อิสระ วงศ์รุ่ง GSB Big Transformation

การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ฉับไว ได้นำพาธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ของไทย ก้าวเข้าไปสู่ยุคแห่ง 4.0 แบบไร้ข้อปฏิเสธ ส่งผลให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ จำเป็นต้องมีการปรับตัว (Transformation) เพื่อทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและเด่นชัด

ในอุตสาหกรรมด้านการเงินก็เป็นที่น่าจับตาอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะยุค 4.0 ได้นำมิติของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเข้ามาสู่โลกการเงินมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของธนาคาร ซึ่งไม่ใช่แค่ธนาคารพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงธนาคารรัฐบาลที่เข้มข้นกับเรื่องนี้เช่นกัน

ธนาคารออมสิน เป็นอีกธนาคารหนึ่ง ที่เดิมทีจะมีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้าง Conservative เป็นธนาคารเพื่อเด็ก และผู้สูงอายุ ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวทางการตลาดใดๆ เท่าไรนัก

แต่นี่คงไม่ใช่กับ ออมสิน ยุคใหม่ (GSB New Era) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่กำลังเดินเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านไปสู่แบงก์ยุคใหม่ ภายใต้ขุนพลคนสำคัญอย่าง อิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล ที่มีประสบการณ์ในแวดวงการเงินยุคใหม่มาอย่างโชกโชน

GSB ยุคใหม่ เปลี่ยนยกเครื่อง

อิสระเผยว่า ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเก่าแก่ของประเทศ อายุมากกว่า 100 ปี และมีเป้าหมายเพื่อเป็นธนาคารเพื่อการออมแก่ประชาชนในชาติ ส่งผลให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ออกสู่สังคมตลอดเวลา เพียงแต่ผู้บริหารธนาคารออมสินได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารสถาบันธนาคารออมสินโลกอย่างสม่ำเสมอ และล่าสุดในปี 2558 ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสามัญ (Ordinary Member) ในคณะกรรมการบริหารสถาบันธนาคารออมสินโลก และ อิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล ดำรงตำแหน่งกรรมการสมทบ (Alternate Member)

สิ่งที่ออมสินทำ กับสิ่งที่ออมสินสื่อ อาจจะสวนทางกัน เรียกว่า ทำมากแต่พูดน้อย ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะประชาชนอาจจะไม่ทราบว่าที่ผ่านมาออมสินทำอะไร มีนวัตกรรมหรือการพัฒนาแบงก์ไปสู่ทิศทางไหนแล้วบ้าง นั่นจึงเป็นสิ่งที่ออมสินยุคใหม่ในยุคของขุนพลท่านนี้ได้เริ่มหันมาเข้มข้นกับการทำการตลาด การสื่อสาร และการปรับตัวเข้าสู่โลกแห่ง 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาผสมผสานกับการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง

เดิมทีภาพของเราอาจจะเป็นแบงก์เพื่อการออมของเด็กและผู้สูงอายุ ทำให้กลุ่มเป้าหมายดูแคบ ทั้งที่เรามีสถานะเป็นแบงก์เพื่อประชาชนคนไทยในการบริการด้านการเงินหลากหลายรูปแบบ ฉะนั้น ภาพของออมสินในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นเชิงรุกมากขึ้น ทั้งด้านการสื่อสารและการตลาด เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางการเงินด้านต่างๆ ที่หลากหลาย และมุ่งเน้นดูแลลูกค้าทุกกลุ่ม เช่น ช่วง 3 ปีมานี้ ออมสินหันมาให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่มากขึ้น เช่น Smart SME และ Startup

นอกจากนี้ยังมีการออกบัตรเดบิตรูปแบบใหม่ๆ ที่มีสีสันสวยงาม รวมถึงการออกบัตรเครดิตครั้งแรก ซึ่งเราไม่เคยทำมาก่อน โดยการเปิดตัวบัตรเครดิตดังกล่าวแค่ 1 ปี ก็มีลูกค้ามาสมัครใช้บริการหลายแสนราย และมีการอนุมัติออกบัตรไปแล้วเกือบ 2 แสนราย รวมถึงการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมเพย์ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งมีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการมากกว่าล้านคน

ขณะเดียวกันในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เราก็ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์บริการใหม่ๆ ที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะทำ และก็ทำได้ดีมาก เช่น โมบายล์แบงกิ้ง เรียกว่า ‘ MyMo by GSB’ (มายโม) ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรม (แอปพลิเคชัน) ด้านการบริการทางการเงินบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ Mobile Banking ซึ่งธนาคารออมสินได้ร่วมมือกับบริษัท FinTech ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology) เพื่อร่วมพัฒนาระบบงานการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างแท้จริง มีฟังก์ชันการให้บริการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริการโอนเงิน บริการ GSB PromptPay การชำระค่าสินค้าและบริการ การชำระเงินกู้ บริการซื้อสลากดิจิทัล และบริการถอนเงินสดผ่าน MyMo MyCard โดยส่วนใหญ่จะใช้บริการโอนเงินระหว่างธนาคาร (ORFT) (ร้อยละ 40) รองลงมาคือบริการชำระค่าสินค้าและบริการ (ร้อยละ 28) และบริการโอนเงินภายในบัญชีตนเอง (ร้อยละ 25) ตามลำดับ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน บริการ MyMo by GSB มีจำนวนการทำธุรกรรมสูงถึง 23 ล้านรายการ คิดเป็นรายได้ค่าธรรมเนียมสูงถึง 264 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีลูกค้าสมัครแล้ว 1.5 ล้านราย มียอดการใช้งานจริงเฉลี่ยอยู่ที่ 80%

“ในส่วนของสาขา ปัจจุบันออมสินมีสาขามากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศไทย และเราตั้งใจว่าภายใน 2-3 ปี เราจะขยายสาขาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด รวมถึงมีการนำโซนบริการด้านดิจิทัลใหม่ๆ มาใช้ในสาขาต่างๆ เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมการใช้งานที่เน้นการช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น เช่น เครื่อง ATM, ADM ขณะเดียวกันเราได้มีการนำระบบ VTM หรือ Virtual Teller Machine ซึ่งเป็นเครื่องที่ทำธุรกรรมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารเสมือนจริง โดยสื่อสารผ่านทางวิดีโอคอล สามารถทำรายการได้ตั้งแต่เปิดบัญชี ฝากเงิน ถอนเงิน สมัครบริการ MyMo หรือบัตรเดบิต ได้ด้วยตัวเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ให้บริการผ่านวิดีโอคอล เหมือนเคาน์เตอร์สาขาของธนาคารจริงๆ ภายในปี 2560 จะมีการติดตั้ง 4 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ และอีก 1 แห่งในต่างจังหวัด”

ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวสู่ยุค 4.0 ที่เรียกว่าปรับโฉมของธนาคารออมสินแบบพลิกฝ่ามือในช่วงระยะเวลา 3 ปีเท่านั้น

บทบาทออมสินไทยในเวทีโลก

นอกจากการพลิกโฉมครั้งใหญ่ให้กับออมสินแล้ว อีกบทบาทที่ประชาชนอาจจะไม่ค่อยได้รับรู้ คือ ธนาคารออมสิน เป็นหนึ่งในสมาชิกสถาบันธนาคารออมสินโลก (World Savings and Retail Banking Institute หรือ WSBI) ซึ่งเข้าไปมีบทบาทในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ส่งเสริมความร่วมมือและการปฏิบัติงานของ WSBI และสมาชิกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน กระชับความสัมพันธ์ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในกลุ่มสมาชิกทุกภูมิภาค และที่สำคัญที่สุดคือ ธนาคารออมสินได้แสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ

จริงๆ แล้ว นับเป็นเวลา 67 ปีแล้วที่ธนาคารออมสินเป็นสมาชิกสถาบันธนาคารออมสินโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) โดยเราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ในการเดินทางไปร่วมประชุม สัมมนา และดูงานระหว่างประเทศสมาชิก WSBI และนำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารออมสินให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้รับบริการทางการเงินที่มากกว่าการธนาคาร เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยทุกคน

นอกจากนี้ เรายังมีบทบาทสำคัญในเวทีโลกหลายๆ เวที เช่น ในระดับภูมิภาค ออมสินเคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานสถาบันธนาคารออมสินโลกภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (WSBIRegional Office for Asia and the Pacific) ตั้งแต่ปี 2516-2540 ทำหน้าที่ประสานงานและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารสมาชิกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยมีผู้อำนวยการธนาคารออมสินเป็นประธานสถาบันธนาคารออมสินโลกภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (President of WSBI Regional Office for Asia and the Pacific) และในฐานะที่ธนาคารออมสินเป็นสมาชิกที่มีความ Active ในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ทางสถาบันธนาคารออมสินโลก (WSBI) จึงดำริจะย้ายสำนักงานสถาบันธนาคารออมสินโลกภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกมาตั้งที่ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากครบวาระที่ PT Bank Tabungan Negara (Persero) ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานฯ ในปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารออมสินยังได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี WSBI General Assembly เมื่อกลางปี 2559 ที่ประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิก WSBI จาก 110 องค์กร 79 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุมดังกล่าว โดยฉันทามติกรุงเทพฯ (Bangkok Resolution) ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี WSBI General Assembly ครั้งนั้น ทาง WSBI และสมาชิกได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน โดย WSBI พร้อมประสานและร่วมมือกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน (AEC) เพื่อช่วยพัฒนาระบบการเงินการธนาคารระหว่างประเทศให้มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

“ขณะเดียวกัน ไม่นานมานี้เรายังได้จัดการประชุม Innovation Workshop ในระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับคำชมจากออมสินในประเทศต่างๆ ถึงสาระสำคัญของการประชุมและการต้อนรับจากออมสินไทยอย่างประทับใจ”

จากการเปลี่ยนแปลงในประเทศ รวมถึงบทบาทในระดับนานาชาติที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้อิสระวางแผนภารกิจต่อเนื่องต่อไปอีก 5 ปี โดยมุ่งหวังที่จะให้ธนาคารออมสินต้องเป็นแบงก์ที่มีความครบเครื่อง ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีอันทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งน่าจะได้เห็นปรากฏการณ์ทางด้านการเงินใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อตอบโจทย์และดูแลประชาชนคนไทยให้มีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ให้สมกับการเป็นธนาคารไทยในยุค 4.0 เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ธนาคารออมสินประเทศเยอรมนี มีเงินฝากเป็นอันดับ 1 ของโลก และเป็นประธานออมสินโลกมาตลอด 20 ปี ติดต่อกัน
  • ปัจจุบันสมาชิกล่าสุดของ WSBI มี 80 ประเทศ รวม 121 สถาบัน

 

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d