พัชร สมะลาภา

SME ตีแตก THE FINAL 2016

หากจะพูดว่ารายการ SME ตีแตกเป็นมากกว่ารายการทีวีทั่วไป ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงเท่าไรนัก เพราะวันนี้รายการดังกล่าว นอกจากจะเป็นรายการวาไรตี้เพื่อวัดความสามารถของธุรกิจต่างๆ ที่กล้ามาโชว์ความเจ๋งเกี่ยวกับธุรกิจของตนกับคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังกลายเป็นรายการที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SME ในไทย ให้ตระหนักถึงการใส่ใจในองค์ความรู้ต่างๆ ในการทำธุรกิจ ตั้งแต่เรื่อง ลูกค้า การตลาด การบริหารทรัพยากรบุคคล กลยุทธ์สู่การเติบโต การบริหารจัดการต้นทุน ฯลฯ เป็นต้น

ในปีนี้ก็เป็นอีก 1 ปี ที่ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมกับ เวิร์คพอยท์ สร้างปรากฏการณ์แก่วงการ SME ไทยอีกระลอก ด้วยการส่ง SME ตีแตก THE FINAL 2016 สุดยอด Reality & Edutainment ครบรสที่อัดแน่นด้วยสาระและความบันเทิงด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่สนับสนุน SME ไทย ในการสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมแนะแนวทางการทำธุรกิจที่ถูกวิธี ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า SME ตีแตก THE FINAL 2016 มีเนื้อหาและรูปแบบรายการที่เข้มข้นมากขึ้น รวมไปถึงจำนวนธุรกิจที่เข้ามาแข่งขันมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ทั้งยังมีความหลากหลายของประเภทธุรกิจ ที่ทำให้ผู้ชมรายการและเจ้าของธุรกิจ SME จะได้เห็นมุมมองและแนวคิดที่แตกต่าง ทั้งจากผู้เข้าแข่งขันและคำแนะนำจากคณะกรรมการ ซึ่งจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่สามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี

“ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการ SME หรือแม้แต่คนทั่วไปที่ติดตามชมรายการอยู่ทางบ้าน จะได้เห็นสิ่งที่มากกว่าทุกๆ ซีซั่น โดยเฉพาะกับผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับสิ่งที่มีค่าไม่น้อยไปกว่าเงินรางวัล 1 ล้านบาท นั่นคือเรื่องการจัดระบบความคิดในการนำเสนอ หรือการสื่อสารสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในระบบความคิดให้ออกมาสู่สาธารณชนเพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วการที่เราจะพูดคุยให้เกิดผลลัพธ์หรือเป้าประสงค์ที่สร้างความเข้าใจแก่คู่สื่อสารนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการเตรียมตัวก่อนทั้งสิ้น

เพราะหลายๆ คนอาจจะมองข้ามการเรียบเรียงสิ่งต่างๆ ในหัวให้เป็นเรื่องที่กระชับและทำให้คนอื่นสามารถเข้าใจได้ง่าย อันนี้ผมว่ามันก็เป็นทักษะที่สำคัญมากๆ ของการทำธุรกิจในยุคนี้ บางคนอาจจะถามว่ามันจำเป็นขนาดนั้นหรือ ผมตอบเลยว่าใช่ เพราะการที่เราจะคุยกับใคร โน้มน้าวใคร ไม่ว่าจะเรื่องขอสินเชื่อ โน้มน้าวให้ลูกค้ามาซื้อของเรา มาทำธุรกิจกับเราต้องใช้ความสามารถนี้ทั้งหมด ยิ่งคุณต้องมาออกทีวีด้วยแล้ว มันทำให้เราได้เห็นหลายๆ จุดบกพร่องของผู้ประกอบการไทยที่ยังมีข้อจำกัดตรงนี้พอสมควร แต่นี่ก็คือเวทีที่ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสได้มาฝึกฝนทักษะของตนเองได้อีกทางหนึ่ง

ขณะเดียวกันเรื่องทักษะในเชิงธุรกิจของผู้ที่มาออกรายการ ผมมองว่า ความสามารถของแต่ละคนมันไม่ได้เปลี่ยนได้จากคำแนะนำของกรรมการ ภายในครึ่งชั่วโมงอยู่แล้ว และส่วนตัวผม รวมถึงกรรมการแต่ละท่านก็มี ความถนัดและมุมมองในการชี้แนะที่แตกต่างกันไป ฉะนั้นผู้เข้าแข่งขันที่มาในรายการจะได้รับโอกาสในการเก็บเกี่ยวมุมมองต่างๆ กลับไป เพื่อนำ ไปประยุกต์ใช้ นั่นคือสิ่งที่มีค่าที่รายการมอบให้ นอกเหนือจากความคาดหวังว่าธุรกิจของตนจะ ‘แตก’ หรือ ‘ไม่แตก’ หรือเงินรางวัลปลายทาง”

ทั้งนี้ไฮไลต์อีกประการที่เห็นได้ชัดในปีนี้ พัชรมองว่าเป็นเรื่องของนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ในวงการธุรกิจ SME หลายๆ ธุรกิจที่ไม่เคยเห็น ผู้ชมรายการจะได้เห็นวิวัฒนาการของการริเริ่มธุรกิจเหล่านี้ รวมไปถึงไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ของหลายๆ ธุรกิจที่น่าสนใจ โดยจะเป็นตัวอย่างที่ดีมากสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่และผู้ที่กำลังจะริเริ่มประกอบธุรกิจในอนาคต เรียกได้ว่า SME ตีแตก THE FINAL 2016 นี้ เป็นการรวบรวม ‘นวัตกรรมเพียบ ไอเดียเริ่ด’ ก็ว่าได้

“สิ่งที่น่าสนใจในซีซั่นนี้ คือความสนุกสนานที่สอดแทรกอยู่ตลอด และพิธีกรอย่าง น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โทนความโหดของคณะกรรมการหลายๆ ท่านดูเบาบางลง แต่ยังแฝงไปด้วยสาระเช่นเคย”

สำหรับรายการ SME ตีแตก THE FINAL 2016 ยังคงคอนเซ็ปต์ของสังเวียนแห่งการต่อสู้ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีความเข้มข้นที่สุด จากคณะกรรมการประจำรายการทั้ง 3 คน ได้แก่ พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย, อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง นั่งแท่นเก้าอี้กรรมการในการคัดเลือกพิจารณาและให้คำเสนอแนะในแนวทางต่างๆ ที่จะเพิ่มความเข้มข้นและมาตรฐานในการตัดสินที่สูงขึ้น โดยคณะกรรมการทั้ง 3 คน จะต้องทำการคัดเลือกธุรกิจที่เข้าร่วมแข่งขันในรายการนับร้อยธุรกิจให้เหลือเพียง 8 ธุรกิจ เพื่อที่จะไปพบและผ่านด่านจาก 4 คณะกรรมการผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจ ได้แก่ พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย, ทรงพล ชัญมาตรกิจ เจ้าของทีวี ไดเร็ค, วรัตดา ภัทโรดม ผู้เชี่ยวชาญด้าน Customer Relationship Management และ พญ.นลินี ไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งและสร้างแบรนด์ธุรกิจกิฟฟารีน

ทีมที่ชนะเลิศและผู้เข้ารอบสุดท้ายทุกทีม จากรายการ SME ตีแตก THE FINAL 2016 นับเป็นธุรกิจ SME ไทยที่มีศักยภาพสูง มีความคิดสร้างสรรค์ มีนวัตกรรมทางธุรกิจ และสามารถดึงจุดเด่นที่แตกต่างออกมานำเสนอได้อย่างน่าชื่นชม และเราเชื่อว่าทั้ง 4 ทีมนี้ จะย่างก้าวบนเส้นทางสายธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับธุรกิจ SME ไทยยุคใหม่ได้นำไอเดียดีๆ มาปรับใช้กับธุรกิจของตน เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่หมุนเร็วต่อไป” พัชรทิ้งท้าย

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d