ยุคที่ข้อมูลดิจิทัลเป็นใหญ่

ข้อมูลดิจิทัลต่างๆ ที่ถูกเก็บรวบรวมขึ้นจากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สามารถแยกแยะพฤติกรรมของคนแบบเชิงลึก และกลายเป็นความต้องการของบรรดานักสร้างนวัตกรรม เจ้าของกิจการ นักการตลาด และซีอีโอ แบบไม่สิ้นสุดเพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจของตนในมิติต่างๆ

ทว่าท่ามกลางสายธารของข้อมูลดิจิทัลที่มีอยู่จำนวนมาก ก็มิได้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ลูกค้าของเราจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน ปลื้มใครอยู่ ซื้ออะไรบ้าง จนกระทั่งเราได้นำข้อมูลดิจิทัลเหล่านั้นมาวิเคราะห์อย่างชัดเจน ก่อนที่จะมุ่งสู่เป้าหมายต่างๆ ผ่านการคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแม้แต่แคมเปญใดๆ ขึ้นมา

ประเด็นสำคัญก็คือ แล้วเราจะนำข้อมูลเหล่านี้มาตอบโจทย์เป้าหมายได้อย่างไร ฉบับนี้ Trend Watching ได้รวบรวมกรณีศึกษาที่มีการใช้ข้อมูลดิจิทัลต่างๆ จากพื้นฐานของพฤติกรรมคน ผสมสผานเข้ากับเทคโนโลยีที่มีความเฉพาะ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่สร้าง Impact แก่ชีวิตผู้คนและตอบโจทย์ต่อผู้สร้างสรรค์ได้อย่างน่าสนใจ

เริ่มแรกจาก Xiaomi แบรนด์จีนที่ทำสินค้าขายสารพัด แต่โด่งดังมากกับการผลิตสมาร์ทโฟนออกมาจำหน่ายทั่วโลก ได้เปิดหม้อหุงข้าวรุ่น MiJia Induction Heating Pressure Rice Cooker ซึ่งมาพร้อมกับแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนของ Xiaomi โดยผู้ใช้สามารถสแกนบาร์โค้ดที่อยู่บนถุงบรรจุข้าว เพื่อตั้งโปรแกรมหุงข้าวอัตโนมัติ ภายใต้ข้อมูลจากกว่า 200 แบรนด์ และกว่า 2,450 รูปแบบ ในการหุง ทำให้ลูกค้าสามารถใช้แอปฯ นี้เพื่อเลือกระดับความนุ่มของข้าวที่ต้องการได้อย่างน่าทึ่ง

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจมาจาก Bioré ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ ได้เปิดตัวแคมเปญในสิงคโปร์ เพื่อให้ความรู้เรื่องความสำคัญของการทาครีมกันแดด โดยนำบิลล์บอร์ดดิจิทัลไปติดตั้งที่ป้ายรถประจำทางทั่วเมือง ซึ่งเจ้าบิลล์บอร์ดนี้จะแสดงค่ารังสียูวีที่หน่วยงาน National Environment วัดได้ในแต่ละชั่วโมง และโฆษณานี้จะเปลี่ยนสีไปตามปริมาณและความเข้มของรังสียูวี รวมถึงยังคอยเตือนให้คนที่ผ่านไปมาทาครีมกันแดดอีกด้วย

ถัดมาในประเทศฟิลิปปินส์ ทางธนาคารโลกได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งและการสื่อสารของฟิลิปปินส์ พร้อมทั้ง GrabTaxi ในโครงการ OpenTraffic ซึ่งเป็นความพยายามที่จะแก้ปัญหาการจราจรในมะนิลา ด้วยการผลิตอุปกรณ์บันทึกข้อมูลเพื่อรับทราบข้อมูลการแจ้งเตือนจราจรบนท้องถนนให้ไปปรากฏขึ้นบนตัวอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่อยู่ในเครื่องจีพีเอสของคนขับแท็กซี่ ทำให้ทางกรมก็สามารถอ่านข้อมูลการจราจรเรียลไทม์และสามารถนำไปใช้ในการบริหารจัดการการจราจรให้ดีขึ้น

สังเกตได้ว่าการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดิจิทัลเหล่านี้ สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ได้ทั้งต่อเรื่องส่วนตัวและต่อส่วนรวมได้อย่างน่าสนใจ และก็เชื่อได้ว่า ในอนาคตยังมีสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อีกมาก หากเราได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ ประมวลผลข้อมูล และสร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างชาญฉลาด

คำถามถัดไปก็คือ แล้วแบรนด์ของคุณพร้อมที่จะนำข้อมูลดิจิทัลที่มีประโยชน์เหล่านี้มาแปรเปลี่ยนและแทรกเป็นโซลูชั่นที่สร้างสิ่งดีๆ ต่อชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

Acacia Leroy : Trend Strategist แห่ง Trend Watching Asia Pacific

 
เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d