INVESTMENT ERA Breakthrough Smart Investment

Passion Investment เลือกลงทุนในสิ่งที่รัก

“คุณอาจจะลงทุนใน ‘Passion Investment’ ตอนคุณอายุ 50 หรือ 60 ก็ได้ แต่ต้องชอบ ชอบแล้วเรียนรู้ เมื่อเรียนรู้แล้ว คุณจะมีประสบการณ์ ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้จะบ่มเพาะมาจากการศึกษา ต้องมีเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ใช้ชีวิตร่วมกับมันบ้าง ให้ความรักเหมือนเป็นเพื่อนหรือคนรัก”

ปัจจุบัน Passion Investment กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ เพราะใครๆ ก็รู้ว่า หากได้ทำในสิ่งที่รัก มักจะทำได้ดี และก็มีหลายคนที่ได้มีความสุขไปด้วยในการสะสมสิ่งที่รักแล้วยังได้มูลค่าที่มากขึ้นไปด้วย การสะสมนาฬิกา, พระเครื่อง, กระเป๋า, เหรียญ, ภาพวาด, งานศิลปหัตถกรรม หรือแม้แต่ไวน์รสเลิศ จะให้ผลตอบแทนได้มากกว่าการลงทุนหุ้นและทองคำ โดยหากลงทุนได้ถูกขวด ถูกเวลา ของรักบางกลุ่มอาจจะสามารถทำกำไรได้ปีละ 10-15% หรือบางกลุ่มอาจจะมีราคาที่ประเมินค่าได้เหนือกว่า หากมีคนถูกใจและกล้าจ่าย

ประเด็นคือ นัยของ ‘Passion Investment’ ค่อนข้างมีความคาบเกี่ยวระหว่างคำ 2 คำ นั่นก็คือ ‘พ่อค้าเก็งกำไร VS Passion Investor’ ซึ่งความต่างว่าใครคือ ‘Passion Investor’ ตัวจริง หรือใครเป็นเพียงพ่อค้าเก็งกำไร พอจะแยกแยะได้ข้อหนึ่งคือ กลุ่มที่เป็นพ่อค้าเก็งกำไร พวกเขาจะเก็บสินค้าไว้ไม่นาน โดยประเด็นสำคัญของคนกลุ่มนี้ เขาจะต้องมองสภาพเศรษฐกิจเป็นหลักมาเป็นองค์ประกอบ ถ้าเศรษฐกิจดี คนใช้จ่ายเงินง่าย ก็จะปล่อยสินค้าโดยทันทีเมื่อมีกำไรระดับหนึ่ง แต่ถ้าช่วงคนที่ไม่มีเงิน ก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยก็ได้ อันนี้คือสิ่งที่พวกพ่อค้าเหล่านั้นคิด 

กลับกัน คนที่ชอบหรือเป็น ‘Passion Investment’ ตัวจริง เขาจะเก็บสินค้าเหล่านี้ไว้ แม้บางครั้งจะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันก็ตาม เหตุผลเพราะความเสียดายที่จะปล่อยขาย ขณะเดียวกันก็ต้องการเก็บไว้เป็นมรดก เก็บไว้เป็นรุ่นสู่รุ่น แล้ววันหน้ารุ่นลูกหลานจะนำไปขายต่อก็ได้ แล้วแต่เขา แต่มีมูลค่าจากวันแรกที่ซื้อมาแน่ๆ

นอกจากนี้หากลงลึกถึงคนที่เป็น ‘Passion Investment’ จะพบว่าคนเหล่านี้มักจะเริ่มการลงทุนจากการเป็นงานอดิเรก จนมันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ตลาดก็เริ่มต้องการ มีคนเริ่มมาติดต่อขอซื้อ โดยคนกลุ่มนี้จะเลือกหยิบจับสิ่งของจากความสนใจ จากความชอบ เริ่มสะสม และหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ เพิ่มเติม และพอสะสมมากขึ้น ก็อาจจะมีการขายหรือแลกเปลี่ยนกับคนอื่นบ้างเป็นครั้งคราว

ฉะนั้นหากจะให้ย้ำถึงการเป็นนักลงทุนในสิ่งที่รักที่ดี ก็คงต้องย้ำว่า คุณมีความรักและสนใจจริงๆ กับสิ่งที่เลือกลงทุนแค่ไหนเพราะของที่ลงทุนโดยมากจะมีสภาพคล่องต่ำ เวลาอยากจะขาย ไม่สามารถขายได้ง่ายๆ หากผู้ลงทุนไม่รักและสนใจจริง จะรู้สึกว่ามันขายไม่ออก ไม่อยากได้ ต้องทนอยู่กับสิ่งนั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น หมายความว่าท่านไม่ได้มีความรักและชอบสิ่งนั้นจริงๆ

พูดง่ายๆ เงิน ต้องตามหลังความชอบ หลงใหล…ถ้าไม่ชอบ แต่ไปบังคับตัวเองให้ชอบ คงไม่ใช่ ‘Passion Investment’ เพราะเมื่อคุณไม่ชอบ คุณจะไม่มีวันศึกษาหรือเรียนรู้กับสิ่งที่ถือครองอยู่ คุณจะไม่มีวันอยากชิมไวน์ คุณจะไม่ไปเรียนรู้กลไกของนาฬิกา คุณจะไม่ศึกษารากศัพท์เฉพาะของมัน คุณจะไม่มีวันศึกษาเรื่องพระเครื่องว่าองค์นี้มาจากรุ่นไหน ปีใด เนื้ออย่างไร

แน่นอนว่าคุณอาจจะลงทุนใน ‘Passion Investment’ ตอนคุณอายุ 50 หรือ 60 ก็ได้ แต่ต้องชอบ ชอบแล้วเรียนรู้ เมื่อเรียนรู้แล้วคุณจะมีประสบการณ์ ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้จะบ่มเพาะมาจากการศึกษา ต้องมีเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ใช้ชีวิตร่วมกับมันบ้าง ให้ความรักเหมือนเป็นเพื่อนหรือคนรัก ประมาณว่าแม้จะไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่มันมีชีวิตในมายาคติของคุณได้เลยทีเดียว ตรงนี้ก็จะบ่งบอกคุณลักษณะของคนที่เหมาะกับการลงทุนใน ‘Passion Investment’ ได้ในระดับหนึ่ง

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d