ตลก ขำ และฝันร้าย จากยักษ์ใหญ่ สู่แมวป่วย อาณาจักพันล้าน ... แกรมมี่

เรื่อง  อดิลฟิตรี ประพฤติสุจริต (อ.โอม)

ย้อนกลับไปต้องมีกว่า 15 ปี ที่ผมได้สัมผัสอาณาจักรธุรกิจ 1000 ล้าน อย่างแกรมมี่ ที่มีนายห้างใหญ่ อย่างอากู๋  ไพบูลย์ ดํารงชัยธรรม เป็นนายหัวใหญ่ 

แกรมมี่คืออาณาจักรธุรกิจหนึ่ง ที่หนีไม่พ้นการมาถึงของ Disruptive Technology ... เเละ ล้ม ไม่เป็นท่า ... 

ย้อนกลับไปตอนเริ่มต้นสิ่งที่เรียกว่า “Internet” ในเมืองไทย เรารู้จัก Yahoo เราใช้ ICQ และเราก็ตั้งกระทู้กันใน Pantip เราค้นหาสารบันเว็บจาก sanook.com ย้อนไปตอนนั้น 

ไม่มีใครรู้เลยว่า เจ้าสิ่งที่เรียกว่า “internet” นี้ มันจะมีผลกับเมืองไทยอย่างไร ....

และชีวิตนักศึกษาปี 1 ในตอนนั้น ก็ยังสนุกกับการเล่นเว็บ ผ่านโมเด็ม 56k ไปแบบไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเช่นกัน และเรื่องเล่นๆในยุค 56K กลายเป็นอาชีพผมอาชีพเดียว ในช่วง 12 ปีหลังนับจากนั้นมาจนปัจจุบัน

แน่นอน ในสมัยนั้นเราฟังเพลงผ่าน Winamp player ... เพลินสุดยอดแล้ว ...

ในยุคนั้น แกรมมี่ไม่น่ามองเห็นสิ่งที่เรียกว่า “Internet” นี้เป็นมากกว่าแค่ของเล่นเด็กเนิร์ด จนในที่สุดของเล่นเด็กเนิร์ดติดเน็ตนี้ ก็เข้ามาเปลี่ยนบทบาท และโฉมหน้าเมืองไทย ไปตลอดกาล ... 

มีผู้รอด และมีผู้ล้มหายตายจาก มากมายกับสิ่งที่เรียกว่า “Internet” ที่กลายมาเป็น Disruptive Technology 

แกรมมี่คือผู้ประสบภัยในครั้งนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คลื่น Disruptive Technology ระรอกที่หนึ่ง ... บทเรียนจาก EOTODAY.com

ไม่รู้จะมีใครจำได้มั้ย ก่อนยุคเสียงรอสาย  เราผ่านยุคเว็บไดเร็คทอรี่มาก่อนอยู่ช่วงสั้นๆ เรามี sanook.com, hunsa.com และมีอื่นๆ ในทำนองเดียวกันมากกมาย ผ่านยุคนี้มาถึงช่วงปลาย ยักษ์ใหญ่แกรมมี่ ก็เข็นเอา EOTODAY.com มาร่วมวงกับเขาด้วย

มันคือธุรกิจ “เว็บพอร์ททัล” เปิดตัวยิ่งใหญ่ อลังการณ์ และก็คล้ายๆกับสายลม ความยิ่งใหญ่นั้น ผ่านปลิวไปด้วยเวลาช่วงสั้นๆ บทเรียนนี้สำหรับแกรมมี่คือ “มาช้าไปไหน่อย” ...

ตลาดวายแล้วครับ ...

เว็บพอร์ทัล ถูกสิ่งที่เรียกว่า Google เข้ามาทดแทนอย่างรวดเร็ว ในเชิงของยูสเซอร์ คนใช้งาน ไม่จำเป็นต้องวิ่งเข้าหาเว็บไดเร็คทอรี่แล้ว ทั้งข่าว ทั้งภาพ และอื่นๆ ถูกแทนที่ด้วย Google อยากรู้อะไร ก็เสิร์ท อยากหาอะไรก็เสิร์ท ... 

กระแสดิจิตอล ส่งผลบุญกลับมาให้แกรมมี่อยู่ช่วงสั้นๆ กับสิ่งที่เรียกว่า “เสียงรอสาย” ....

จะเชื่อหรือไม่ เสียงรอสาย สามรถสร้างกำไร และถือเป็น Cash cow ที่สร้างกระแสเงินสด ให้กับอาณาจักรยักษ์แกรมมี่ ได้เป็นอย่างดี ดีจนมันต้องมีสิ่งที่เรียกว่า GMM-D คือแยกเป็นหน่วยงานที่รวบรวมลิขสิทธิ์เพลงต่างๆ เหล่านั้น ให้เกิดประสิทธ์ภาพสูงสุด 

แต่แล้วกระแสพายุ Disruptive Technology ก็เข้ามาพัดกระหน่ำแกรมมี่อีกครั้ง .... เสียงรอสาย กลายเป็นสิ่งโบราณ ไปในเวลาอันรวดเร็ว แบบไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ...

และในช่วงเวลานี้ มนุษย์พ่อคนหนึ่ง ที่โลกรู้จักเขาในชื่อว่า Steve Jobs ได้เปิดตัว iPhone ....

iPhone ได้ปฏิวัติทุกอย่างในวงกว้าง การเล่นเน็ต การใช้แอพพลิเคชั่นแทนบราวเซอร์ และการเสพสิ่งบันเทิงต่างๆ นาๆ ก็ถูกยกมาใส่ไว้ใน iPhone

และจากนั้นเป็นต้นมา มนุษย์คนไทย ก็ไม่จำเป็นต้องมี เสียงรอสาย หรือริงโทน อีกต่อไป พวกนี้ทำเองได้เลยใน iPhone

หลังจากเกิด iPhone ก็มีสิ่งที่เรียกว่า Samsung Android Phone ออกมาแข่งกับ iPhone ในราคาที่ถูกกว่ากันราวๆ ครึ่งหนึ่ง 

เราเรียกรวมๆ ของโทรศัพท์จอสี ที่ทัชได้พวกนี้ว่า Smart Phone 

ยุคพังอย่างไม่เป็นท่าของแกรมมี่ ที่เพิ่งจะดีใจกับ ริงโทน และ เสียงรอสายได้ไม่นาน ก็ต้องมีอันสะดุดฝันลงไปอีกครั้ง เพราะในที่สุด การฟังเพลงทั้งหมด ก็มาอยู่บน Smart Phone .... 

และหลังจากนั้น โลกก็ได้รู้จัก iTune ในเวลาต่อมา ... 

แกรมมี่เห็นแสงสวางลิบๆนั้นอีกครั้ง และเกิดโปรเจ็คยิ่งใหญ่อลังการอีกครั้ง ในชื่อ iKey ... 

ระบบปิด วิธีคิดแบบดั่งเดิม ถูกพิสูจน์ความเจ๊ง ได้ในเวลาไม่นาน ... iKey เป็นกระแสอยุ่พักหนึ่ง แล้วก็กลายเป็นหมอกควัน มาแล้วก็จางหาย พร้อมทิ้งความเจ็บปวด และหนี้สินมากมายให้กับอาณาจักอากู๋ อีกครั้ง ...

มาช้าและตลาดวาย ... รอบที่ 2 .....

ข้ามเรื่องการประมูลทีวีดิจอตอลไปนะครับ เพราะนี้คือการพลาดครั้งถัดๆมาอีกหลายครั้งของแกรมมี่ และมีหลายคนพูดถึงกันมาเยอะแล้ว

กระแสคลื่น Disruptive เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าวงการเพลง วงการบันเทิง ในเมืองไทยมากมาย ยักษ์ใหญ่ที่ว่าใหญ่ ก็หนีไม่พ้น วาระกรรมนี้

น่าแปลกใจ คนที่มีคลังเพลงมากเป็นอันหนึ่ง อย่างแกรมมี่ กลับต้องเพิ่งพา YouTube ทั้งๆที่ประเทศเที่ยบเคียง อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น กลับมีแพลทฟอร์มตัวเอง ที่ดำเนินการโดยผู้ผลิตเพลง และค่ายเพลงใหญ่ ในแถบภูมิภาคนั้นๆ .... 

น่าแปลกใจ ที่ผู้ผลิตคอนเสิร์ตที่มาก และหลายหลายที่สุดอย่างแกรมมี่ ต้องใช้ระบบจองตั๋วของ ThaiTicket Major ... ทุกๆคอนเสิร์ตของแกรมมี่ ที่ต้องซื้อสื่อเพื่อโปรโมทคอนเสิร์ตตัวเอง ก็ต้องจบลงด้วยการโปรโมทกิจการของไทยทิคเก็ตไปอย่างน่าเจ็บช้ำ .... หน่ำซ้ำส่วนแบ่งค่าตั๋ว ก็ยังต้องไปแบ่ง % ให้เขาอีก ...

ยังมีเรื่องน่าแปลกอีกมาก เช่น ...

ออฟฟิเชียลเพจแกรมมี่อยู่ที่ Facebook

ออฟฟิเชียลแชทของแกรมมี่อยู่ที่ Line

ออฟฟิเชียลเพลงแกรมมี่อยู่ที่ YouTube 

นี่พูดแค่ว่าเป็นออฟเชียลของ แบรนด์ องค์กร ... ไม่ต้องไปพูดถึงบรรดา นักร้อง ศิลปิน และค่ายต่างๆของตัวเอง ที่ไป Generate Official ของตัวเอง บนแพลทฟอร์มชาวบ้านเขากันอยางเมามันส์ ...

และทุกๆการโปรโมทเพลง และกิจการตนเอง ก็ต้องจ่ายโฆษณา ไปทำให้คนใช้งานแพลมฟอร์มชาวบ้าน ฟรีๆ อีกครั้ง ... อีกแล้ว ...

มูลค่าตอบแทนแบบ Impression rate ที่แพลทฟอร์มต่างๆ เหล่านั้นขายเป็น CPM ได้มากมาย ก็ถูกตอบแทนให้แกรมมี่ ... ในจำนวนแค่น้อยนิด 

เอ้า ...ตรบมือสิครับ รออะไรอยู่ !

แปลกแต่จริง คุณจะเชื่อมั้ย ถ้าผมจะบอกว่า "งบสร้างแพลทฟอร์มของตัวเอง" ถ้าแกรมมี่จะทำนั้น ต้นทุนไม่ถึง 1 ใน 100 ของเงินที่ไปประมูลทีวี ดิจอตอล

นี่ยังไม่ต้องพูดถึงค่าเช่าเครือข่าย (MUX) ในแต่ละเดือนๆ ที่ต้องจ่ายให้ กสทช. เสียด้วยซ้ำ ....

ผมเชื่อว่าแกรมมี่รู้ และคิดได้ แต่ทำไม่ได้ คนเป็นไม่ได้ทำ และคนที่ทำก็ไม่ได้เป็น แปลกแต่ก็จริง

ช้ำแต่ก็ต้องทน ... เพราะทำไม่ทันแล้ว

มีสิ่งเดียวที่ยังเก็บ CPM ของตัวเองไว้ได้ ถึงแม้จะไม่มาก และมาช้า แต่ผมก็คิดว่ามาถูกทาง คือแอพพิเคชั่น @Time ของพี่ชอด ถึงจะช้าไปนิด แต่ก็มาแล้ว 

แต่ก็นั่นแหละ @time App จะสู้และจะยัน Spotify ได้หรือเปล่า ... น่าห่วง เพราะระบบการเปิดเพลงด้วย DJ กำลังจะล้าสมัย 

Dj จะไม่รุ้ใจนักฟังเพลงเท่า อัลกอริทึม + AI (Artificial Intelligence) ที่ Spotify ใช่ถล่มคลื่นวิทยุในอเมริกาสะพังราบมาแล้ว 

เอาเป็นว่าตอนนี้ แม้แต่ Apple ยังแหยงๆ จะสู้เลยครับ

ยังมีเรื่องน่าแปลกใจอีกมากมาย ณ อาณาจักรใหญ่แกรมมี่แห่งนี้ ... บริษัทพันล้าน ที่กำลังจะถูก Disruptive Technology กลื่นกิน และคาดว่า ไม่น่าเกินกว่า 5 ปีนี้ เราคงได้เห็นการเทคหุ้น เทคโอเวอร์กันอีกหลายระรอกแน่นอน

จากบทเรียนนี้ ทำให้ท่านและผมทราบอย่างหนึ่งว่า ถ้าคุณมีคอนเทนท์ สำคัญที่สุดคือ คุณต้องมีเพลทฟอร์ม แต่การมีแพลทฟอร์มที่ “ห่วย” คือตัวเร่งความเจ๊งให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี ระบบที่ใหญ่โต ได้สร้างซิสเต็มของราชการ ให้เกิดขึ้นในหน่วยงานเอกชน

ทุกอย่างช้า มีขั้นตอนเสมอ และกว่าจะทันได้ตั้งตัว ... ตลาดก็วายอีกครั้งจนได้ ....

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d