หุ่นยนต์ จะช่วยมนุษย์ทำงาน แต่ไม่ได้ทำงานแทนมนุษย์

orthstar Research Partners บริษัทผู้ให้บริการคำปรึกษาและการวิจัยการตลาดทั่วโลกอย่างครบวงจรร่วมมือกับ ARM ผู้ผลิตเทคโนโลยีสมองกล สำรวจด้วยการสอบถามผู้บริโภคเกือบ 4,000 คนทั่วโลก พบว่ามีผู้บริโภคเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เชื่อว่า AI จะเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ จนก่อให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดแรงงาน เมื่อถามว่าในอนาคต AI จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นในด้านใดบ้างผู้บริโภค 30% บอกว่า ผลกระทบที่สำคัญที่สุดคือ ‘จะทำให้มนุษย์มีงานทำลดลง หรือทำงานที่ไม่เหมือนเดิม’ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้ารับการสำรวจยังคงมองโลกในแง่ดีว่า ในการทำงานส่วนใหญ่นั้น หุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยเหลือ มนุษย์มากกว่าแทนที่มนุษย์ โดยจะเข้ามาช่วยงาน ส่วนที่น่าเบื่อหรืออันตรายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สรุปการค้นพบที่สำคัญ

  • 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า สมองกล (Artificial Intelligence หรือ AI) จะช่วยเหลือสังคมได้ โดยมีเพียง 22% ที่มองว่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี
  • สำหรับการจ้างงานในอนาคตนั้น 30%มองว่า ความวิตกกังวลต่อการจ้างงานเป็นผลกระทบสำคัญที่สุดที่เกิดจากการพัฒนา AIโดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจก่อสร้าง การขนส่ง และการคมนาคมน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
  • ส่วนด้านการดูแลสุขภาพ 57% บอกว่ายินดีให้แพทย์ AI ตรวจตา ขณะที่ 41% ยอมให้แพทย์ AI ผ่าตัดสมอง
  • ในด้านการขับขี่ด้วยระบบอัตโนมัติ 55% บอกว่า จะเชื่อใจรถยนต์อัตโนมัติ ถ้าหากว่ามีประวัติความปลอดภัยเหนือกว่ายานยนต์ที่มนุษย์เป็นคนขับ โดย 70% พร้อมจะมอบความไว้วางใจให้รถยนต์อัตโนมัติในอีก 10 ปีข้างหน้า

ผู้เข้ารับการสำรวจเชื่อว่า เทคโนโลยี AI ใหม่ ๆ จะเข้ามามีบทบาทในภาคการผลิตและการธนาคารมากที่สุด ขณะที่อาชีพเกี่ยวกับการทำอาหาร ดับเพลิง และเกษตรกรรมจะยังคงต้องใช้แรงงานมนุษย์ สำหรับความเห็นดังกล่าวมาจากความเห็นส่วนใหญ่ของผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับอนาคตของหุ่นยนต์ โดยผู้บริโภคในเอเชียมีความคิดเห็นไปในแง่บวกมากที่สุด ตามด้วยสหรัฐฯ และยุโรป ตามลำดับ

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d