ม.44 ออกกฎหมายสนับสนุนสตาร์ทอัพ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ในฐานะกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมรัฐวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ (สตาร์ทอัพ) เผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ (สตาร์ทอัพ) จะรีบนำเสนอ รมว.คลัง รวมถึง ครม. เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาใช้อำนาจพิเศษมาตรา 44 ออกเป็นกฎหมายใช้สนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพให้เร็วที่สุด ตั้งเป้าหมายจะให้มีผลบังคับใช้ได้ในต้นปีหน้า
 
ปัจจุบัน ไทยมีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพจดทะเบียนและดำเนินการ 1,500 ราย ในจำนวนนี้เป็นสตาร์ทอัพที่ระดมทุนได้จำนวน 500 ราย และยังมีธุรกิจสตาร์ทอัพอีก 8,500 ราย ยังไม่ได้จดทะเบียน หากกฎหมายมีผลบังคับใช้คาดว่าจะจูงใจให้ผู้ประกอบการนี้จดทะเบียนดำเนินกิจการเร็วขึ้น ดึงเงินจากนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนมากขึ้น ที่ผ่านมาสตาร์mอัพมีเงินลงทุนทั้งเอกชนและภาครัฐ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1 แสนล้านบาทหลังกฎหมายบังคับใช้
 
ดังนั้น การร่างกฎหมายสตาร์ทอัพเป็นวาระเร่งด่วนมาก เพื่อต้องการอำนวยความสะดวกส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในไทยมากที่สุด จำเป็นต้องรีบมีกฎหมายนี้ขึ้นมาดูแลเป็นการเฉพาะ เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาส่งเสริมให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตได้ในประเทศ ไม่ใช่เติบโตแล้วย้ายออกนอกประเทศ
 
สำหรับการร่าง พ.ร.บ.สตาร์ทอัพ ประกอบด้วยทั้งหมด 4 หมวด
- หมวด 1 นิยามของสตาร์ทอัพ คือ กิจการที่จดทะเบียนไม่เกิน 60 เดือน หรือ 5 ปี และต้องทำธุรกิจที่มี นวัตกรรม มีการวิจัยและพัฒนา
- หมวดที่ 2 การจัดคณะกรรมการส่งเสริมรัฐวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
- หมวดที่ 3 สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจ นักลงทุน และผู้ก่อตั้ง
- หมวดที่ 4 โครงการตั้งศูนย์ทดสอบธุรกิจสตาร์ทอัพ
 
 
เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d