สาริณี แสงประสิทธิ์

บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม มีภารกิจหลักในการให้บริการการเดินอากาศ และบริหารจัดการจราจรทางอากาศให้แก่สายการบินผู้ใช้บริการ นับจากอดีตมาถึงปัจจุบันก้าวสู่ปีที่ 69 แล้ว และในวันนี้เราพบว่าปริมาณเที่ยวบินของโลกมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงที่สุดคือเอเชีย ซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในโลกคือ 11-13% หรือคิดเป็น 2 เท่าของอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 6-8% ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินโดยภาพรวมในประเทศไทยสูงถึง 8 แสนเที่ยวบินต่อปีในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะถึง 1 ล้านเที่ยวบินในสิ้นปีนี้

ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่ความท้าทายว่าวิทยุการบินฯ จะรับมือกับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้นภายใต้ท้องฟ้าผืนเดิมได้อย่างไรแต่หมายรวมถึงทุกเที่ยวบินที่บินเข้ามาในน่านฟ้าไทยจะต้องได้รับการบริการที่มีความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็วตามมาตรฐานสากล   ซึ่งในวันนี้ GMBiZ  ได้มีโอกาสพูดคุยกับแม่ทัพหญิงคนแรกของวิทยุการบินฯ คุณสาริณี แสงประสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด 

GMBiZ : อะไรที่เป็นเหตุจูงใจให้คุณสาริณีก้าวเข้ามาทำงานที่วิทยุการบินฯ 

สาริณี : คงมี DNA ที่ตรงกับที่นี่มั้งคะ (ยิ้ม) วิทยุการบินฯ มีภารกิจในการให้บริการการเดินอากาศ หรือง่ายๆ สั้นๆคือควบคุมการบินพาณิชย์เหนือน่านฟ้าไทย ดิฉันเองได้รับการปลูกฝังจากครอบครัวจนมีความตั้งใจมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเป็นข้าราชการ ทำงานให้แผ่นดิน ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เลือกทำงานที่นี่ ประกอบกับเป็นคนชอบความท้าทาย ไม่กลัวความยากลำบาก  มี ‘Can do attitude’ เป็นพื้นฐานสำคัญ ชอบที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เมื่อมาพบที่นี่แล้วรู้สึกเหมือนเราเจอที่ที่ ‘ใช่’ เจอบ้านเจอโลกที่เป็นแบบของเรา  เจอที่ที่เราเรียนรู้ไม่รู้จบ  เจอความท้าทายไม่รู้สิ้น  และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ดิฉันอยู่ที่นี่มา 32 ปีแล้ว

GMBiZ : ภารกิจในช่วงแรกที่ได้รับคืออะไร

สาริณี : งานแรกที่ได้รับมอบหมายให้ทำ คือสื่อสารให้คนในองค์กรนี้  ซึ่งเป็นคนที่ทำงานสำคัญแต่ปิดทองหลังพระได้ภาคภูมิใจในหน่วยงาน เพื่อให้เขาได้ส่งพลัง ส่งความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง นั่นถือเป็นความท้าทายแรกที่ได้รับ ดิฉันเริ่มศึกษาว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอะไรคือจุดที่สูงสุดและจุดต่ำสุดขององค์กรมีจุดไหนให้บทเรียนในการเรียนรู้ จุดไหนต้องระมัดระวังและจุดไหนจะทำให้ภูมิใจ จากนั้นก็เริ่มวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ขององค์กรว่าหน่วยไหนมีลักษณะอย่างไร ควรให้ข้อมูลของเราแก่เขาแบบไหนถึงจะได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหน่วยนั้นๆ รวมถึงวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ในองค์กรว่าบรรยากาศในองค์กรเป็นอย่างไร เป็นเหมือน IO (Information Operations) ให้ผู้บริหารในขณะนั้น โดยสรุปหน้าที่คือสร้างความภูมิใจให้คนในองค์กรรักและผูกพันกับองค์กร สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้บริการ สร้างแรงจูงใจให้พนักงานสร้างและให้บริการที่ดีที่สุดต่อสายการบิน ต่อผู้เดินทางทางอากาศ และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับกิจการบินของประเทศ ตอนนั้นไม่ได้มองว่าตนเองมาเปลี่ยนหรือมาทำอะไรใหม่ให้กับวิทยุการบินฯ นะคะ แต่มองว่าทำให้วิทยุการบินฯ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีเกียรติประวัติมายาวนานให้เป็นที่รู้จัก และให้พนักงานทุกคนได้ภูมิใจในองค์กร

มีผลงานชิ้นหนึ่งที่ภูมิใจในชีวิต ดิฉันและทีมได้ค้นคว้าเรื่องราวขององค์กร รวบรวมผลงานจากความสามารถของรุ่นพี่ที่เคยสร้างไว้ และนำเสนอไปที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จนได้รับการตัดสินให้ได้รับรางวัล Edward Warner ซึ่งเป็นรางวัลสูงที่สุดในกิจการบินของ ICAO ในปี ค.ศ. 1988 นับว่าเป็นหน่วยงานแรกของเอเชียแปซิฟิกในขณะนั้นที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ 

 

GMBiZ :  คุณสาริณีมีเป้าหมายหรือวางแผนชีวิตการทำงานที่วิทยุการบินฯ อย่างไร

สาริณี : เป้าหมายการทำงานที่นี่ เมื่อดิฉันอายุ 30 ปี คือทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด   เมื่ออายุ 40 ปี ดิฉันมีเป้าหมายทำงานเพื่อความสำเร็จขององค์กรและประเทศชาติ   แต่พออายุ 50 ปี เป้าหมายของดิฉันและวิทยุการบินฯ คือเพื่อความสามารถในการแข่งขันได้ของประเทศและของภูมิภาคอาเซียน     เส้นทางโค้งสุดท้ายเมื่ออายุ 55 ปี ที่ต้องรับหน้าที่ CEO เป้าหมายท้ายสุดคือนำกิจการบินของไทยไปสู่มาตรฐานโลก ทั้งในงานของตน คือวิทยุการบินฯ และการรวมกันเป็นหนึ่งกับเพื่อนร่วมเส้นทางการบินทุกหน่วย เพื่อการพัฒนากิจการบินของไทย ของภูมิภาคและของโลกให้เกิดความยั่งยืน

GMBiZ :  ณ วันนี้เข้าเป้าสู่ระดับโลกหรือยัง

สาริณี : ‘We are on the road’ เราอยู่ในเส้นทางแห่งเป้าหมายค่ะ เรากำลังทำให้ Vision กลายเป็นผลลัพธ์ บางส่วนเริ่มเห็นผลในขณะที่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเดินอย่างใช้เวลา แม้ดิฉันจะไม่ได้อยู่ในวันเวลาข้างหน้าไปได้ตลอด เพราะต้องเกษียณอายุการทำงานไปตามวาระ แต่การ ‘Put our people on the road’ เป็นสิ่งที่เราทำได้แล้ว สิ่งที่ดิฉันทำคือ ทำให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนเข้าใจในเป้าหมายขององค์กรร่วมกัน ภูมิใจในความท้าทายครั้งนี้ ดีใจที่ได้เหนื่อยไปด้วยกัน และรู้สึกมีส่วนร่วมในทุกก้าวของความสำเร็จ  หน้าที่ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนในองค์กร  เพื่อการก้าวสู่เป้าหมายไปด้วยกัน

GMBiZ :  มีเทคนิคในการบริหารงานอย่าไร

สาริณี : Head – Hand – Heart 

Head : ต้องคิด ต้องมีวิสัยทัศน์ที่แม่นยำ ต้องไปพร้อมโลกหรือไปก่อนโลก

Hand : ลงมือทำด้วยตัวเองก่อน ให้ลูกน้องเห็นเป็นตัวอย่าง และส่งเสริมและสร้างเวทีให้เขาได้ทำ ได้เก่ง ได้ทันเวลา 

Heart : การให้ความรัก ความจริงใจ ใส่ใจ ให้กำลังใจ ให้อภัย และให้โอกาส 

นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญคือการสื่อสาร ดิฉันมีช่องทางสื่อสารกับพนักงานหลากหลายช่องทาง  เราจะสื่อสารกันทุกเรื่อง ทั้งบอกให้รู้ว่าทำอะไรอยู่ เราอยู่ตรงไหน เป้าหมายเราคืออะไร  ทั้งแชร์ข้อมูล และสร้างแรงบันดาลใจ ดิฉันมีประโยคที่มักจะพูดกับพนักงานเสมอว่า “ขอให้พวกเราภูมิใจที่ได้เหนื่อยไปด้วยกัน”, “ขอให้พวกเราบอกตัวเองได้ว่าเราเป็นหนึ่งในความสำเร็จนี้” และแม้กระทั่ง “เราคงจะรู้สึกแย่นะ ถ้าเห็นคนอื่นหนักแล้วเรากลับนั่งสบาย” ดิฉันเชื่อว่า คำพูดเหล่านี้ทำให้พนักงานสัมผัสได้และรู้สึกมีคุณค่า อยากสร้างคุณค่าร่วมกันไปกับองค์กรของเรา

GMBiZ : ดูเหมือนว่า Strategic Communication จะเป็นจุดเด่นในการบริหารงานของคุณสาริณี

สาริณี : ดิฉันคิดว่าเป็นหน้าที่ของผู้นำที่ทำให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะทำ ทำให้ทุกคนดึงศักยภาพ ความสามารถที่มีออกมา ทำให้ทุกคนมองเห็นคุณค่าของตัวเองและภูมิใจในคุณค่าของตัวเอง ดิฉันพยายามสื่อสารเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกัน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกัน รู้สึกในความเป็นเจ้าของเหมือนกันและไม่แบ่งแยก  การเป็นผู้นำที่ดีในมุมของดิฉัน จึงต้องมีเรื่องของการสื่อสารเชิงกลยุทธ์เป็นตัวขับเคลื่อน ภายใต้ Vision ที่ชัดเจนไม่โล้ตามกระแส แต่ต้องพุ่งเป้าไปตาม Vision ที่กำหนด เพื่อให้ทุกคนเดินและวิ่งไปพร้อมๆ กันในทิศทางเดียวกันอย่างมั่นใจ 

 

GMBiZ : อะไรคือความท้าทายในช่วง 3 ปีนี้ของวิทยุการบินฯ

สาริณี : อันดับแรกเลยคือตอนนี้กิจการบินมีความเติบโตสูงมาก เนื่องจากประเทศไทย เรื่องของการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การท่องเที่ยวทำเงินเข้าประเทศได้ประมาณ 2 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งการขนส่งทางอากาศถือเป็น 90% ที่นำนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ

อย่างที่บอกค่ะว่าปัจจุบันมีเที่ยวบินเข้าประเทศ 8 แสนเที่ยวบินต่อปี ภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีตัวเลขถึง 1 ล้านเที่ยวบินต่อปี และในอีก 5 ปีข้างหน้าน่าจะถึง 1.5 ล้านเที่ยวบินต่อปี ซึ่งวิทยุการบินฯ มองเห็นถึงปัญหาและโอกาสของตัวเลขเหล่านี้ในเวลาเดียวกัน โดยเราได้วิเคราะห์และประเมินว่าระบบอุปกรณ์เทคโนโลยีที่มีอยู่และใช้งานอยู่ ณ เวลานี้จะสามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้นอย่างนี้ได้หรือไม่ ประกอบกับเทคโนโลยีการให้บริการจราจรทางอากาศในปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนจาก Ground Based Technology มาเป็น Satellite Based Technology และวิธีการทำงานก็เปลี่ยนจาก Control มาเป็น Manage  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เข้ามา  ไม่ว่าจะเป็นระบบ เทคโนโลยี  วิธีการทำงาน  อีกทั้งการที่ต้องเตรียมคนของเราให้พร้อมสำหรับเทคโนโลยีใหม่และยอมรับกับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการต้องใช้ท้องฟ้าร่วมกันของเครื่องบินพาณิชย์และเครื่องบินทหาร ในขณะที่ปริมาณ
เที่ยวบินมีมากขึ้น แต่ท้องฟ้าเท่าเดิม ล้วนแล้วแต่เป็นความท้าทายทั้งสิ้น 

นอกจากนั้นในอดีตที่ผ่านมาการทำงานของหน่วยงานการบินของประเทศเราทำงานกันอย่างเป็นเอกเทศ แต่นับจากนี้ไปเป็นเรื่องจำเป็นที่เรา อันได้แก่ กรมท่าอากาศยาน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) วิทยุการบินฯ การบินไทย สายการบินของชาติ กองทัพอากาศ และหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้องในด้านกิจการบิน จะต้องหันหน้าเข้าหากัน ทำงานร่วมกัน เป็นพันธมิตรกัน ทั้งนี้เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานโลก ในขณะที่ต้องมีสมดุลด้านความมั่นคงอย่างชัดเจนไปพร้อมกัน ซึ่งขณะนี้เรากำลังคุยกันถึงเรื่อง National Aviation Capacity Enhancement อยู่ค่ะ

GMBiZ : มีวิธีการอย่างไรให้เกิดการบูรณาการและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สาริณี : ขณะนี้เรากำลังร่วมมือกันจัดทำแผนแม่บทการเดินอากาศชาติ โดยมีกระทรวงคมนาคมเป็นหลัก เป็นความร่วมมือกับกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และอื่นๆ ที่มีบทบาทกับห่วงโซ่คุณค่าของน่านฟ้าไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจะเริ่มต้นจากการบูรณาการให้เกิดการร่วมมือกันทำงานระหว่างหน่วยงานการบินของประเทศก่อนในลำดับแรก  

GMBiZ : คาดว่าอีกกี่ปีที่เราจะเห็นการบูรณาการร่วมกัน

สาริณี : ประมาณ 3-5 ปีค่ะ จะเห็นผลลัพธ์จากการบูรณาการร่วมกันในครั้งนี้  และจะไม่เพียงแต่ร่วมมือกันเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ในภูมิภาคเราก็ต้องจับมือกับประเทศเพื่อนบ้านเราด้วย เพราะนั่นจะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้ภูมิภาคยิ่งขึ้น  

GMBiZ : และสำหรับคุณสาริณีเองมองว่าอะไรคือความท้าทายในขณะนี้

สาริณี : Change ค่ะ การเปลี่ยนแปลงในทุกส่วนที่กำลังจะเกิดขึ้นในวิทยุการบินฯ เป็นเรื่องที่ท้าทายมากในเวลานี้ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และสำคัญมาก เป็นโจทย์ที่ยากมาก แต่ด้วย ‘Can do attitude’ ประกอบกับการที่มองเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่กิจการบินของชาติแล้วด้วย ดิฉันมีความมั่นใจว่า ‘เรา’ จะก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้อย่างงดงามและทันเวลา ดิฉันเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งและมุ่งมั่นของทีมค่ะ  

GMBiZ : สุดท้ายคุณสาริณีอยากจะเห็นอะไรเกี่ยวกับน่านฟ้าไทยครับ หลังจากที่จะต้องวางมือ

สาริณี : อยากเห็น Thailand Smart Sky อยากเห็นคนในทุกหน่วยงานการบินมีความสุขและสนุกจากการได้เห็นการเติบโตของปริมาณเที่ยวบินในประเทศ มีความสุขที่ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ ‘Bring people all over the world together’  อยากเห็นอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทยเป็นครอบครัวเดียวกันและแน่นแฟ้น อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างที่ได้เริ่มไว้ อาจไม่ได้ทำสำเร็จในสมัยของดิฉันหรือของอีกหลายๆ ท่าน แต่การที่เรา ‘Put them on the road’ ซึ่งเป็นถนนสายที่ ‘ใช่’   ดิฉันมั่นใจว่าคนวิทยุการบินฯ ที่อยู่ข้างหลังดิฉันเขาแข็งแรงมากพอ ดิฉันคงไม่มีอะไรต้องห่วง วางมือได้อย่างสบายใจ และได้ใช้ชีวิตที่ ‘ใช่’ ในการให้อะไรกับตัวเอง ครอบครัว และสังคมอีกรูปแบบหนึ่งตามใจปรารถนาอย่างมีอิสระ และยืนหันกลับมามองน้องๆ  อย่างภาคภูมิใจ…ได้อย่างแน่นอน

“งานวิทยุการบินฯ เป็นงานยาก เทคโนโลยีก็เป็นชั้นสูง นำสมัย วิธีทำงานมีระบบ ระเบียบ เป็นมาตรฐานโลก ถามว่าหนักและยากเกินไปไหม คำตอบคือ ในคนที่มี ‘Can do attitude’ ไม่มีอะไรยาก ไม่มีอะไรหนักเกินกว่าจะสำเร็จได้ในวันหนึ่ง”

“ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกคนในองค์กรเดินก้าวขึ้นมาทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองได้ เพียงต้องมาพร้อมหัวใจ ความมุ่งมั่น การใฝ่รู้ เรียนรู้แบบไม่รู้จบ การลงมือทำ และการไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งที่ยังไม่สำเร็จ”

เรื่อง : โชติ เวสสวานิชกูล

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d