เปิดตัวสินค้าไทยก้าวไกลในเวทีโลก

เรื่อง สมชาติ ลีลาไกรศร

กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ชอบทำเวลาไปเที่ยวต่างประเทศคือการเดินดูของช้อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ต

ดูว่าสินค้าอะไรเป็นที่นิยมสำหรับคนท้องถิ่น และมีสินค้าจากเมืองไทยบ้างไหมที่ได้ขึ้นเชลฟ์ห้าง? ช่วงหลังๆ มานี้ เห็นได้ชัดเลยว่ามีสินค้าแบรนด์ไทยเข้าไปขายในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ย้ำว่าเป็น “แบรนด์ไทย” ชนิดที่ Made in Thailand กันจริงๆ อดภาคภูมิใจไม่ได้ที่เห็นสินค้าไทยเดินทางมาถึงจุดนี้ จากจุดเริ่มที่เราเคยเป็น “มือปืนรับจ้าง” รับผลิตสินค้าให้แบรนด์ต่างชาติ แต่ตอนนี้เริ่มผลิตเอง ขายเองในชื่อแบรนด์ของตัวเอง และกำลังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของคุณภาพและดีไซน์ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สปา แฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ

แม้คำว่า Made in Thailand หรือ Product of Thailand จะมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาชาวต่างชาติ แต่นั่นอาจไม่พอเพียงในการทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นถึงมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคยุคนี้มีความใส่ใจในข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น นอกจากคุณสมบัติและสรรพคุณของสินค้าแล้ว ยังอยากรู้ที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์ว่าทำมาจากอะไร ได้มาจากแหล่งใด ปลอดจากสารเคมีหรือไม่? จะดีกว่าไหมที่ผู้ประกอบการไทยไม่ต้องไปฟาดฟันแข่งขันด้านราคากับผู้ประกอบการต่างประเทศที่มีความได้เปรียบเรื่องต้นทุนการผลิตอีกต่อไป แต่หันมาสร้างแบรนด์ยกระดับคุณภาพสินค้าด้วยการชูจุดเด่นในมิติอื่นๆ ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ และยินดีที่จะจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับความสบายใจ

หนึ่งในวิธีลัดในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตราสินค้าคือการให้บุคคลที่สามเป็นผู้แนะนำสินค้า จะเห็นได้ว่าทำไมแบรนด์ระดับโลกจึงเลือกใช้วิธี Celebrity Endorsement หรือการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นตัวแทนในการนำเสนอสินค้า ก็เพราะมันง่ายต่อการสื่อสารแบรนด์ แต่ว่าวิธีนี้ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ทำได้ง่ายกว่า และมีประสิทธิภาพสูงกว่า นั่นคือการทำ Product Certification หรือการหาหน่วยงานที่น่าเชื่อถือมาทำการรับรองมาตรฐานสินค้าและบริการ ประโยชน์ที่ได้รับมีทั้งสองทาง ทางตรงคือส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจขององค์กร ทางอ้อมคือสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

อย่างในกรณีของ T Mark (Thailand Trust Mark) ก็ถือเป็นหนึ่งในตราสัญลักษณ์ที่สามารถช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการไทยได้ โดยผู้ที่มีสิทธิได้รับ T Mark จะต้องเป็นสินค้าและบริการแบรนด์ไทย หรือมีฐานการผลิตในประเทศไทย มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล ภายใต้ 3 หัวใจหลัก คือ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และใช้แรงงานที่เป็นธรรม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ เจ้าของไอเดียนี้ได้รับความร่วมมือจาก 2 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงแรงงานมาช่วยกำหนดกฎเกณฑ์ตรวจสอบผู้ประกอบการที่ยื่นขอตราสัญลักษณ์นี้ T Mark จะเป็นอีกสิ่งที่ช่วยยืนยันแก่ผู้บริโภคว่า สิ่งที่พวกเขากำลังจะซื้อหาไปใช้นั้น คือสินค้าที่มีคุณภาพระดับสากลครบทุกมิติ เครื่องหมายนี้จะเป็นประโยชน์มากสำหรับแบรนด์ไทยที่มีความต้องการในการเปิดตลาดต่างประเทศ แต่สินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าต่างชาติ เพราะการเห็น T Mark จะช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าว่า นี่คือสินค้าคุณภาพระดับแถวหน้าจากเมืองไทยจริงๆ

จากข้อมูลในเว็บไซต์ www.thailandtrustmark.com พบว่าตอนนี้มีสินค้าและบริการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark อยู่700 กว่าบริษัท มีทั้งรายเล็กรายใหญ่ของวงการอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้เห็นชัดเลยว่า ขนาดไม่เกี่ยว เพราะถ้าคุณสมบัติผ่านทุกข้อก็รับตรา T Mark ไปเป็นใบเบิกทางในการโกอินเตอร์ได้

อย่ารอให้พร้อมกว่านี้ในการทำแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ แต่จงรีบปรับโดยไม่รอให้ความได้เปรียบที่ว่านี้กลายเป็นเรื่องสามัญที่ใครๆ ก็มีได้

#GM BiZ Vol.92


 

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d