอง และเชื่อว่าลูกค้าของตนไม่ได้มาจากการร่วมงาน
  2. อยู่ในช่วงกำลังปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เหมาะสม  กับลูกค้าและตลาดที่ได้ค้นพบในช่วงปีที่ผ่านมา
  3. ล้มเลิก

เชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนจากปีที่แล้วคือวงการสตาร์ทอัพเริ่มโฟกัสไปที่การทำธุรกิจอย่างจริงจัง การมองหารายได้และกำไรจากการทำงาน มองหาผลประกอบการที่ทำให้สตาร์ทอัพสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง มากกว่าการวิ่งหาเงินลงทุนจากการ Raise Fund

ขณะที่การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หลายคนมองว่าสตาร์ทอัพไทยดูเหมือนจะเงียบลง แต่ในทางกลับกันสตาร์ทอัพไทยอาจจะกำลังอยู่ในช่วงเติบโตและพยายามเติบโตอย่างถูกทางมากขึ้น คือการเติบโตด้วยธุรกิจของตัวเองไม่ใช่ด้วยเงินจากนักลงทุนเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ตัวเลขของคนเข้าร่วมงาน Startup Thailand 2017 รวม 4 วัน เฉพาะที่จัดในกรุงเทพฯ มีสูงถึง 42,000 คน ซึ่งต้องบอกว่าเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว ด้วยตัวเลขนี้ต้องบอกว่างาน Startup Thailand แรงดีไม่มีตกเลย

งานสตาร์ทอัพอีกงานที่อยากพูดถึงคืองาน RISE ที่จัดขึ้นที่ประเทศฮ่องกง เมื่อวันที่ 11-13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

งานนี้เป็นงานระดับเอเชียที่เน้นให้นักลงทุนและสตาร์ทอัพจากทั่วทุกสารทิศมารวมตัวกัน ทั้งรวมตัวกันสร้าง Networking ทำความรู้จักกัน และยังเป็นการรวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันได้อีกด้วย

งานจัด 3 วัน มีการเปลี่ยนรูปแบบกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นทีมสตาร์ทอัพที่มาออกบูธ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิมในแต่ละวัน ทำให้นักลงทุนหรือผู้ที่เดินอยู่ในงาน หากสนใจทีมไหนต้องรีบวิ่งเข้าไปคุยทันที เพราะว่ารอถึงวันพรุ่งนี้ ทีมที่ว่า ก็จะหายไปแล้ว

แม้แต่เนื้อหาการบรรยายก็ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกันในแต่ละวันตัวงานจะมีธีมที่แตกต่างกันไป วันแรกจะเป็นธีม Creative วันที่สองเป็นเรื่อง Digital Marketing ส่วนวันที่สามจะเน้นไปที่ Startup ซึ่งธีมที่แตกต่างทำให้คนที่มาเดินงานไม่รู้สึกเบื่อ ขณะเดียวกันกลับรู้สึกสนุกและคุ้มกับการเสียค่าบัตรเพื่อเข้ามาดูงาน

สิ่งที่ถูกพูดถึงในงาน RISE Conference มากๆ ก็คือเรื่อง ‘People’ หรือเรื่องมนุษย์นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเสวนา หรือการบรรยาย ทุกคนต่างเน้นไปที่การพยายามเข้าถึงความเป็นคน หรือ People ให้มากขึ้น ถ้าคุณทำ Digital Marketing ทำการตลาด คุณก็ต้องเข้าใจลูกค้า ถ้าคุณทำสตาร์ทอัพสร้าง Product คุณก็ต้องเข้าใจว่าลูกค้าคุณต้องการอะไร แม้แต่บริษัทฮอนด้า หนึ่งในผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ยังพูดถึงความรู้สึกของคนที่ได้อยู่ในรถยนต์ไร้คนขับว่าจะได้รับประสบการณ์ หรือ Experience อย่างไร

แต่ไม่ว่าจะเป็นงาน Conference ที่ไหน จะฟรีหรือเสียเงิน จะในหรือต่างประเทศ ทุกงานล้วนมีประโยชน์และความรู้ให้เราได้เก็บเกี่ยวและค้นคว้า ทำความรู้จักมันอยู่เสมอการเดินทางไปงาน Conference จึงไม่ใช่เป็นการ ‘เสียเวลาทำงาน’ แต่กลับเป็นการค้นหา ‘ประสบการณ์’ ที่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการต่อยอดให้เราสามารถสร้างธุรกิจที่ดี สร้างสินค้าที่ดีให้กับลูกค้าและตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ไม่มากก็น้อย

การเดินทางไปงาน Conference ต่างๆ จะเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สตาร์ทอัพ ‘ต้องทำ’ ก็ว่าได้ เพราะสตาร์ทอัพที่ขาดประสบการณ์ อาจจะทำให้เขาเหล่านั้นเป็นสตาร์ทอัพที่ตามโลกไม่ทัน ที่สำคัญ ขาดความแข็งแรงด้าน Networking ด้วยเช่นกัน  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d