ตลาดวีดีโอสตรีมมิ่งร้อนระอุ

ยุคนี้ถือเป็นยุคของบริการสตรีมมิ่งโดยแท้ ซึ่งมี Amazon และ Netflix เป็นผู้เล่นใหญ่ในตลาด นอกจากจะเป็นผู้ให้บริการสตรีมมิ่งแล้วยังผลิตออริจินัลคอนเทนต์ของตัวเองด้วย มีรายงานว่า Amazon จะทุ่มงบอีก 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐกับโปรเจค Amazon Prime Video เพื่อสร้างคอนเทนต์ของตัวเองเพิ่มในปี 2017 ส่วน Netflix ก็จะทุ่ม 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐกับการผลิตคอนเทนต์ของตัวเองเช่นเดียวกัน

​ในขณะที่เจ้าตลาดกำลังฟาดฟันกัน แบรนด์ใหญ่จากธุรกิจใกล้เคียงอย่าง Apple และ Facebook ก็กำลังจะกระโดดเข้ามาร่วมเล่นในธุรกิจนี้เช่นเดียวกัน

​รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่า Apple จะลงทุนถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อทำคอนเทนต์ด้านวิดีโอเพื่อฉายใน Apple Music โดยในช่วงต้นปีจะเริ่มฉายสองรายการคือ ‘Carpool Karaoke’ และ ‘Planet of the App,’ หลังจากนั้นจะตามมาด้วยรายการทีวีอื่นๆ อีกกว่า 10 รายการในรูปแบบสตรีมมิ่งวีดีโอ โดยวางเป้าไว้ว่าจะปล่อยคอนเทนต์ที่ปังได้พอๆ กับ Game of Thrones ของ HBO ที่กำลังฉายผ่านบริการสตรีมมิ่งของ Apple อยู่ในขณะนี้

​เช่นเดียวกับ Facebook ที่หันมาพัฒนาการผลิตออริจินัลคอนเทนต์อย่างจริงจังมากขึ้น โดยเพิ่มบริการใหม่ที่เรียกว่า Watch ซึ่งจะแทรกตัวมาเป็นแท็บวิดีโอใน Facebook โดยจะคัดเลือกรายการคุณภาพ มีทั้งวิดีโอไลฟ์จากคนดัง รายการสนทนา ซีรีส์ รวมถึงการถ่ายทอดสดกีฬาด้วย มีการแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ อย่าง Most Talked About, What's Making Peole Laugh และ What Friend Are Watching

​มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กได้โพสต์บนเฟสบุ๊คของตัวเองว่าเขาต้องการผลักดันให้เกิดคอนเทนต์วิดีโอที่หลากหลายจากทั้งมืออาชีพและคนธรรมดาทั่วไป แต่ตอนนี้ฟีเจอร์ Watch ยังเปิดให้ใช้งานในสหรัฐฯ เท่านั้น และมีแผนจะขยายแผนใช้งานได้ทั่วโลกในเร็วๆ นี้

​มาดูกันว่าทั้งสองแบรนด์จะสามารถต่อกรกับเจ้าตลาดอย่าง Amazon และ Netflix ได้หรือไม่

 

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d