รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มการเกิดใหม่ของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) เป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากการผลักดันของภาครัฐในแต่ละยุค เพื่อหวังให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพียงแต่ปัญหาของผู้ประกอบการไทยในยุคปัจจุบันที่ต้องเผชิญอยู่ คือการวนลูปอยู่ในห่วงโซ่ของการผลิตและขายสินค้า ผ่านแนวคิดและเทคโนโลยีการผลิตแบบเดิมๆ จนไม่อาจทำให้ไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ ต่างกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการมีมุมคิดที่ล้ำหน้า ตั้งแต่การหันมาใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมล้ำสมัย (Innovation) ในการผลิตสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และหลีกหนีการแข่งขันจากคู่แข่งอย่างไม่เห็นฝุ่น หรือใช้เป็นโมเดลทางธุรกิจ (Business Model) รูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร จนประสบความสำเร็จไปทั่วโลก เหมือนอย่างที่โลกได้เห็น Facebook, Google, Uber, Grab และ Airbnb ฯลฯ กันมาแล้ว

ฉะนั้นเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยวิ่งตามโลกได้ทัน และอาจจะถึงขั้นทิ้งคู่แข่งได้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย จึงต้องเร่งหาทางขั้นสูงเป็นอาวุธสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทย

รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถือเป็นอีกบุคคลสำคัญที่มีความมุ่งหวังในการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยขับเคลื่อนตนเองได้ด้วยนวัตกรรม ภายใต้กรอบขับเคลื่อนที่เรียกว่า ‘Innovation Driven Entre-preneurship’ (IDE) ตามแนวทางของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา ซึ่ง GMBiZ ได้มีโอกาสพูดคุยถึงแนวทางการผลักดันผู้ประกอบการไทยตามแนวคิดนี้

“หากเราจะสร้างเศรษฐกิจใหม่ Innovation Driven Economy ประเทศไทยต้องขับเคลื่อนด้วย Innovation Driven Entrepreneurship (IDE) เพื่อสร้างนักรบเศรษฐกิจสายพันธุ์ใหม่” 

คำพูดนี้ไม่ใช่คำพูดเล่นๆ จากอธิการบดีท่านนี้ หลังจากก้าวเข้าดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและพยายามผลักดันมิติของ IDE อย่างเต็มรูปแบบ โดยท่านได้เข้ามาปรับมิติและวางโพสิชันนิงให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกลายเป็นรากฐานสำคัญเพื่อปลุกปั้นผู้ประกอบการสายพันธุ์ใหม่ และเป็นศูนย์กลางสำคัญในการสร้างสังคมผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรม รวมถึงเป็นที่มั่นทางยุทธศาสตร์ของนักรบเศรษฐกิจเจเนอเรชันใหม่ เพื่อเปิดตัวสู่ระดับนานาชาติ 

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พยายามเร่งมือเต็มที่ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเชิงบูรณาการ เพื่อผลักดันให้นักศึกษาของเราเติบโตขึ้นเป็น ‘ผู้ประกอบการสายพันธุ์ใหม่’ ที่ก้าวไกลไปสู่ระดับนานาชาติได้ โดยย้อนไปเมื่อปี 2549 เราได้เปิด ‘สาขาผู้ประกอบการ’ ภายใต้คณะบริหารธุรกิจ พร้อมนำระบบ Digital Hybrid Learning System มาใช้ในการเรียนการสอน เป็นมหาวิทยาลัยแรกในไทย 

พอมาถึงปี 2554 เราก็ได้เปิดหลักสูตรผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพื่อสังคม (Beta Young Entrepreneur) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ปรับเพื่อตอบสนองนโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการสร้างความเป็นผู้ประกอบการ เน้นการเรียนรู้ปัญหาจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น ในการดำเนินธุรกิจ สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมเพื่อสร้างผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เรียกว่าให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำธุรกิจจริง ประสบการณ์จริงทุกอย่าง จนเป็นกระแสความนิยมขึ้นมา 

จากนั้นในปี 2555 เราได้เปิดโครงการ Startup ‘ตั้งไข่ธุรกิจ’ หรือ EGG Project ซึ่งถือเป็นโปรเจ็กต์สานฝันนักศึกษาที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกสาขาทุกคณะเสนอแนวคิดธุรกิจที่น่าสนใจ (Pitch Ideas) มีคณาจารย์และนักธุรกิจชั้นนำคอยเป็นโค้ชให้คำปรึกษาและให้ทุนตั้งต้นธุรกิจได้ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา 

ไม่เพียงเท่านี้เราสร้างความต่อเนื่องในการปั้นผู้ประกอบการมือฉมัง ด้วยการพัฒนามาเป็น ‘วิทยาลัยผู้ประกอบการ’ ในปี 2557 ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ที่เป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ประกอบการที่ดี มีจริยธรรม เพื่อตอบสนองกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหาองค์ความรู้เพื่อสร้างธุรกิจของตนเองในฐานะผู้ประกอบการ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นทายาทธุรกิจของครอบครัว ที่ต้องการสร้างธุรกิจหรือต่อยอดธุรกิจให้มีความเจริญก้าวหน้า โดยวิทยาลัยผู้ประกอบการนี้ถูกวางให้เป็นคณะใหม่ ซึ่งเป็นหลักสูตรเพื่อผู้ประกอบการเป็นการเฉพาะ”

นอกจากนี้เพื่อตอบรับกับแนวโน้มและความสำคัญของนวัตกรรมที่จะมาช่วยผลักดันภาคเศรษฐกิจและธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจึงได้สร้างระบบนิเวศของผู้ประกอบการ (Ecosystem) ขึ้นมาเมื่อ 2 ปีก่อน โดยร่วมมือกับทางหอการค้าไทย เพื่อเป็นสื่อกลางประสานระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคธุรกิจกลุ่มผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ และภาคธุรกิจกลุ่มทุนทางการเงิน ในการเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ MIT REAP (Regional Entrepreneurship Acceleration Program) โดยสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT และนำความรู้ที่ได้มาก่อตั้งศูนย์การสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (IDE Center : Innovation Driven Entrepreneurship) เพื่อสร้างผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการใช้นวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ หรือผู้ประกอบการ IDE

“การเข้าร่วมโครงการนี้ ตัวดิฉันเอง พร้อมด้วยบรรดาคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยฯ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆ ได้เข้าใจระบบคิดและความรู้ด้านการผลักดันผู้ประกอบการเชิงนวัตกรรมในอีกมิติหนึ่งได้ดีอย่างมาก และเราก็ได้นำองค์ความรู้เหล่านี้มาถ่ายทอดในลักษณะต่างๆ เช่น มาปรับสอนในวิชาใหม่ ได้แก่ วิชาการประกอบการเชิงนวัตกรรม (Innovative Entrepreneurship) ซึ่งเป็นวิชาที่นักศึกษาปริญญาตรีทุกสาขาทุกคณะต้องเรียน โดยนักศึกษาจะได้เรียนรู้หลักการและการประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านนวัตกรรมการประกอบการ รูปแบบการทำธุรกิจสมัยใหม่ ความรู้เบื้องต้นด้านการเงิน การตลาด บัญชี เศรษฐศาสตร์ กฎหมายธุรกิจ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ หลักธรรมาภิบาลในองค์กร จรรยาบรรณทางธุรกิจ รวมทั้งเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เศรษฐกิจสีเขียว ความรับผิดชอบต่อสังคม และวิสาหกิจสังคม 

ขณะเดียวกันหากถอดรหัสแก่นสำคัญของโครงการ MIT REAP แล้ว จะทำให้เราได้รับรู้ถึง 24 สเต็ปสำคัญในการเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ ซึ่งโดยสรุปถือเป็นแนวคิดใหม่ในการทำธุรกิจที่เน้นให้เราค้นหา ‘ปัญหา’ (Problem) จากสภาพแวดล้อมในสังคม และ ‘ความเจ็บปวด’ (Pain) ของลูกค้า พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องคิดก่อนเลยปัจจุบันสังคมเกิดปัญหาอะไรบ้าง หรือแม้แต่ลูกค้าในปัจจุบันต้องการอะไรบ้าง จากนั้นก็คิดหาวิธีแก้ไขหรือเชื่อมโยงโซลูชัน
จากนวัตกรรมบางอย่างเพื่อทำให้ปัญหาเหล่านั้นถูกแก้ไข ซึ่งเราต้องยอมรับว่า แม้ปัญหารอบตัวเราจะดูเป็นเรื่องไม่ดีเท่าไรนัก แต่วิธีคิดของ MIT ทำให้เราทราบว่าสิ่งเหล่านี้เป็น ‘ขุมทรัพย์’ ที่สามารถแปลงมาเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจได้ทั้งสิ้น 

ฉะนั้น นักเรียน นักศึกษา ที่ตั้งใจจะไม่เป็นลูกจ้างใครในอนาคต หากได้เข้ามาศึกษาที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในยุคนี้ คุณจะได้รับการบ่มเพาะอย่างถูกต้องถูกทาง คุณจะมีพี่เลี้ยง มีเทรนเนอร์จากทุกสาขามาดูแล ภายในศูนย์ IDE จะมีการจัดประกวดไอเดีย หากไอเดียใครน่าสนใจก็จะได้รับการบ่มเพาะ มีทุนสนับสนุนต่อไป หรือแม้แต่การปูทางไปสู่ Business Matching เช่น การร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กับAlibaba.com ในเชิงของการเรียนรู้ประสบการณ์จริงจากผู้เชี่ยวชาญที่มาอบรมให้กับคณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยโดยตรง พร้อมทั้งร่วมกันพัฒนาหลักสูตรด้าน e-Commerce ให้อยู่ในเนื้อหาวิชาที่จัดสอนอยู่ในปัจจุบัน, การจัดการแข่งขันทางธุรกิจ ‘Young Ali Hero’ รวมถึงมีการจัดศึกษาดูงานที่ Alibaba.com ณ หางโจว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยตรง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านอีคอมเมิร์ซให้กับนักศึกษาและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมด้านการค้าออนไลน์ในแบบฉบับของ Alibaba.com เป็นต้น”

เหล่านี้ คือการเตรียมพร้อมด้านระบบนิเวศของการเป็นผู้ประกอบการ ‘นักรบเศรษฐกิจสายพันธุ์ใหม่’ เพื่อผลักดันให้นักศึกษาที่เลือกมาเรียนที่นี่ ได้ก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการที่ออกสู่โลกธุรกิจได้ทันที  รศ.ดร.เสาวณีย์ กล่าวทิ้งท้าย  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d