6 อาชีพที่มีสัญญาณว่าจะตกงานในอีก 10 ปีข้างหน้า (2)

เมื่อครั้งที่แล้วได้ทราบกันถึงอาชีพที่มีสัญญาณว่าจะตกงานในอีก 10 ปี 3 อาชีพไปแล้วประกอบไปด้วย อาชีพครู คนขับแท็กซี่ นักข่าว และนักเขียน คราวนี้มาต่อกันกับ 3 อาชีพที่เหลือว่าจะมีอะไรบ้าง

เริ่มที่อาชีพที่ 4 โบรกเกอร์ นายหน้า

เชื่อว่านักลงทุน กลุ่มคนที่เล่นหุ้น เทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวนไม่น้อย เลือกใช้แอปฯ เพื่อซื้อ-ขายหุ้นด้วยตัวเอง 

ไม่ว่าจะเป็น Streaming ของ Settrade หรือแอปฯ ซื้อ-ขายหุ้นแบรนด์อื่นๆ ทั้งของหลักทรัพย์เองและของ Third-party เหล่านี้มีมากมายที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถจัดการซื้อ-ขายได้ด้วยตัวเอง จะตั้งราคาที่ต้องการ หรือจะซื้อเดี๋ยวนั้น ก็สามารถทำได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องพึ่ง ‘คนกลาง’ หรือโบรกเกอร์ 

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และตัวเลขของการซื้อ-ขายหุ้นด้วยตัวเองก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง...ทำไม? 

เพราะความง่าย สะดวก รวดเร็ว คอนโทรลได้ด้วยตัวเอง ทำให้คนยุคใหม่สนใจที่จะจัดการทุกอย่างเองโดยไม่ต้องโทรฯ บอก หรือบางคนที่ต้องการคำปรึกษาจากโบรกเกอร์ ปัจจุบันก็มีกูรูและนักวิเคราะห์มากมายทั้งบนเฟซบุ๊ก บนเว็บไซต์ และไลน์แอด พร้อมให้แนวทางและคำปรึกษาได้ตลอดเวลา และถ้าจะให้ง่ายกว่านั้น สตาร์ทอัพไทยอย่าง Jitta ก็มีระบบวิเคราะห์หุ้น เพื่อให้คำแนะนำว่า หุ้นตัวไหนดี ควรซื้อ หุ้นตัวไหนราคาสูงกว่าความเป็นจริง โดยมีการจัดอันดับให้คะแนนอย่างชัดเจน น่าเชื่อถือ 

อาชีพที่มีหน้าที่เป็นคนกลางอย่าง ‘เอเยนต์” เช่น เอเยนต์ท่องเที่ยว ซื้อที่พัก โรงแรม ตั๋วเครื่องบิน อาชีพเหล่านี้จะหมดไป เพราะเราสามารถซื้อได้เอง เลือกได้เอง ในราคาถูก ซึ่งไม่ต่างอะไรกับอาชีพคนกลางอื่นๆ อย่าง คนขายประกันชีวิต ฯลฯ 

อาชีพที่ 5 พนักงานธนาคาร คนทำบัญชี

ไม่ใช่แค่พนักงานธนาคาร และคนทำบัญชีเท่านั้นที่มีโอกาสจะต้องปรับเปลี่ยนในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ต้องบอกว่า ‘ทุกอาชีพที่ทำงานซ้ำ ๆ’ เป็น Routine

เพราะมีโอกาสสูงมากที่ ‘หุ่นยนต์’ จะเข้ามาทำงานแทนที่งาน Routine เหล่านี้ 

ความจริงหุ่นยนต์ได้เข้ามาทำงานแทนนานแล้ว เพียงแต่คำว่าหุ่นยนต์ที่หมายถึง ไม่ได้พูดถึงหุ่นยนต์เดิน 2 ขา ที่เราเห็นกันในภาพยนตร์ แต่หมายถึงหุ่นยนต์ที่สามารถรับคำสั่งได้ แล้วทำงานตามคำสั่งได้ เช่น ATM 

ตู้ ATM คือหนึ่งในหุ่นยนต์ที่ผมหมายถึง มันสามารถรับคำสั่งได้ว่าเราต้องการถอนเงิน มันสามารถตรวจสอบได้ว่า เราคือเจ้าของเงินนั้นจริงๆ และเมื่อตรวจสอบแล้ว มันสามารถนำเงินออกมาให้เรา โดยทำการหักตัวเลขออกจากบัญชีได้อย่างแม่นยำ นี่คือหน้าที่ของหุ่นยนต์ที่สามารถทำได้ และทำได้ดี 

คนทำบัญชีก็เช่นกัน งานที่มีหลักการคิด สูตรในการทำ มีการทำซ้ำ เหล่านี้มีโอกาสถูกเปลี่ยนได้หมด ต่อไปเมื่อเราซื้อของโดยใช้การรูดบัตรเครดิต ระบบก็จะรู้ว่าเราดึงเงินออกจากธนาคาร ธนาคารส่งข้อมูลต่อทำให้รู้ว่าเราจ่ายเงินให้กับร้านอะไร มีเลขที่จดทะเบียนอะไร เหล่านี้สามารถเป็นข้อมูลรายรับของบริษัทได้ และจะโยงไปถึงการชำระภาษีอากรอีกด้วย โดยทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่จำเป็นต้องใช้คนเลยแม้แต่คนเดียว 

แคชเชียร์หรือพนักงานรับชำระเงินตามซูเปอร์มาร์เก็ตก็หนีไม่พ้นเช่นกัน ณ วันนี้เราอาจจะยังไปไม่ถึงไอเดียที่ Amazon เพิ่งประกาศออกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว นั่นคือร้านซูเปอร์มาร์เก็ตที่ลูกค้าสามารถเดินเข้าไปหยิบอะไรก็ได้แล้วก็ออกจากร้านเลยโดยไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ตัวห้างจะรู้โดยอัตโนมัติว่าเราคือใคร หยิบสินค้าอะไรไป ราคาเท่าไหร่ แล้วจะชาร์จผ่านบัตรเครดิตอะไรของเรา แต่ปัจจุบันในห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างเซ็นทรัลเวิลด์ หรือมาบุญครองก็เริ่มมีระบบให้ลูกค้าสามารถสแกนสินค้าและจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตได้ด้วยตัวเอง จับสินค้าใส่ถุงเองโดยไม่ต้องพึ่งพนักงานอีกต่อไป  

แน่นอนว่าในอนาคตหุ่นยนต์และเครื่องจักรต้องสามารถทำได้มากกว่านี้ ดังนั้นอาชีพที่เป็น Routine ต่างๆ แน่นอนว่าจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะไม่เกิน 10ปีนี้อย่างแน่นอน 

อาชีพที่ 6 เกษตรกร

เขียนอาชีพนี้ขึ้นมาแล้วรู้สึกตกใจ เพราะเกษตรกรเป็นอาชีพหลักของคนไทยเลยก็ว่าได้ 

อย่าเพิ่งรีบตกใจไปว่า ถ้าอาชีพนี้จะหายสาบสูญแล้วจะทำอย่างไร  มาดูกันดีกว่าว่าอาชีพนี้จะหายไปได้อย่างไรก่อน 

มื้ออาหารกลางวัน วันหนึ่งบนห้างใหญ่กลางเมือง ผมได้มีโอกาสรับประทานอาหารกับเจ้าของบริษัท Market Anyware รันซึ่งเป็นผู้ที่คอยศึกษาเรื่องหุ่นยนต์และการเรียนรู้เรื่องของ Machine Learning รันได้บอกกับผมว่า อีกไม่นานต่างประเทศจะเริ่มพยายามสร้างหุ่นยนต์ที่จะมาปลูกข้าว ปลูกพืชผล แทนคน 

หุ่นยนต์จะสามารถปลูกข้าวได้อย่างไม่ต้องสงสัยเพราะเป็นงาน Routine ซึ่งปัจจุบันรถยนต์ดำนาก็มีแล้ว ดังนั้นถ้ามารวมกับรถยนต์ที่ขับได้เองอัตโนมัติก็คงจะไม่แปลกอะไร รันบอกว่าการใช้หุ่นยนต์จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการปลูกข้าวลดลงต่ำมากจนแทบจะถึงศูนย์บาท!! 

ใช่...การใช้หุ่นยนต์จะทำให้เราต้องลงทุนในช่วงแรก แต่อาจจะเป็นผลดีในระยะยาว เมื่อหุ่นยนต์สามารถปลูกข้าวได้เอง ปลูกพืชได้เอง โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ 

ส่วนเรื่องการซ่อมบำรุงนั้น ส่วนตัวเชื่อว่า ถ้าถึงขนาดปลูกพืชได้เองแล้ว ซ่อมตัวเองก็ไม่น่าจะยากอะไร 

แน่นอนว่ารันศึกษามาไกลกว่านั้น รันบอกว่า นอกจากปลูกพืชแล้ว ต่อไปหุ่นยนต์จะสามารถเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย! 

เลี้ยงสัตว์ก็ไอเดียใกล้ๆ กันกับปลูกข้าว แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ข้าวใช้ดินและน้ำเพื่อทำให้เติบโต แต่วัวและหมูต้องใช้อาหาร แล้วเราจะหาอาหารจากไหน? ผมถาม 

รันตอบว่า “ก็มาจากตัวที่ปลูกพืชเมื่อกี้ยังไงล่ะครับ” 

ต่อจากนี้อีก 10 ปี

แน่นอนว่ามีอีกหลายอาชีพที่มีแนวโน้มว่าจะต้องถูกปรับเปลี่ยน อย่างน้อยการยกตัวอย่าง 6 อาชีพนี้ ซึ่งเป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่ก็มากพอที่จะทำให้มองเห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงในอนาคตได้ 

คำถามหลังจากอ่านบทความนี้คือ แล้วเราจะต้องทำอย่างไร? มีอะไรที่เราต้องปรับปรุงหรือไม่? บทความนี้ไม่สามารถให้คำตอบได้ทั้งหมด 100% ว่าคุณจะต้องปรับตัวอย่างไร ทำตัวอย่างไร อาชีพของคุณจะอยู่รอดหรือไม่  แต่บทความนี้จะทำหน้าที่เสมือนไกด์ไลน์ ชี้แนะให้คุณต้องไปศึกษาต่อ เพื่อให้ได้รู้จักถึงปีแห่ง Digital Transformation ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคุณและโลกใบนี้ 

ที่เหลือก็อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะศึกษาได้มากหรือน้อย เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นหรือแย่ลง ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณ

อ่าน  6 อาชีพที่มีสัญญาณว่าจะตกงานในอีก 10 ปีข้างหน้า (1)

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d