ความแตกต่างที่คุณคู่ควร
ความแตกต่างเป็นเรื่องดี เพียงแต่หลายคนนำมาใช้เพื่อการแบ่งพรรคแบ่งพวก เมื่อความคิดเห็นต่างไม่ลงรอยกัน มันจึงนำมาซึ่งความแตกแยก ร้าวฉาน จนกระทั่งกลายเป็นเรื่องที่ต้องเอาชนะ ยอมแพ้กันเสียไม่ได้แทนที่จะมานั่งค้นหาคำตอบว่าใครผิดใครถูก เราควรใช้เวลามานั่งนึกไตร่ตรองดูว่าเราจะใช้ความแตกต่างที่มีที่เห็นอยู่เพื่อสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจและชีวิตได้อย่างไร? ในด้านธุรกิจมันก็ตอบได้ชัดดีอยู่แล้วว่า Differentiation หรือการสร้างความแตกต่างนั้นสามารถทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถต่อกรกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความได้เปรียบเรื่องต้นทุน เพียงแต่ว่าความแตกต่างที่เรามักพบเห็นนั้นจะเน้นหนักไปทาง Design หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นสวยงามกว่าคู่แข่งจนลืมแก่นแท้ของแบรนด์ไป รูปลักษณ์ภายนอกที่ดีมันต้องสะท้อนมาจากคุณค่าที่งดงามจากข้างใน มันก็จริงอยู่ แพ็กเกจจิ้งที่สวยสามารถช่วยทำการตลาดและอัพราคาขึ้นได้ แต่ถ้าสวยรูปจูบไม่หอมล่ะสินค้าที่คุณภาพไม่ดีจะขายได้นานไหม ธุรกิจที่ทำตามกระแสจะอยู่ได้ยั่งยืนรึเปล่า คำตอบสุดท้ายของการสร้างความแตกต่างให้แบรนด์นั้นเริ่มจากการมี Business Model ที่ดี สามารถตอบโจทย์ได้ชัดเจนว่าทำไมลูกค้าจึงต้องอุดหนุนสินค้าและบริการของคุณแทนที่จะเป็นของคู่แข่ง ลูกค้าเขาประเมินมูลค่าสินค้านั้นไว้ที่เท่าไหร่ แล้วคุณหารายได้จากช่องทางไหนได้บ้าง ถัดมาคือเรื่องของ Process การปรับกระบวนการทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้มีความคล่องตัวไร้รอยต่อ ทั้งนี้เพื่อให้คนทำงานเบื้องหลังไม่ต้องปวดหัว ส่วนลูกค้าหน้าบ้านก็ไม่ต้อง Complain เพราะทุกอย่างได้ถูกออกแบบมาให้ลูกค้าชมไม่ใช่ให้ลูกค้าด่า จากนั้นจึงค่อยมาจบลงที่ตัว Product คือการออกแบบให้สินค้าและบริการนั้นตอบโจทย์ความต้องการที่ลูกค้ามองหา มีประโยชน์ใช้สอยและใช้งานได้จริง ความแตกต่างของสินค้าที่มีคุณค่าคือการทำให้ลูกค้ารู้สึกดีและอยากมาอุดหนุนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ใช่การแต่งหน้าทาปากให้สวยแต่ว่าปากจัดและนิสัยไม่ดี พอเสียทีกับความงามแบบฉาบฉวยและเย่อหยิ่ง ยิ่งคุณอ่านใจลูกค้าได้เก่งมากเท่าไหร่ แล้วทำดีให้ได้มากกว่าที่ลูกค้าคิดและคาดหวัง ไม่จำเป็นต้องแตกต่างเยอะยั้วเยี้ยเอาแบบเนื้อๆ เน้นๆแบบหมัดเดียวจอด เชื่อว่าลูกค้าต้องเทใจให้กับคุณแน่นอน ในด้านของการใช้ชีวิต เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะความแตกต่างที่ว่านี้มันทำให้ชีวิตเรามีความหมายกว่าคนทั่วไป ลองมองดูบุคคลรอบตัวที่เราคิดว่าเขาประสบความสำเร็จและมีความสุขจนเรานึกอิจฉา คุณเห็นอะไรในตัวเขาเหล่านั้นบ้าง? หลายคนชอบคิดไปเองว่าเขามีแต้มต่อหรือมีโชควาสนาดีกว่า แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่เขาได้มานั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เคยมีคนพูดไว้ว่า “ทุกคนมีความสามารถแตกต่างกัน แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีความพยายามที่เท่ากัน” สรุปได้ว่าการสร้างความแตกต่างในชีวิตมันเริ่มจากการค้นหาสิ่งที่เรารักและถนัดให้เจอ แล้วทำสิ่งนั้นให้มากกว่าคนอื่น ทักษะความสามารถและสติปัญญาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้คนๆ นั้นประสบความสำเร็จถึงจุดสูงสุดได้หากเขาละความพยายาม เมื่อเร็วๆ นี้ผมและเพื่อนๆ เหล่าบล็อกเกอร์ทั้ง 101 คนอาทิ ป้อม ภาวุธ เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ, มิมี๋ ผู้ร่วมก่อตั้งเวบ thumbsup, ป๊อบ ผู้พิชิตยอดเขา everest, ยอด ผู้ก่อตั้ง wongnai, ขจร แฟนพันธ์แท้ Steve Jobs ได้รับคัดเลือกเพื่อให้เขียนบทความสร้างแรงบันดาลใจ โดยการถ่ายทอดประสบการณ์การใช้ชีวิตในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความรัก สุขภาพ การท่องเที่ยว ฯลฯบนเวบ www.makethedifference.org อ่านตามไปอ่านดู แล้วลองตั้งเป้าหมายในชีวิตและทำมันอย่างจริงจังดูสักครั้งแล้วคุณจะเข้าใจว่า เงินไม่สามารถซื้อได้ทุกสิ่ง หากแต่เป็นการค้นพบคุณค่าที่แท้จริงในตัวเองที่ทำให้ชีวิตเรามีความหมายที่ยิ่งใหญ่และต่างไปจากเดิม ผมเชื่อเหลือเกินว่าการสร้างความแตกต่างทั้งในเรื่องธุรกิจและเรื่องส่วนตัว มันเริ่มต้นด้วยความกล้าที่จะคิด และจบลงด้วยความกล้าที่จะลงมือทำ ทำได้หรือไม่ได้ไม่สำคัญเท่ากับได้ทำหรือไม่ได้ทำเท่านั้นเอง เรื่อง : สมชาติ ลีลาไกรศร
เรื่องอื่นๆในหมวดนี้






b11e2f9390f1cc619597fccfe938f52d