เมื่อลูกน้องของคุณ ‘อายุ’ มากกว่า

...ช่วงหลังที่ได้คุยกับสตาร์ทอัพ และเพื่อนๆ น้องๆ หลายคนมีปัญหาเหมือนกันคือ การเป็นสตาร์ทอัพ หรือเจ้าของกิจการที่เริ่มตั้งแต่อายุยังน้อยนั้น จะสามารถดูแล จัดการ หรือเป็นผู้นำคนที่อายุมากกว่าคุณได้อย่างไร?

หลายครั้งนำมาซึ่งปัญหาการ ‘ไม่นับถือ’ ไม่ให้เกียรติกัน ไม่เชื่อฟังไม่ปฏิบัติตาม เพราะอายุที่ยังน้อย ดูเด็ก เรื่องแบบนี้จะแก้ได้อย่างไร? หรือจะรอให้แก่ก่อนก็คงไม่ใช่ทางออกที่ดีแน่

ส่วนตัวผมเองเคยเจอปัญหานั้นเช่นกัน ด้วยความที่ตัวเองเริ่มต้นทำบริษัทตั้งแต่อายุ 24 ปี ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เป็นเรื่องกังวลใจมากก็คือการที่ต้องเป็นผู้นำหรือหัวหน้าของคนที่อายุมากกว่า

...พูดไปแล้วเขาไม่เชื่อถือ พูดไปแล้วเขามองว่าเราเป็นเด็กน้อย ดูไม่น่ากลัว

...บางคนอาจจะคิดว่า ‘ก็บอกเขาไปสิ ถ้าไม่ทำงานตามสั่งจะหักเงินเดือนจะไล่ออก จะบลาๆๆๆ”

...แน่นอนว่าคุณมีสิทธิ์ทำได้ในฐานะเจ้านายหรือหัวหน้า แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่ดีในการบริหารคนยุคปัจจุบัน

...อย่างไรก็ตาม ผมได้พบทางแก้ หลังจากทำงานไปได้พอสมควร

...ขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นภาพ... 

เคยนำรถไปซ่อมไหมครับ?

เวลาที่รถเสีย หรือเครื่องยนต์มีปัญหา เสียงดังผิดปกติ เครื่องร้อน แอร์ไม่เย็น ฯลฯ เหล่านี้เป็นเหตุให้เราต้องรีบพารถไปเข้าอู่ หาช่างซ่อม ซึ่งไม่ว่าช่างจะบอกอะไรเรา จุดนั้นเสีย จุดนี้ ต้องเปลี่ยน จุดนั้นต้องซ่อม เราก็จะเชื่อแต่โดยดีใช่มั้ยครับ

...นั่นเป็นเพราะอะไร?

คงไม่ใช่เพราะเขาอายุมากกว่าหรอก ถูกมั้ยครับ? เชื่อว่าเด็กซ่อมรถที่อู่หลายคน เพียงแค่ดูหน้าก็รู้ว่าอายุน้อยกว่าเราก็มี แต่แล้วทำไมเราถึงเชื่อ?

...เราเชื่อเพราะ ‘ความเป็นมืออาชีพ’

แน่นอนว่าเด็กที่อู่รู้เรื่องรถดีกว่าเรา เราเชื่อว่าเขาสามารถแก้ไขได้ ช่วยเหลือเราได้ และทำให้เราถึงเป้าหมายที่ต้องการนั่นคือทำให้รถกลับมาสภาพดีอีกครั้งซึ่งทั้งหมดนั้นเกิดจากความไว้ใจในความเป็นมืออาชีพทั้งนั้น

เช่นกันครับ ในฐานะที่เราเป็นผู้นำองค์กร หรือหัวหน้าองค์กร การจะนำคนหรือทำให้เขาเชื่อในตัวเรา จึงไม่สำคัญว่าเขาจะมีอายุมากกว่าหรือน้อยกว่า แต่สำคัญที่เราทำตัวให้เป็นมืออาชีพ ทำให้น่าไว้วางใจ ทำให้น่าเชื่อถือได้มากขนาดไหน

ดังนั้น วันนี้มีกฎ 4 ข้อที่ผมได้เรียนรู้กฎที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในการปกครองดูแลทีมงานที่มีอายุมากกว่า

1.สร้างเป้าหมาย

ในระยะยาว ทุกคนต้องการอนาคตและทุกคนก็อยากรู้ว่าอนาคตของตัวเอง อนาคตของบริษัทอยู่ที่ไหน ในปีนี้จะเกิดอะไรขึ้น เราจะเป็นอย่างไร มีการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และด้านการเงินมากน้อยขนาดไหน

เช่นกัน...ในระยะสั้น งานที่กำลังทำมีแนวทางอย่างไรมีส่วนสำคัญในการทำให้เป้าหมายระยะยาวสำเร็จได้ด้วยหรือไม่

คุณ…ในฐานะ ‘ผู้นำ’ ได้ทำตัวเป็นผู้นำแล้วหรือยัง

ถ้าคุณยังไม่มีเป้าหมาย ไม่สร้างเป้าหมายให้กับทีมได้ ทีมเห็นว่าคุณได้แต่แก้ไขปัญหาเก่าไปวันๆ มองไม่เห็นอนาคต ไม่เดินนำหน้าให้เขากล้าเดินตาม เมื่อนั้นทีมงานจะรู้สึกไม่ Secureมองไม่เห็นอนาคต และมีโอกาสสูงที่จะหมดศรัทธา และเมื่อนั้นคุณจะไม่สามารถเป็นผู้นำให้กับพวกเขาได้

2.รู้ในเรื่องที่พูด

ผมเชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินผู้ที่อาวุโสกว่า ทั้งอายุ หรือตำแหน่ง พูดจาได้งงงวยไม่รู้เรื่อง หลายเรื่องที่เราฟังแล้วรู้ว่าเขา ‘มั่ว’ เพราะเรารู้มากกว่า

แม้จะอยู่ในตำแหน่งผู้นำ แต่ก็ใช่ว่าจะพูดอะไรได้ตามใจ คุณอาจจะใช้อำนาจเพื่อทำให้ทุกคนพยักหน้า ‘เห็นด้วย’ กับสิ่งที่พูด แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยในใจ

การพูดในสิ่งที่รู้จะทำให้ผู้ตามรู้สึก ‘มั่นใจ’ ในตัวผู้นำ รู้สึกเชื่อ และพร้อมจะเดินตาม

แน่นอนว่าผู้นำที่พูดในเรื่องที่ตนรู้เป็นอย่างดี จะมีความมั่นใจในสิ่งที่พูดมากกว่าผู้นำที่ไม่รู้

แต่ก็ใช่ว่าผู้นำจะต้องรู้ทุกเรื่อง! เพราะถ้าต้องรู้ทุกเรื่องอย่างละเอียดก็คงไม่ต้องมีทีมช่วยทำงานกันแล้ว ผู้นำสามารถที่จะ ‘ไม่รู้’ ได้ สามารถบอกได้ว่าตนไม่มีความชำนาญด้านนี้ และจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากทีมงาน

อย่ากังวลว่าผู้ตามจะรู้สึกว่าคุณโง่ แต่ควรกังวลว่าผู้ตามจะรู้สึกว่าคุณไม่จริงใจกับเขามากกว่า

3.ทำจริง

...ในมุมของคนที่เป็นผู้ใหญ่จะรู้สึกว่าคนที่อายุน้อยกว่า มักทำอะไรไม่จริงจัง

เรื่องนี้ไม่ยากเลยครับ แค่คุณทำทุกอย่างให้จริงจัง สั่งแล้วทำจริง บอกแล้วทำแน่นอนไม่ปล่อยวาง ไม่มีหยวน

กฎระเบียบ ถ้าแจ้งแล้วต้องทำ ถ้ามีคนทำผิดต้องได้รับผลตามกฎที่วางไว้ การเป็นคนไม่จริงจัง ยังไงก็ได้ ทำให้คุณกลายเป็น ‘เด็ก’ อย่างที่เขาคิดไว้ และนั่นจะทำให้คุณขาดความน่าเชื่อถือไม่เป็นมืออาชีพ

สิ่งสำคัญมากกว่าการหยวน คือการมี ‘สองมาตรฐาน’ ผู้นำที่ดีต้องไม่มีสองมาตรฐาน คนนี้ทำได้ อีกคนทำไม่ได้ คนนี้มาสายได้อีกคนมาสายไม่ได้ ถ้าคุณไม่จริงจังต่อคำพูดของตัวเอง แล้วใครจะกล้าทำงานอย่างจริงจังกับคุณ

4.เคารพ

แม้เราจะเป็นหัวหน้า เป็นเจ้าของ เป็นผู้นำเราก็ต้องมีความเคารพ

ผมเคยทำงานหลายโปรเจกต์กับผู้นำที่อายุน้อยกว่า ผู้นำอายุน้อยที่พูดคุยด้วยความเคารพ กับผู้นำอายุน้อยที่เดินเข้ามาวางมาดใหญ่โต และสั่งๆๆๆๆ ส่งผลให้การทำงานนั้นแตกต่างกันมาก

จริงอยู่...ผู้นำมี ‘อำนาจ’ ในการสั่งมีอำนาจที่จะบงการ แต่ถ้าคุณ ‘สั่ง’ให้เขาทำงาน เขาก็จะทำงานตามที่แค่ ‘สั่ง’ คุณจะไม่ได้อะไรมากไปกว่านั้น

ความจริงคำว่า‘เคารพ’ นั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่าเท่านั้น แต่กับคนทุกระดับชั้นการเคารพในหน้าที่การงาน เคารพในเวลา เคารพในการตัดสินใจของเขาคือสิ่งที่ผู้นำทุกคนต้องมี

นั่นคือกฎเบื้องต้นของการเป็นผู้นำคนที่อายุมากกว่า ลองนำ 4 ข้อนี้ไปใช้ ผมเชื่อว่าการทำงานของคุณกับทีมงานที่อายุมากกว่าจะราบรื่นขึ้น...ขอให้สนุกกับการทำงานครับ  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d