นพพล บุญโชคยิ่ง เศรษฐีน้อยร้อยล้าน เจ้าของแบรนด์ OK 20

“ตอนคุณอายุ 20 คุณทำอะไรอยู่ ?”

สำหรับผม (ธันยวัชร์) ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่เลยตอนนั้นจบออกไปก็คิดว่า “จะหางานทำได้หรือเปล่า”

แต่เบนซ์-นพพล บุญโชคยิ่ง กลายเป็นเถ้าแก่น้อยร้อยล้านไปแล้ว ตั้งแต่อายุ 22

ตอนอายุ 18 เบนซ์ถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน เพราะพ่อจับได้ว่าขโมยเงิน เขาต้องระหกระเหินอยู่เป็นปีกว่าจะกลับตัวกลับใจได้ แล้วหันมาต่อยอดธุรกิจครอบครัว สร้างแบรนด์ OK 20 ขายของ 20 บาททั้งร้าน จนวันนี้มี 200 สาขา ยอดขายเกินร้อยล้านไปแล้ว

จากเด็กไม่เอาถ่าน เขามาถึงวันนี้ได้อย่างไร?

“อยากโตเร็ว แต่ทำงานน้อย ผมว่ายาก ต้องทำงานหนัก ค่อยๆ รวย และค่อยๆ โตดีกว่าครับ แต่ในหลายๆ ด้าน ผมอาจจะฟลุค เพราะธุรกิจของผมมันสามารถโตได้ไว และสามารถลงได้ไวเหมือนกัน ผมว่าลงมาลุยเองดีกว่า ทำงานแบบ 7 วันไปเลย”

GMBiZ : ช่วยเล่าประวัติให้ฟังหน่อยครับคุณเบนซ์ ที่มาที่ไปของคุณเป็นอย่างไร และมีวิธีคิดในการเริ่มทำธุรกิจอย่างไร เบนซ์ : ผมชื่อ นพพล บุญโชติยิ่ง ตอนนี้อายุ 22 ปี ตอนจบ ม.6 ใหม่ๆ อายุประมาณ 17 ช่วงนั้นมาเรียนต่อที่ ม.กรุงเทพ แต่เกเร ติดเพื่อน ช่วงวัยรุ่นมัวแต่เที่ยวเล่นก็เรียนไม่จบ เพราะเทอมนึงผมเรียนแค่ประมาณ 3-4 วัน

ต่อมาพ่อก็ให้มาเฝ้าร้าน พ่อผมเป็นคนจีน เขามีเพื่อนเยอะ อยากให้ผมประสบความสำเร็จเหมือนลูกคนอื่นบ้าง พ่อผมก็มีธุรกิจตั้งหลายอย่าง ทำอสังหาริมทรัพย์ เสื้อผ้า อะไหล่เสื้อผ้า ที่ประตูน้ำ สำเพ็ง และทำโรงแรม 3 ดาวและมีหอพักนักศึกษาอยู่ที่เชียงใหม่ พ่อเห็นลูกคนอื่นทำก็อยากให้ผมทำบ้าง พ่อให้ผมมานั่งเฝ้าร้านค้าส่งเบ็ดเตล็ด เอาของจากกวางโจวมาแล้วก็ขาย

ผมมานั่งเฝ้าร้านตอนอายุ 18 ก็ขโมยเงินที่ร้านมา 2 ปี เพราะเริ่มเข้าผับ เริ่มมีแฟน ผมขโมยเงินมาเรื่อยๆ ต่อมาผมโดนจับได้ เพราะลูกน้องมาฟ้องพ่อ ผมเลยโดนไล่ออกจากบ้าน เพราะพ่อจับได้และโมโหมาก ว่าทำไมต้องขโมยด้วย พ่อพาลไปด่าแม่ว่าเลี้ยงลูกมายังไงให้ลูกเป็นขโมย

หลังจากออกจากบ้านก็มาอยู่กับเพื่อน เช่าคอนโดฯ อยู่ประมาณเกือบปี พ่อก็ไม่ตาม แม่ก็ไม่ให้เงินใช้ ผมต้องหาเงินเอง ต้องดิ้นรนหาทางใช้ชีวิตในช่วงนั้นด้วยตัวเอง

ต่อมาพ่อผมก็เรียกกลับบ้าน ตอนนั้นผมอายุเกือบๆ จะ 20 แล้วครับ ก็เริ่มจริงจังละ ช่วยพ่อขายของอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน ผมก็มีไอเดียว่าผมมีสินค้าอยู่ในมือ มีลูกน้องอยู่ในมือ มีทุกอย่างหมด ทำไมผมไม่ออกมาทำค้าปลีกเอง

GMBiZ : ตอนนั้นทำไมคุณถึงคิดจะมาค้าปลีก เบนซ์ : ผมก็ถามลูกค้าว่าขายดีไหม เขาบอกว่าถ้าขายไม่ดีแล้วจะมาซื้อของเราทำไม ลูกค้าหน้าเดิมๆ ก็ยังมาซื้อกับเรา ก็เลยคิดว่าทำไมเราไม่ไปเปิดเอง แต่เราก็มีจรรยาบรรณ ไม่ไปเปิดในที่ที่ลูกค้าเราทำอยู่ ตอนแรกก็ไปเปิดที่มหาชัย เพราะแถวนั้นมีคนเยอะ ทั้งพม่า-กัมพูชา และเราก็พร้อมที่จะลงทุน

GMBiZ : คือคุณก็เอาของที่พ่อขาย จากเดิมเพียงแต่ขายส่ง แล้วทำแพ็คเกจใหม่ไปขายปลีก หรือว่าเอาของชุดใหม่มาขายเลย เบนซ์ : เราก็กลัวเจ๊งเหมือนกัน กลัว 50 : 50 ตอนนั้นบอกป๊าว่า เบนซ์จะเอาของลองไปขายสัก 2 แสน ป๊าบอกอยากทำอะไรก็ทำ เพราะตอนนั้นเราก็เริ่มเข้าใจกันมากขึ้นแล้ว ผมก็มีความตั้งใจมากขึ้น ทุกๆ อย่างก็ต้องปรับเปลี่ยนใหม่หมด

GMBiZ : คุณไปตั้งร้านที่มหาชัย คุณทำยังไง และหาทำเลยังไง เบนซ์ : เราก็หาทำเลมาเรื่อยๆ ก็มีร้านให้เช่าเป็นตึกแถว ผมก็เช่า 2 ห้อง ซึ่ง 2 ห้องนั้นติดกับร้าน 20 บาทเลย ชื่อร้านยี่จั๊บ เป็นร้านของคนทั่วไป ไม่มีแบรนด์ผมก็เลยเดินเข้าไปดู ในร้านนั้นมีขายหลายอย่าง ราคา 39, 40, 49, 50 บาท ซึ่งขายเกินราคา เพราะไปตั้งชื่อว่าร้านว่ายี่จั๊บ ผมก็เลยนำสินค้าที่ราคา 20 บาทมาอย่างเดียวถ้าผมเอาของราคาอื่นมาขาย ผมก็อาจจะสู้เขาไม่ได้ ผมจึงต้องขายอะไรที่สู้เขาได้ จุดเด่นของเราคือ ทุกอย่างต้องราคา 20 บาทราคาเดียว ต่อมาการทำร้านก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

GMBiZ : ตอนแรกร้านชื่ออะไร เบนซ์: ตอนแรกยังไม่มีป้ายชื่อร้านเลยครับ

GMBiZ : แล้วคนจะรู้ได้อย่างไรว่าราคา 20 บาท เบนซ์ : ผมก็เขียนป้ายว่าทุกอย่างราคา 20 บาท ติดไว้ที่ร้าน แต่ยังไม่มีชื่อร้าน ตอนนั้นการตกแต่งร้านผมก็ยังไม่รู้เรื่องเลย ผมก็เลยไปที่ร้านไดโซะ (DAISO) สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ผมไปดูราคาและถ่ายรูปกลับมา ชั้นวางของแบบนี้ราคาเท่าไหร่ ผมกลับมาคำนวณถ้าแต่งร้านแบบไดโซะต้องลงทุนประมาณ 700,000 บาท ถึงจะได้เหมือนเขา เลียนแบบเขามาเป๊ะๆ แต่สินค้าของผมราคา 20 บาทต้องขายเป็นล้านชิ้นกว่าผมจะได้เงินคืนกลับมา 700,000 บาทผมก็เลยคิดว่าถ้าเอาตะแกรงแบบนี้มันไม่ได้ เลยลองประยุกต์ใช้ ก็ไปดูที่ร้านขายโต๊ะ-ขายของออฟฟิศ ผมก็ได้ตะแกรงกลับมาชุดหนึ่งไม่กี่บาท ผมก็เลยให้เด็กเอาเหล็กกล่องมาเดินสายเหมือนร้านไดโซะทุกอย่างเลย เบ็ดเสร็จลงทุนแค่ประมาณแสนเดียวเอง

GMBiZ : หมายถึงว่าคุณไปดูไอเดียในการจัดร้าน ในการวางของแบบร้านไดโซะ แล้วคุณก็ทำให้ราคามันถูกลง เบนซ์ : ใช่ครับ เสร็จแล้วแม่ผมก็มาช่วย เขาเป็นนักขายตัวยงอยู่แล้ว และมีญาติๆ มาช่วยกัน ส่วนที่มาของชื่อร้าน OK 20 ตอนนั้นมีขนมที่เจนี่เป็นพรีเซ็นเตอร์ ชื่อว่า OK ผมกับแม่ก็ชอบกิน แม่เลยบอกแบบนี้ก็สวยนะ เอาชื่อและอักษรแบบนั้นเลย ชื่อนั้นเลยนำมาใช้ตั้งเป็นแบรนด์ ติดป้ายชื่อที่มหาชัยเป็นสาขาแรก

GMBiZ : วันแรกขายได้เท่าไหร่ครับ เบนซ์ : ขายได้ 170,000 บาทครับ คือผมตกใจมาก คนมุงกันเต็มร้าน

GMBiZ : ใครเป็นคนมาซื้อ เบนซ์ : ผมก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน มีคนงานไทย-พม่าเยอะแยะไปหมด

GMBiZ : แต่ที่ร้านที่มหาชัยก็คุ้นกับร้านยี่จั๊บอยู่แล้ว แต่ร้านยี่จั๊บขายของอะไรก็ไม่รู้ อาจจะเรียงของไม่ค่อยดี แต่คุณเอาแบบร้านไดโซะมา แล้วก็มาทำให้ราคาถูก มีรถแห่โฆษณา ตอนนั้นคุณก็ทุ่มกับเรื่องโปรโมชั่นตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เบนซ์ : ตอนนั้นผมลงทุนไปประมาณ 50,000 บาท ต่อมาผมก็เริ่มติดกระจก เริ่มติดแอร์ มีคอมพิวเตอร์ในเรื่องระบบการขาย มีชั้นโชว์ของ ยอดขายก็อยู่ประมาณวันละ 30,000-50,000 บาท เฉลี่ยประมาณ 35,000-40,000 บาท ไม่ต่ำกว่านั้น มีพนักงานของเรามาขายเอง

GMBiZ : ตอนนั้นคุณเปิดไปกี่เดือน ถึงมาเปิดสาขาที่ 2 เบนซ์ : ประมาณ 4-5 เดือนครับ จึงมาเปิดสาขา 2 ที่บางบอน อยู่หน้าตลาดเลย บ้านแม่ผมก็อยู่แถวนั้น ผมเป็นพวกหูไวตาไว เวลาไปไหนก็ฝากบอกพี่น้องว่าที่ไหนมีให้เช่าก็ช่วยๆ บอกกันด้วย

GMBiZ : พ่อ-แม่ คุณสอนเรื่องธุรกิจอย่างไร เบนซ์ : พ่อ-แม่ ผมไม่เคยสอนเลย สอนอย่างเดียวคือสอนให้คิดตังค์อยู่อย่างเดียว แต่ก็แอบฟังเวลาพ่อแม่คุยเรื่องธุรกิจกัน

GMBiZ : แต่คุณดูใช่มั้ย พ่อ-แม่คุยเรื่องธุรกิจกัน คุณก็ได้แบบครูพักลักจำ เบนซ์ : ความรู้แรกของผมเลยคือ พ่อ-แม่ผมไปซื้อตึกอยู่ตึกหนึ่ง อยู่แถวประตูน้ำ ตึกนั้นราคา 20 ล้านบาท ผ่อน 7 ปี เดือนละประมาณ 400,000 บาท แต่แม่ผมปล่อยเช่าเดือนละ 350,000 บาท แม่บอกพ่อว่าเราผ่อนเดือนละ 50,000 เอง ผ่อน 7 ปีก็เป็นของเราแล้ว

GMBiZ : เรื่องนี้สอนว่าให้สินทรัพย์ทำงานเอง เอาเงินจากค่าเช่ามาเป็นค่าผ่อน เบนซ์ : ใช่ครับ เป็นความรู้มาจากพ่อแม่ ที่ผมซึมซับมา ทำโรงแรมผมก็นำมาใช้

GMBiZ : แล้วสาขาที่ 2 เป็นอย่างไรบ้างครับ เบนซ์ : สาขา 2 ง่ายกว่าเปิดสาขาแรกประมาณ 80% เลย พอเปิดสาขา 2 ปุ๊บ สาขาที่ 3, 4 และ 5 ก็ตามมาติดๆ

GMBiZ : เพราะคุณมีต้นแบบอยู่แล้ว ว่าต้องทำแบบนี้ๆ สินค้าแบบนี้ๆ เบนซ์ : ทุกวันนี้สาขาแรกถึงสาขา 200 ก็ทำแบบนี้ ผมไม่กล้าเปลี่ยน เพราะตอนนี้มีคนสนใจในธุรกิจเรามากขึ้นทำไม่ทัน ก็เลยจ้างพนักงานเพิ่ม ให้ชุดแรกไปสอนชุดสองให้สอนจนเป็น สอนจนเก่ง

GMBiZ : แล้วที่สาขาบางบอนเป็นไงบ้าง วันแรกขายได้เท่าไหร่ เบนซ์ : ประมาณ 7-8 หมื่นบาทครับ วันแรกขายเกิน 5 หมื่นทุกสาขา

GMBiZ : สาขา 3 อยู่ที่ไหนครับ เบนซ์ : อยู่ที่วัดไทรครับ เลยไป 3 กม. เป็นแหล่งชุมชนเหมือนวัดสิงห์ คนเยอะ สาขา 4 อยู่สี่แยกบ้านแขก, สาขา 5 ตลาดต้นพยอม จ.เชียงใหม่

GMBiZ : ตอนนั้นทำไมต้องออกต่างจังหวัดล่ะ เบนซ์ : ตอนนั้นแม่ผมไปดูโรงแรมที่เชียงใหม่บ่อยๆ แล้วเราก็มีพนักงานเยอะ อย่างพนักงานหอพัก เดือนหนึ่งทำงานไม่เกิน 7 วัน คือทำงานบัญชีทุกอย่าง แล้วเวลาที่เหลือจะให้ทำอะไร ก็เลยให้มาช่วยนั่งเฝ้าร้าน

GMBiZ : เอาอะไรมาขายบ้างครับในร้าน เบนซ์ : ก็มีเครื่องเขียน เครื่องครัว เครื่องมือช่าง สินค้าพลาสติก สินค้าลิขสิทธิ์ที่สามารถขายในราคา 20 บาทได้และสินค้าทุกอย่างที่ไม่ใช่ของกิน

GMBiZ : ทั้ง 5 สาขา ตอนแรกเอาของพ่อมาขายใช่ไหมแล้วตอนนี้ก็เป็นของคุณเองแล้วใช่ไหม เบนซ์ : ใช่ครับ

GMBiZ : คุณบินไปซื้อของที่กวางโจวเองใช่ไหม เบนซ์ : กว่าผมจะบินไปกวางโจวเองได้ ตอนนั้นเปิดครบ 100 สาขาแล้ว ผมถึงบินไปซื้อของที่กวางโจว

GMBiZ : หมายถึง 5 สาขาแรก พ่อให้โอกาสในการทำ และแม่เข้ามาช่วย เบนซ์ : ใช่ครับ

GMBiZ : พอเปิดมา 5 สาขา คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหม เบนซ์ : ตอนนั้นก็เริ่มคิดว่าไม่อยากจะลงทุนเพิ่มแล้ว อยากให้คนที่มีตึกแถวอยู่แต่ยังไม่คิดจะทำอะไร ก็อยากให้เขานำสินค้าของเราไปลงขาย

GMBiZ : ตอนนั้นคุณคิดเรื่องการขายแฟรนไชส์ แต่ยังไม่คิดคำว่าแฟรนไชส์ เบนซ์ : ใช่ครับ

GMBiZ : หลังจากนั้น แล้วคุณทำอย่างไรครับ เบนซ์ : ผมก็ไปลงโฆษณาที่ชี้ช่องรวย ลงโฆษณาเดือนแรกก็มีคนสนใจประมาณ 30-40 คน ผมลงหน้าใหญ่เลย ผมจะลงโฆษณาไม่เกินหน้า 5 ตลอด เพราะหน้า 1-5 คือจุดขายหลัก ส่วนใหญ่จะลงหน้า 2-3 มาตลอด เดือนหนึ่ง เดือนสอง ผมเปิดประมาณ 5-6 สาขา เราคิดค่าแฟรนไชส์แค่ 19,000 บาท อีก 10,000 บาทเราให้เขาไปลองขายดู ตอนนั้นก็คิดเล่นๆ แค่นี้ เราคิดว่าเรามีแบรนด์แล้ว และเรามี 5 สาขา

GMBiZ : แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง เบนซ์ : ผลตอบรับก็โอเค 5 สาขาแรกที่เปิดก็ยังอยู่เลย

GMBiZ : มีที่ไหนบ้างครับ เบนซ์ : สาขาแรกที่นครสวรรค์ เพราะเขาเห็นโฆษณาเราและก็มั่นใจในคุณภาพสินค้าเรา สาขา 2 ผมจำไม่ได้ สาขา 3 ที่สระบุรี สาขา 4 และ 5 ที่สงขลา

GMBiZ : แล้วมาขายตูมตามเยอะขึ้นตอนไหนครับ เบนซ์ : ประมาณเดือนที่ 6 และเดือนที่ 7 เราเริ่มคิดแทนลูกค้าแล้วว่า ถ้าลูกค้าเสียเงินแค่ 19,000 บาทจะไม่มีอะไรเลย ก็เลยตั้งแพ็คเกจมา 329,000 บาท มีของให้ 200,000 บาท เราตกแต่งร้านให้เสร็จ ค่าแฟรนไชส์ 29,000 บาท ลูกค้าบอกโอเคมากเลย เพราะว่าเขาไม่ต้องทำอะไร มีเงินแค่ 3 แสน พร้อมทำเล ที่เหลือเราจัดการให้หมด หลังจากนั้นก็ฟีเวอร์เลย

GMBiZ : ครบ 100 สาขาตอนไหนครับ เบนซ์ : ประมาณเดือนที่ 13 ครับ

GMBiZ : พอคุณเริ่มขายแฟรนไชส์ 29,000 บาท ลูกค้าเยอะไหม เบนซ์ : ประมาณ 30 ราย แต่พอมาเป็น 320,000 บาทลูกค้ามาเยอะกว่ามาก เพราะเขาไม่ต้องทำอะไรเลย เราคิดให้เสร็จเรียบร้อย ลูกค้าก็เพิ่มขึ้นแบบปรี๊ดๆ จนครบ 100 สาขา ตอนเดือนที่ 13 ผมเปิดวันที่ 5 เดือน 5 ปี 2554

GMBiZ : ได้ข่าวว่าคุณไปออกรายการ SME ตีแตกมาแล้ว ทำไมถึงไป เบนซ์ : ใช่ครับ ผมก็สมัครเข้าไป ผมดูรายการนี้มาตั้งแต่ปีแรกแล้ว และก็ดูมาเรื่อยๆ ตอนนั้นยังไม่ได้ทำร้าน พอปีที่ 2 ผมเริ่มทำแล้ว เป็นรายการที่ผมอยากไปมากๆ ครับ แต่ตอนนั้นผมยังไม่แข็งพอ ก็เลยไม่กล้า

หลังจากนั้นรายการก็เลิกไป คงเป็นดวงของผมที่รายการนี้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ผมก็เลยสมัครไปทางเฟซบุ๊คว่าผมอายุ 22 ปี ผมทำธุรกิจแบบนี้ แล้วก็ไปบนด้วยหัวหมู 3 หัว เป็ด 3 ตัว ไก่ 3 ตัว ขอให้ได้มาออกรายการนี้ ตอนนี้ยังไม่ได้ไปแก้บนเลย วันแรกที่ผมไปบนคือวันที่ไปฟังบรีฟที่บริษัทเวิร์คพอยด์ ก็มีผู้แข่งขันอีกคนหนึ่งทำธุรกิจเอโกะเขาไม่มีหน้าร้าน ขายของอย่างเดียวเขาอายุประมาณ 40-50 ปีแล้ว

ทางรายการบอกดูไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เค้าก็เลยเลือกผม ก็ได้ความรู้จากอาจารย์ 3 ท่าน ก็มีพี่โหน่งพี่ปั๋ม และ อ.ธันยวัชร์ ที่ให้คำปรึกษาเราก็นำมาปรับปรุงแก้ไขในธุรกิจ ซึ่งตอนนั้นเราก็ยังไม่มีโปรโมชั่นอะไรสักอย่างตอนนี้เราก็เริ่มมีโปรโมชั่น เช่น ซื้อครบ100 บาท มีสิทธิ์ลุ้นไอแพด มีลุ้นพัดลม หม้อหุงข้าว มีลุ้นดีวีดี ฯลฯ สอง…ก็มีการตั้งไลน์กลุ่มลูกค้า เผื่อเวลาสั่งสินค้า พูดคุยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในการขาย แล้วปีหน้าเราก็จะมีทำซอฟต์แวร์เกี่ยวกับระบบการสั่งสินค้าจากลูกค้ามาหาเรา จากเราไปเมืองจีน โคกันทั้ง 3 ที่ ทำทุกอย่างให้ง่ายขึ้นและควบคู่กันไป เพื่อให้ธุรกิจยั่งยืนและมั่นคง แต่อาจต้องใช้เวลานิดหนึ่ง ไม่ใช่ปุบปับจะทำได้ทันที เพราะสาขาเราเยอะ ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก และกว่าระบบจะครอบคลุมเพราะสินค้าเรามีเป็นล้านๆ ชิ้น และประมาณสิบกว่าร้านชิ้นที่ร้านผม

GMBiZ : ในอนาคตธุรกิจคุณอาจมีปัญหานะ เพราะสินค้าคุณราคา 20 บาท ถ้าต้นทุนสูงขึ้น จำนวนสินค้าอาจจะลดลง ไอเท็ม (Item) ก็จะลดลง เบนซ์ : ตอนนี้เรามีอยู่ประมาณ 5-6 พันชนิด เดือนหน้าผมจะบินไปกวางโจว แต่ที่กวางโจวเริ่มจะเป็นขาลงแล้วผมต้องไปหาตลาดใหม่ที่อี้อู ซึ่งอี้อูเป็นตลาดค้าส่งติดอันดับอีกแห่งหนึ่งของจีน จะใหญ่กว่ากวางโจว เป็นตัวแม่ของกวางโจวอีกทีนึง อี้อูจะส่งให้กวางโจว นี่ก็เป็นความรู้ใหม่ที่ใครจะไปซื้อสินค้าที่จีน อี้อูตอนนี้ดีที่สุดในประเทศจีน

GMBiZ : คุณขายอะไร OK 20 ขายราคา หรือคุณขายคุณภาพ เบนซ์ : ผมขายทั้ง 2 อย่าง

GMBiZ : อะไรมาก่อน เบนซ์ : ราคามาก่อน และคุณภาพที่คนไทยรับได้ในราคา 20 บาท

GMBiZ : คุณให้หลักคิดลูกค้าอย่างไร เพราะว่าแบรนด์อื่นมีหลักนะ เบนซ์ : ผมบอก พี่ต้องอยู่ในชุมชน ใกล้โรงเรียน หรือถ้าอยู่ใกล้ 7-11 มากที่สุด คือพี่น่ะสบายแล้ว กลยุทธ์ใหม่ล่าสุดของผมคือ คุณเปิดเราเปิด ที่ผมเพิ่งคิดได้เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เช่น คุณซื้อไส้กรอกที่ร้าน 7-11 คุณไม่มีจาน คุณมาซื้อจานที่ร้านผม เพราะเวลา 7-11 จะเปิด เค้ามีแผนกดูโลเกชั่น ไปนับคนเดิน ถ้า 7-11 เปิดได้ และทางซีพีให้ผ่าน ทุกอย่างก็เคลียร์

GMBiZ : คือคุณอาศัยรีเสิร์ชของ 7-11 เบนซ์ : ผมใช้ 7-11 เป็นเครื่องมือเรา คุณเปิดเราเปิด

GMBiZ : สมมุติว่าผมมีตึกแถว ระหว่างเลือก 7-11 กับ OK 20 ทำไมผมต้องเลือก OK 20 ลองจูงใจผมหน่อย เบนซ์ : 7-11 ลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท ของผมลงทุนขั้นต่ำ 329,000 บาท ยกตัวอย่าง เค้าขายได้วันละหมื่น กำไร 2,000 บาท ของผมลงทุน 329,000 บาท ขายได้วันละหมื่น กำไรประมาณ 3,000-3,500 บาท

GMBiZ : มีคนเลียนแบบคุณมั้ย เบนซ์ : มีอยู่แล้วครับ ถ้าดีก็มีคนเลียนแบบแน่นอน แต่เราก็ไม่กลัว เพระเราเป็นมือหนึ่งของเมืองไทย เราเป็นผู้บุกเบิก แต่เราต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ

GMBiZ : การขึ้นเป็นที่ 1 ถือว่าคุณประสบความสำเร็จหรือยัง เบนซ์ : ยังครับ ผมอยากเปิด 1,000 สาขา วันนั้นผมนั่งดูในกูเกิล ในประเทศไทยมี 870 อำเภอ มี 7,000 กว่าตำบลถ้าผมเปิดได้ตำบลละ 1 สาขา ผมจะมี 7,000 กว่าสาขานะ

GMBiZ : ได้ข่าวว่าปีหน้าคุณจะไปถึง AEC เลยหรือครับ เบนซ์ : ตอนนี้ที่พม่า ลาว โทร.มาทุกวัน

GMBiZ : คุณวางแผนอนาคตคุณอย่างไร เบนซ์ : 1. เราต้องมีซอฟต์แวร์ที่มั่นคง 2. เราต้องซัพพอร์ตสินค้าลูกค้าให้ไวที่สุด3. เรื่องโลจิสติกส์ เราต้องดีมาก 4. เราจะมีแวร์เฮาส์อีก 10 แห่งในประเทศไทย

GMBiZ : ถ้าพูดถึง OK 20 คุณนึกถึงอะไรครับ เบนซ์ : พูดถึง OK 20 คนจะนึกถึงของราคา 20 บาท คนจะนึกถึงสินค้าราคาถูก

GMBiZ : มีคนบอกว่าคุณคือเถ้าแก่น้อยของศตวรรษ 21 คือมีคนคนหนึ่งชื่อเถ้าแก่น้อย แล้วก็ทำเถ้าแก่น้อยออกมาตั้งแต่อายุ 17 คุณคือเถ้าแก่น้อยคนใหม่ใช่มั้ยครับ เบนซ์ : ถ้าอยากตั้งชื่อผมให้เป็นเถ้าแก่น้อย ผมก็ยอมรับ ถ้าให้ผมเป็น ผมก็เป็น แต่ตอนนี้ผมยังมีไม่ได้ครึ่งของเขาเลย ผมก็ยังเป็นเด็กคนหนึ่งอยู่ที่เรียกว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ว่ายังไม่เต็มร้อย

GMBiZ : คุณคาดหวังกับตัวเองยังไง ในอนาคตตอนคุณอายุ 30 คุณมองตัวเองว่ายังไง เบนซ์ : ผมอยากอยู่กับครอบครัว ผมอยากดูแลพ่อ-แม่ ผมอยากดูแลธุรกิจทั้งหมดในครอบครัวได้ด้วยตัวผมคนเดียว ผมไม่อยากให้พ่อ-แม่เหนื่อยอีกแล้ว

GMBiZ : ถ้าเด็กรุ่นใหม่ไม่มีฐานธุรกิจมาจากครอบครัวเลย แต่อยากลงมาทำธุรกิจครอบครัว ในฐานะเถ้าแก่น้อย คุณจะให้คำแนะนำอย่างไร เบนซ์ : ผมเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 20-21 ผมก็ต้องเสี่ยง ตอนนี้ไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ต้องเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า คนทำเป็นล้านๆ เจ้า อาหารคนก็ทำเป็นหมื่นๆ เจ้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายน้ำ ร้านชาไข่มุก กาแฟ ฯลฯ ทุกอย่างก็มีความเสี่ยงหมด ผมอยากให้มั่นใจในสินค้าของตัวเอง และมั่นใจในตัวเอง ต้องมีความตั้งใจ แล้วก็อย่าท้อ ผมว่าธุรกิจมันก็เดินได้ เราต้องลองผิดลองถูกไปก่อน ลองจนรู้ว่าเราทำธุรกิจได้มั้ย หรือว่าเราควรไปนั่งอยู่ในบริษัท แล้วก็เป็นลูกน้องเขาดีกว่า

GMBiZ : ครอบครัวมีผลต่อการทำธุรกิจมากขนาดไหน เบนซ์ : ครอบครัวเป็นแบ็คอัพครับ ถ้าเรามีครอบครัวที่ดี มีแบ็คอัพที่ดี ธุรกิจก็จะเดินหน้าต่อไป แต่ถ้าเรามีครอบครัวที่ขัดแย้ง ไม่ซัพพอร์ตเรา หรือไม่ให้คำปรึกษาเรา ธุรกิจก็ดำเนินต่อไปไม่ได้ ลำพังตัวเราคนเดียวถามว่า ถ้าเรามีแฟนแต่แฟนไม่ช่วย ถ้าครอบครัวพ่อ-แม่ เพื่อนฝูงคอยให้คำปรึกษาได้ ธุรกิจก็ดำเนินต่อไปได้

GMBiZ : เด็กรุ่นใหม่อยากโตเร็ว รวยเร็ว โดยทำงานน้อย คุณจะให้คำแนะนำเขาอย่างไร เบนซ์ : อยากโตเร็ว แต่ทำงานน้อย ผมว่ายาก ต้องทำงานหนักค่อยๆ รวย และค่อยๆ โตดีกว่าครับ แต่ในหลายๆ ด้าน ผมอาจจะฟลุค เพราะธุรกิจของผมสามารถโตได้ไว และสามารถลงได้ไวเหมือนกัน ผมว่าลงมาลุยเองดีกว่าทำงานแบบ 7 วันไปเลย

GMBiZ : คุณจะให้คำแนะนำสำหรับเด็กที่อาจจะเดินทางผิด พ่อแม่อยากให้เป็นเจไดเหมือนในสตาร์วอร์ แล้วตัวเองเหมือนเป็นดาร์คไรเดอร์ คือด้านมืด แล้วให้เขากลายมาเป็นเจไดยังไงครับ เบนซ์ : คือผมไม่กล้าไปสอนใคร ไม่กล้าไปสอนนักศึกษา ไม่กล้าไปสอนทุกคน คือผมจะบอกญาติผมก่อน ผมบอกน้าผมว่า น้าอย่าเพิ่งไปเร่งลูก อย่าเพิ่งไปบีบเขาตอนนี้อายุเขาแค่ 17-18 กำลังเป็นวัยรุ่น ตอนนี้เขาเรียนปี 1 ปี 2 จะเรียนหรือไม่เรียนก็เรื่องของเขา จนวันหนึ่งถ้าถึงเวลา เดี๋ยวเขาจะกลับมาเอง ผมว่าเวลาเป็นตัวพิสูจน์ แต่มันอยู่ที่คนว่าภายใน 3 ปีกลับมา หรือ 5 ปีกลับมา แต่ปีนึงผมก็กลับมาแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่คนและอยู่ที่โชคชะตา อยู่ที่ดวงคนด้วยครับ

GMBiZ : คุณมีคำคมฝากทิ้งท้ายไหมครับ เบนซ์ : ผมขอนำคำของพ่อมาครับ พ่อสอนผมว่า ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด และอดทน 4 คำเท่านี้ครับ ท่านบอกในวันเกิดอายุครบ 18 ปีของผม

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d