“สนุกกับชีวิตออนไลน์เข้าไปซิคุณ!”

สุหฤท สยามวาลา

“สนุกกับชีวิตออนไลน์เข้าไปซิคุณ!”

สุหฤท สยามวาลา เป็นชื่อที่ร้อนแรงในโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการเขียนสเตตัสที่มีลีลาเฉพาะตัว เขียนทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการเมือง ความรัก วัยรุ่น ดนตรี มุกตลก ฯลฯ แฟนเพจส่วนตัวของเขามีผู้ติดตามระดับ 120,000 สกอร์ไลค์ ถูกแชร์ต่อไปอย่างถล่มทลาย ดูเขาจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีความซ่าส์เป็นไอดอลของวัยรุ่นยุคนี้

ได้มีโอกาสคุยกับคุณสุหฤท ในช่วงที่การเมืองเข้ามาทับซ้อนกับโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คอยู่ขณะนี้ ในวันที่พื้นที่หน้าวอลล์ถูกใช้เป็นลานชุมนุมบ้าง เป็นพื้นที่แสดงความคิดความเชื่อเรื่องการเมืองภาคบุคคลบ้างในฐานะที่เขาเคยมีประสบการณ์ด้านการเมืองจากการสมัครสู่ศึกผู้ว่า กทม. หรือจากการที่เขาใกล้ชิดกับวัยรุ่นในฐานะดีเจ DL ได้พูดคุยกับคุณสหฤทแบบสบายๆ ถามเขาในหลายๆ บทบาทที่เป็น และแน่นอนว่าเราจะได้รู้ว่า เบื้องหลังสเตตัสที่บาดลึกอารมณ์ขันนั้น เขาเขียนออกมาได้อย่างไร

เบื้องหลังการเขียนสเตตัสของคุณเป็นอย่างไรบ้างครับบางโพสต์จริงจัง บางโพสต์ทะลึ่งตึงตังก็มี

สุหฤท : คืออย่างนี้ครับ … คนที่ตามผมก็จะมีทุกกลุ่มมีทั้งคนที่รักและเกลียดชังผม ดังนั้นไม่ว่าผมเขียนอะไรแง่มุมไหน ก็จะมีคนที่ตามมาอ่าน ตามด่า หรือตามแชร์ สมัยก่อนอ่านคอมเมนต์บางคอมเมนต์ จะเป็นจะตายให้ได้ทำไมพวกคุณคิดเห็นกับผมรุนแรงขนาดนั้นเชียวหรือ เดี๋ยวนี้อ่านความคิดเห็นพวกนั้นแล้ว ก็ยังรู้สึกบ้าง แต่ข้อดี คือผมไม่จมใจไปกับมันแล้วละ คุณเชื่อไหมว่าทุกโพสต์ของผมจะมีขาประจำคอยไลค์ คอยโต้ตอบแทบจะในวินาทีเดียวกันกับที่ผมกดเอ็นเทอร์ บางทีด้วยความที่ผมนึกสนุก จะรู้เลยว่าโพสต์แบบไหนยั่วพวกขาประจำได้บ้าง (หัวเราะ)

หลักการเขียนสเตตัสของผมจะเขียนในสิ่งที่ผมเชื่อก่อน และต้องไม่ทำตัวกระแดะสุภาพนะ ให้ตายเถอะ พวกคุณไม่พูดกูมึงกันในชีวิตประจำวันหรือครับ หลังจากผ่านการเลือกตั้งวันแรก ผมก็พูดมึงกูเลย แต่ก่อนหน้านั้นอาจไม่เหมาะนัก ผมรู้กาลเทศะ ดึกๆ อาจจะมีแอบเขียนอะไรที่ทะลึ่งตึงตังบ้าง แต่ผมไม่ได้เป็นคนที่เขียนอะไร ที่เน้นเอาความสะใจ หรือเขียนคำหยาบคายใดๆ ทั้งสิ้น ผมเพียงแต่เขียนในสิ่งที่ตัวเองมีความเชื่อในเรื่องนั้นแบบนั้น มีความคิดในเรื่องนั้นแบบนั้น โดยเฉพาะการเขียนข้อความสู่สังคมออนไลน์ในยุคหลังมีความลำบากมาก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวมีแต่ความขัดแย้ง

gm-coverstory001

แล้วคุณก็ยังเขียน เขียนอย่างไรละทีนี้

สุหฤท : เขียนอยู่บ้าง … แต่แค่ผมเขียนอะไรบางอย่างที่เป็นกลางมากแล้ว ในที่สุดเมื่อข้อความนั้นอยู่ในสังคมออนไลน์ก็จะถูกผลักให้กลายเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งทางการเมืองไปได้ ทั้งที่เราไม่มีเจตนาแบบนั้นเลย ในช่วงที่มีสถานการณ์อ่อนไหวเปราะบาง ผมเลือกที่จะไม่เขียนสเตตัสใดๆ เลย เพราะไม่อยากเป็นเครื่องมืออะไรอีกแล้ว ผมไม่อยากให้สิ่งที่ผมคิดหรือเขียนออกไปเป็นสนามให้ใครต่อใครเอาไปเล่นสนุก จนเกิดการชุมนุมปะทะความขัดแย้งกันในหน้าเฟซบุ๊คของเรา สุดท้ายมันก็ไม่ได้อะไรเลย

เรื่องแบบไหนอันตรายที่สุดสำหรับการใช้โชเชียลเน็ตเวิร์คของคนรุ่นดิจิตอล

สุหฤท : ผมสังเกตเห็นคนรุ่นใหม่ GENERATION Y แต่ละวันเขาฝังตัวเองอยู่กับหูฟัง ปิดฟังเสียงจากโลกภายนอก ทุกวันใส่หูฟังแล้วเลือกฟังเฉพาะสิ่งที่พวกเขาอยากฟังเท่านั้นอย่างเดียว เวลาที่เขาจะเขียนอะไรออกมา เขาจะเขียนเฉพาะสิ่งที่เขาเสพเท่านั้น ว่าง่ายๆ พวกเขาอยู่ในโลกที่แบน เลือกเห็น เลือกฟัง เลือกที่จะรู้ เป็นเรื่องที่อันตรายพอสมควรถ้าเขาอยู่ในสภาวะนั้นนานๆ ผมอยากบอกว่าคุณจะสนุกกว่านี้เยอะเลยถ้าเกิดว่าคุณถอดหูฟัง ล็อกเอาท์แล้วออกไปข้างนอก เริ่มมองหาสิ่งใหม่ๆ รอบตัว แล้วก็เริ่มประมวลเสียใหม่ จากนั้นค่อยมาเริ่มเขียน เริ่มแสดงตัวตนของตัวเองออกมา คนรุ่นดิจิตอล GEN ME ต้องหาอะไรใหม่อย่าทำแบบเดิม ลุกขึ้นมา คุณมีพลังงาน คุณมีข้อมูลมากมายมหาศาลกว่ายุคของผม ข้อมูลก็อยู่ที่ปลายนิ้ว

วัยรุ่นในยุคดิจิตอลนี้ มันส์ได้อย่างไรบ้างครับ

สุหฤท : ชีวิตในยุคดิจิตอล เป็นยุคที่เวรี่แฮปปี้เลยนะ สนุกกับชีวิตออนไลน์เข้าไปซิคุณ ข้อมูลข่าวสารไม่มีที่สิ้นสุดและอยู่ใกล้ทุกๆ คนมาก คุณอยากเป็นอะไร คุณอยากเสิร์ชอะไรคุณเป็นได้หมด แต่คุณต้องเสพข้อมูลให้เป็น เรียนรู้ที่จะอยู่ในยุคดิจิตอลเป็นด้วย

พอยกตัวอย่างการ ‘อยู่เป็น’ได้ไหม

สุหฤท : กดเสิร์ชคำๆ เดียวในกูเกิล มันขึ้นมาถึง 20 ความหมาย 200 ลิงค์ คุณก็ต้องเลือกคลิกเอาแล้วกัน มันไม่มีใครมาบอกว่าอะไรถูกอะไรผิด สมัยก่อนเรายังมีอาจารย์ที่คอยบอกว่าสิ่งนี้ผิด สิ่งนี้ถูก สิ่งนี้ใช่ สิ่งนี้ไม่ใช่ นั่นเป็นโลกยุคก่อนที่ข้อมูลยังแคบ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ เด็กเสิร์ชไปเจออีกเรื่องถกเถียงกับอาจารย์ได้เลย ถามว่าการอยู่ใน ยุคดิจิตอลให้เป็น คือ คุณต้องรู้จักทั้งด้านที่เป็นเสน่ห์และด้านที่เป็นโทษของมัน

ที่วัยรุ่นหลายคนแสดงความเป็นตัวตน เปิดเผยตัวเองผ่านยูทูบ โซเชียลแคม ทำวิดีโอคลิปแผลงๆ คุณมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง

สุหฤท : ก่อนอื่นมามองที่ผู้ใหญ่ก่อน ที่เที่ยวไปต่อว่าเด็ก คือ ถ้าเด็กรู้ว่าทำอะไรแบบนี้ออกมาแล้วถูกด่า ถูกตำหนิ มันไม่ดี มีผลเสียต่อตัวเอง หรืออนาคตเขา เขาจะทำไหมละ?เราในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องค่อยๆ บอกเขา ไม่ใช่เปิดมาเห็นก็ด่าก่อนเลย ขวางก่อนเลย อย่าไปทับถมเด็ก ถ้าคุณคิดว่าคลิปนั้นดูแล้วมันชวนแขยง อี๋มาก คุณลองคิดกลับกันว่าตอนที่เขากำลังอัดคลิปนี้อยู่ เขาคิดแบบเดียวกับคุณตอนนี้หรือเปล่า ไม่เลย เขาไม่ได้คิดแบบนั้นอยู่ เขามีโลกของเขาแบบนั้นก็เลยถ่ายทอดออกมาแบบนั้น ผู้ใหญ่อย่างเราน่าจะมองเห็นความพิเศษในตัวของเด็กคนนั้นไม่ใช่หรือ

เช่น คุณอาจจะบอกเขาว่าวันหลังลองทำคอนเทนต์แบบนี้ไหม น้องมีความสามารถพิเศษในการโน้มน้าวคนได้ดี ทำไมไม่ลองทำเรื่องนี้ เรื่องโน้นดูบ้าง น้องจะดังกว่านี้ศักยภาพของน้องในการพูดกับผู้ฟังของน้องดีมากเลยแค่ทำแบบเดิมแต่ว่าวันหลังลองเปลี่ยนประเด็นไปพูดเรื่องที่สร้างสรรค์ซิ น้องจะไปได้ไกลกว่านี้ น้องดังได้แน่ๆ

แต่ละวันคุณใช้เวลาไปกับโลกออนไลน์มากไหม

สุหฤท : ผมใช้เฟซบุ๊คเฉพาะตอนที่นั่งรอจะทำอะไร ไม่ได้ติดหรือกระหายอยากเล่นตลอดเวลา ผมทำงานหลายพาร์ท มีงานบริหารด้วย จำเป็นต้องมีสมาธิกับงาน เวลาที่ใช้ออนไลน์ส่วนใหญ่ก็เป็นตอนอยู่ในรถ ช่วงเย็นๆ

เคยคิดจะทำ Digital Detox ไหมครับ คือ งดการรับข้อมูลออนไลน์ที่ดูยุ่งเหยิง

สุหฤท : ผมยังไม่ถึงขั้นว่าไม่ได้เล่นแล้วจะลงแดง บางวันไม่ได้ตอบใครเลย ดูแค่รูปแล้วก็ปิด ผมไม่ได้สุดโต่ง บางวันเราเสพ พอเสพไปถึงจุดหนึ่งแล้วพบว่า อะไรของมึงวะเนี่ยชักจะไปกันใหญ่แล้ว…ก็เลิก เลิกซะ ปิดซะตอนนั้นผมไม่ได้คิดว่าโลกดิจิตอลจะทำร้ายผม เวลาที่จะดีท็อกซ์มันเหมือนว่าผมได้รับสารพิษมาแล้ว แต่นี่ไม่ใช่ผมยังควบคุมตัวเองได้อยู่

ในโลกโซเชียลคุณติดตามใครเป็นพิเศษบ้าง

สุหฤท : ในอินสตาแกรม ผมจะตามดูคนที่ถ่ายภาพสวยๆ ไม่ได้จำชื่อครับ แต่ถ้าชอบผลงานของเขาก็จะกดไลค์ให้ติดตามงานเขาต่อไป แต่ที่ช่วงหลังผมชอบอ่านมาก คือ เด็กวัยรุ่นที่กำลังเรียนหนังสืออยู่แต่ว่าเขียนไทม์ไลน์ได้เก่งมาก สำนวนกับเนื้อหาดี เขียนอะไรได้มีน้ำเสียงดีด้วย แต่พอมาถึงจุดหนึ่งผมเองก็รับอะไรที่ดราม่ามากๆ บนอินเตอร์เน็ตไม่ได้นะพออ่านไปถึงจุดที่ “อะไรของคุณคะเนี่ย” ผมปิดเลย เป็นคนที่จะไม่เสพอะไรที่ดราม่ามาก เพราะบั่นทอนความสุข ความสงบผิดคอนเซ็ปต์ของสุหฤท

ถามในแง่ของการเป็นคนทำงานเพลงบ้าง ตอนนี้มีเพลงที่มียอดวิวสูงถล่มทลาย 40-50 ล้านคลิกวิว คุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อเรื่องนี้บ้าง

สุหฤท : เพลงหรือคลิปที่ก่อกระแสความนิยมได้ระดับนั้นได้ ก็คงต้องมีคอนเทนต์อะไรสักอย่างที่สร้างความนิยมได้ถึงระดับนั้น สำหรับผมแล้ว จำนวนคลิกวิวไม่ได้บอกว่าเพลงนั้นดีหรือไม่ดี โดยเฉพาะถ้ามันปรากฏอยู่บนยูทูบแล้วถูกดูซ้ำถูกดูแชร์ไปมากๆตัวเนื้องานอาจจะมีคอนเทนต์บางอย่างที่น่าดู หรือว่าต้องดู แต่ไม่ดีสำหรับทุกๆ คนเสมอไป เพลงที่ดีคืออะไร เพลงที่ดีคือเพลงที่มีเนื้อหาใจความที่ดี ยอดรวมของวิวไม่ได้บอกเจตนาของคนที่มารวมกันฟังเพลงๆ นั้นเลย ปัจจุบันเอ็มวีถูกทำขึ้นเพื่อ… เพื่อเป็นตัวเสริม เป็นอาวุธ หรือเป็นหน้าเค้กของศิลปินรายนั้นๆวงดนตรียุคนี้ ส่วนใหญ่พวกเขาจะครบเครื่อง นอกจากมีเพลงที่ดีก็ยังมีภาพลักษณ์ที่ดี มีวิชวลต่างๆ ที่เกื้อหนุนกัน โดยรวมมันคือเอนเตอร์เทนเมนต์ที่ถูกทำขึ้นมาให้คุณเสพ คุณอย่าไปคิดมากเลยเพลงที่ดีต้องการการฟัง ฟังให้รู้สึก แล้วก็เอ็นจอยกับมัน สนุกกับมันไปซิครับคุณ

“น้องมีความสามารถพิเศษในการโน้มน้าวคนได้ดี ทำไมไม่ลองทำเรื่องนี้ เรื่องโน้นดูบ้าง น้องจะดังกว่านี้”

Generation Me คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี 1980-2000 ยืนเกณฑ์เป็นคนกรุ๊ปเดียวกับ Generation Y พวกเขากำลังอยู่ในวัย 30 ต้นๆ และอายุลดหลั่นลงจนถึงกลุ่มที่เป็น ทีนเอจ Generation Me มีเอกลักษณ์ มีรูปแบบชีวิตที่ยึดโยงเข้ากับเทคโนโลยีจนแทบแยกกันไม่ออก มีความเป็น Digital Native ทั้งรู้ใช้และกระหายเทคโนโลยีโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีใครมาสอน มีลักษณะที่เข้าใจ – เข้าถึง – จดจ่ออยู่กับเทคโนโลยีดิจิตอลตลอดเวลา ทุกคนเอาแต่สนอกสนใจแต่เรื่องตัวเองภาพลักษณ์ตัวเอง วงสังคมของตัวเอง หมกมุ่นแต่เรื่องเรือนร่างหน้าตา หักล้างความคิดก่อนหน้านี้ที่บอกว่าคนรุ่นอินเตอร์เน็ต คือ world wide web หมายถึง เครือข่ายใยแมงมุมที่ทำให้คุณไต่ไปเจอโลกกว้างๆ แต่กลับกันยุคนี้เราทุกคนต่างเป็นหนอนไหมที่ชักใยปกคลุมตัวเอง

ติดตามเขาได้ที่ facebook.com/suharit.surprise

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d