รู้จักไวน์ สไตล์วิโรจ เข้าใจและลิ้มลอง

“หากคุณอยากเป็นนักลงทุนในไวน์ ไม่ใช่แค่จดจำในรุ่นหรือยี่ห้อ แต่คุณต้องมีทั้งความรู้ จินตนาการ การใช้ลิ้นจนช่ำชอง”

นี่คือคำพูดของกูรูไวน์ท่านหนึ่งของไทยที่เอ่ยชื่อก็คงรู้จักกันดีกับ อาจารย์วิโรจ ลี้ตระกูล ซึ่งมีตำแหน่งการันตีจากการเป็นผู้ชนะเลิศผู้รอบรู้เรื่องไวน์จากรายการแฟนพันธ์ุแท้ แม้จะไม่ใช่ผู้ที่ข้องเกี่ยวกับไวน์มาแต่ไหนแต่ไร เพราะท่านเป็นสถาปนิก เจ้าของบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรม และที่ปรึกษาทางด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

แต่ด้วยมนต์เสน่ห์ตั้งแต่จิบแรกที่มีโอกาสได้ไปชิมไวน์ขนานแท้ในช่วงวัย 30 กว่าๆ ณ ร้านอาหารแถวแคว้น Burgundy ก็ทำให้อาจารย์วิโรจเริ่มต้นแสวงหาเรียนรู้เรื่องไวน์มาตั้งแต่ตอนนั้น รวมถึงไม่ใช่แค่หาชิม แต่ยังศึกษาแบบลงลึก หาหนังสือมาอ่าน ตระเวนชิมเพื่อให้เข้าถึงว่ายี่ห้อไหนดีหรือไม่ดีอย่างไร และนั่นก็เป็นคำตอบนัยๆ จากอาจารย์ว่าคุณจะเรียนรู้เรื่องไวน์ตอนไหนก็ได้

แน่นอนว่าในวันนี้เรื่องไวน์ก็ถูกบรรจุเป็นอีกหมวดหมู่การลงทุนที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันตัวเลขตลาดไวน์มีมูลค่ามหาศาลกว่าหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีไวน์อยู่ในโลกกว่า 30,000 ยี่ห้อ ไวน์ที่เป็นระดับไฮคลาสอีกว่า 500 แบรนด์ ขณะเดียวกันมีการลงทุนกันแบบเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ว่าจะในรูปแบบของไวน์ฟันด์ หรือแม้แต่การซื้อแบบฟิวเจอร์ ประเภทที่คนหวังจะเป็นนักเก็งกำไรจากไวน์ต้องไปถึงท้องถิ่น ในประเทศผู้ผลิตไวน์เพื่อเจรจาในแง่ของการลงทุนกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามในมุมของอาจารย์วิโรจก็ได้ให้ทรรศนะที่น่าขบคิดกับคนที่กำลังเห่อเรื่องการลงทุนในไวน์ไว้อย่างน่าสนใจ โดยสาระสำคัญที่อาจารย์พุ่งประเด็นไปนั้นจะมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นให้เกิดการศึกษาหาความรู้ และลองสัมผัสเพื่อการเป็นผู้เข้าใจในไวน์ มากกว่าการปลดเปลื้องความคิดไปตามกลไกตลาด

“หลายคนชอบมาถามผมว่าไวน์ตัวไหนดีที่สุดในโลก ผมก็มักจะบอกไปเสมอว่าไม่มีไวน์ที่ดีที่สุดในโลก เพราะไม่มีเครื่องวัดเป็นรูปธรรม แต่เป็นเรื่องของความพึงพอใจ แล้วความพึงพอใจจะมาจากไหน ก็ต้องมาจากการที่คุณเรียนรู้และอยู่กับมันแบบเจาะลึก

ผมมีชุมชนออนไลน์ชื่อว่า Winescale ทำมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมพูดเรื่องไวน์ ให้ความรู้เรื่องไวน์ ใครอยากเข้ามาฟังก็ฟัง แล้วก็เปิดเป็นเวิร์กช็อป เรียนฟรี สอนฟรี แค่ลงทะเบียนมาผ่านเฟซบุ๊ค แต่คนที่มาเรียนกับผมต้องพกไวน์มาคนละขวดทุกครั้ง เพราะผมจะไม่มานั่งบอกหรอกนะว่าไวน์ที่ดีคืออะไร แต่ผมจะสอนจากไวน์ที่แต่ละคนหยิบติดมือมา จะไวน์แพง ไวน์ถูกก็ไม่ใช่ปัญหา สมมุติว่า 10 คน ก็ 10 ขวด เราก็นำ 10 ขวดนี้ล่ะมานั่งชิมกันทีละตัว

แน่นอนว่าการอ่านหรือการศึกษาคือพื้นฐานที่ผมให้ทุกคนต้องตระหนัก คุณต้องเข้าใจสภาพพื้นฐานของมันที่เรียกว่า ‘วินเทจ’ เป็นปีอะไร ประเทศอะไร ในปีนั้นเป็นอย่างไร ฝนตกไหม แดดออกไหม คือต้องรู้ทุกประเทศที่ผลิตหลักๆ ว่าสภาพภูมิอากาศเป็นอย่างไร องุ่นถูกเก็บในช่วงไหน ปีนั้นฝนมากไหม แดดดีหรือเปล่า ช่วงที่ผลิต ฯลฯ เพราะฉะนั้นคนที่รู้เรื่องไวน์มากๆ ต้องเข้าใจรายละเอียดเยอะมาก แต่ถ้าพอเข้าใจแล้วมันก็จะเข้าใจเลยนะ แต่ถ้าไม่เข้าใจ ให้ไปนั่งท่องจำยังไงก็ไม่มีวันเข้าถึง นี่คือมาตรฐานของคนที่อยากเปิดประตูเข้ามาสู่โลกของไวน์ ซึ่งวันนี้มีข้อมูลให้ศึกษาเยอะมาก ต่างจากสมัยก่อนที่ข้อมูลเรื่องไวน์หาได้ค่อนข้างยาก

ทว่าสิ่งที่ผมต้องการบอกก็คือ คุณจะไม่มีวันรู้ได้ว่าอะไรคือคุณค่าของไวน์ หรือไวน์ตัวใดมีจุดเด่น จุดด้อยยังไง หากคุณไม่ได้ใช้ลิ้นของคุณสัมผัส ผมจึงไม่สอนวิธีการเข้าใจในไวน์เชิงข้อมูล เพราะผมว่าคนทั่วไปสามารถไปอ่านกันเอาเองได้ แต่ผมจะสอนให้ชิมแล้ววิจารณ์กันเลย อย่างเช่น รสชาติแบบนี้คือรสชาติขององุ่นที่ฉ่ำน้ำ เจอฝนมาเยอะ ใส่ในโอ๊กแบบไหน ใช้โอ๊กจากประเทศอะไร ทำไมไวน์ตัวนี้หวานหรือเฝื่อน ซึ่งจริงๆ มันมีคำอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ครอบคลุมอยู่ แต่มันอยู่ภายใต้ลิ้นสัมผัสที่จะสอนคุณได้ดีที่สุด

สิ่งเหล่านี้คือการบ่มเพาะให้ทุกท่านที่อยากเข้ามาสู่โลกของไวน์ ทั้งแบบรักในการดื่มหรือแบบที่อยากลงทุน จะไม่ตกอยู่ในกลไกด้านการตลาดที่มาคอยหลอกไปเรื่อยว่าขวดนี้ราคา 30,000 บาท ขวดนี้ 200,000 บาท แล้วบอกว่าโอ้โฮมันดีมาก อันนี้เขาเรียกว่า ‘ไม่ฉลาด’ เพราะผมเคยชิมไวน์ราคาแพงมากๆ แต่บางครั้งผลลัพธ์ของขวดละ 2,000 กว่าบาทที่ผมมี รสชาติยังดีกว่าเลยก็มี นี่เป็นเรื่องของการเข้าใจในองค์ความรู้ที่ต้องลองก้าวเข้าไปศึกษาโลกของไวน์”

คราวนี้หากมองทิศทางของไวน์ที่กำลังถูกนำมาเป็น Passion Investment ที่น่าสนใจอีกประเภทนั้น เหตุผลหลักมาจากคนส่วนหนึ่งที่รักในการดื่มหรือชิมจริงๆ และคนพวกนี้จะมี Level ในการดื่ม ขยับลิ้นไปรับรสไวน์ที่คลาสสูงกว่าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีคนกลุ่มนี้ ก็จะส่งผลให้เกิดคนอีกกลุ่ม ก็คือกลุ่มนักลงทุนที่จะคัดเลือกไวน์ชั้นดี บ่มเพาะข้ามปี และอยู่ในช่วงเวลาที่น้ำไวน์มีคุณภาพที่สุด มานำเสนอต่อกลุ่มที่มีรสนิยมในการดื่มไวน์ระดับลิ้นทองคำ

“ผมกล้าพูดเลยว่า ความสำคัญของไวน์ในวันนี้ ถูกยกให้เป็นสินค้า ‘เกียรติยศ’ และ ‘ศักดิ์ศรี’ ไปแล้วนะ ผมไม่ได้พูดเว่อร์ด้วยนะ ผมอยากให้คุณนึกภาพว่าวันหนึ่งที่คุณมีรายได้ มีเงินซื้อบ้านหลังใหญ่ มีรถยนต์คันงาม มีตำแหน่ง มีหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่นั่นคือพื้นฐานของคนทั่วไปที่ไล่เรียงความสำเร็จไปตามเวลาชีวิต แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ข้ามขั้นตรงนี้ไป ถ้าเขามีบ้าน เขาก็จะมีบ้านระดับคฤหาสน์ หรือระดับพระราชวัง ถ้ามีรถ รถของเขาต้องเป็นลักชัวรี่คาร์ระดับหลัก 10 ล้าน ถ้ามีหน้าที่การงานก็ระดับ CEO หรือผู้ทรงอิทธิพลในสังคมและประเทศ

ตรงจุดนี้แหละที่ผมเรียกว่า ‘เกียรติยศ’ และ ‘ศักดิ์ศรี’ ซึ่งไวน์ชั้นเลิศในปัจจุบันที่ถูกบ่มเพาะและมีราคา จะแตะดีกรีเหล่านี้ ใครที่ได้ครอบครองคือ ผู้สำเร็จในชีวิต ทำให้เขาผู้นั้นรู้สึกถึงเพาเวอร์บางอย่าง เพราะถ้าไวน์ชั้นดี ต่อให้ราคาพุ่งขึ้นไปกี่หมื่น กี่แสนบาทต่อขวด ก็ไม่ใช่ปัญหากับคนกลุ่มนี้เลย

แต่ส่วนตัวแล้ว ผมเชื่ออยู่อย่างสำหรับคนที่เข้ามาคลุกคลีกับแวดวงไวน์ แม้จะมีเป้าหมายในการซื้อไว้เพื่อลงทุนก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าไวน์เป็นวัตถุที่มีเสน่ห์ มันหล่อหลอมให้เกิด Passion แก่คนที่ได้สัมผัส บางคนสะสมแบบไม่คิดเรื่องการค้าเลย และก็อาจจะพร้อมมอบต่อให้คนที่เป็นคอไวน์ที่ถูกใจประมาณว่า ‘คนซื้อไม่ได้ดื่ม คนดื่มไม่ได้ซื้อ’

พูดกันมาเยอะแล้ว และคิดว่าหลายท่านคงจะพอเข้าใจบ้างแล้วว่า เรื่องของไวน์ ไม่ว่าจะเพื่อสะสมหรือเพื่อลงทุน จุดเริ่มต้นต้องมาจากการหลงใหลมันก่อน แล้วเริ่มศึกษาเชิงลึก จากนั้นก็สัมผัสมันตรงๆ หล่อหลอมให้เป็นประสบการณ์ที่คุ้นชิน ที่สำคัญคุณสมบัติของคนที่ตั้งใจจะลงทุนไวน์ ใจต้องเย็น เงินนิ่ง ต้องใจแข็งพอ และไวน์ที่ถืออยู่ หากคุณมั่นใจในคุณภาพ ก็ต้องให้ถึงเวลาของมันก่อน ค่อยนำมาเสนอต่อตลาด”

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d