Cyber Security & FinTech

ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีทางการเงิน (Fin Tech)มาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกรรมการเงินและการชำระเงินอย่างกว้างขวาง ช่วยให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว มีต้นทุนถูกลง สามารถเข้าถึงบริการได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์ แต่การใช้เทคโนโลยีต้องเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cybey Attack) ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นและมีรูปแบบที่หลากหลายซับซ้อนมากขึ้น อาจส่งผลเสียหาต่อสถาบันการเงินและผู้ใช้บริการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybey Security) จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งเรื่อง FinTech และเรื่อง Cyber Security ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (ปี2560-2562) เพื่อผลักดันผู้ให้บริการในระบบสถาบันการเงินและระบบการชำระเงินยกระดับความพร้อมเพื่อรับมือด้านCyber Security 

ปัจจัยสำคัญของการดำเนินงานตามแผนฯ คือความร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ หนึ่งในนั้นคือ สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ฮ่องกง (Hong Kong Applied Science and Technology Research Institute : ASTRI) ซึ่งเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นองค์กรรัฐ ที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลของเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยี (R&D) มีบุคลากรและนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Cyber Security และ FinTech รวมถึงมีระบบและศูนย์วิจัย (Lab) ที่รองรับในเรื่องดังกล่าว อีกทั้ง ASTRI ยังทำงานร่วมกับ Hong Kong Momentary Authority (HKMA) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลสถาบันการเงินในฮ่องกง ในการร่วมสนับสนุนการกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีอีกด้วย

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ธปท. จึงได้ลงนามความร่วมมือกับ ASTRI ในการแลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนาบุคลากรในเรื่อง Cyber Security และ FinTech ร่วมกันเป็นเวลา 3 ปี ได้แก่ การแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลด้าน Cyber Security และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สนับสนุน FinTech เช่นBlockchain และ Big Data เป็นต้น

ความร่วมมือกับ ASTRI จะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่องานของ ธปท. และระบบสถาบันการเงินไทย ทั้งด้านเครื่องมือและด้านมาตรฐานบุคลากร ซึ่งจะช่วยให้ ธปท. มีความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ ในเชิงลึก และรู้เท่าทันต่อภัยคุกคามมากขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนภารกิจด้านการผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีทางการเงินมากขึ้นและด้านกำกับตรวจสอบความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยี ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมผ่านเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนประเทศด้วย Digital Economy

GMBiZ No.87 April 2017

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d